หน้าแรกบทความไทยเรามาจุด กล้าตบทรัพย์รัฐมนตรีแล้วหรือ..? นายกฯ “รับมุข เออ ออ” สังคมฉงนทำไมไม่สั่งสอบ

ไทยเรามาจุด กล้าตบทรัพย์รัฐมนตรีแล้วหรือ..? นายกฯ “รับมุข เออ ออ” สังคมฉงนทำไมไม่สั่งสอบ

ไม่น่าเชื่อว่าประเทศไทยเราจะเดินมาถึงจุดที่รัฐมนตรีถูกสื่อตบทรัพย์เพื่อแลกกับไม่ถูกขุดข้อมูลขึ้นมาแฉ จนกลายเป็นดราม่าถึงขั้นขู่ฟ้องหรือขู่จะแฉกลับ
                   
โดยดราม่าเริ่มจากโจ มณฑานี ตันติสุข อดีตดีเจโพสต์ข้อความว่า “รู้จากวงในมานานแล้วแต่อุบไว้กลุ่มคนดีย์ที่รุมขุดคุณพิพัฒน์และ PTเพื่อรีดเงินเดือนละ 5 ล้านบาท แต่แกมีศักดิ์ศรี-แกไม่ให้ คุณขิงต้องสู้กลับอย่ายอม”
                   
ปรากฏว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้ามาคอมเมนต์ ว่า “อิอิทายกี่ทีก็ถูกว่าเป็นใคร” ตามด้วยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แสดงความเห็นต่อท้ายว่า “ขอบคุณสำหรับอีกมุมมองหนึ่ง”
             
ทำให้นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.)เจ้าของสื่อเครือผู้จัดการ หยิบขึ้นมาตั้งคำถามว่า มีการตบทรัพย์จริงหรืไม่ ? ถ้ามีหลักฐานอยู่ไหน ใครเป็นคนทำ ทำไมไม่เปิดชื่อ ทำไมไม่แจ้งความ นักการเมืองระดับรัฐมนตรีรู้เห็น ทำไมไม่สั่งตรวจสอบหรือดำเนินคดี ทำได้แค่ลงคอมเมนต์ อิอิ แสดงความรับผิดชอบแบบนี้เหมาะสมแล้วหรือ ?


            โจ มณฑานี สวนกลับว่า ยังไม่เอ่ยชื่อใครเลย คุณสนธิมาเดือดร้อนทำไม สำหรับหลักฐานอื่นๆ ที่สื่อคุณเคยเต้าข่าวให้ร้ายคนบริสุทธิ์จนเสียหาย ดิฉันมีหลักฐานครบพร้อมชี้แจงในชั้นศาล ดิฉันไม่มีอะไรจะเสียพร้อมสู้คดีในคดีในชั้นศาล
   
ขณะเดียวกันโบว์ ณัฎฐา มหัทธนา นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ร่วมแจมว่า “สื่อตบทรัพย์มีเยอะมั้ยไม่รู้ แต่จะมีเจ้านึงที่เขารู้กันทั้งวงการ เพราะทำมาจนเป็นตำนาน ใครไม่อยากโดนเต้าข่าวด่าทุกวันก็จ่ายมา ยังไม่ทันไรก็ร้อนตัว”
     
นายสนธิสวนกลับว่ากำลังให้ฝ่ายกฎหมายดูหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับโจ มณฑานีและโบว์ ณัฎฐา จะให้ศาลเรียกนายอนุทินและนายพิพัฒน์ มาเป็นพยานพร้อมขยายประเด็นไปถึงปอง อัญชะลี ไพรีรัก  ผู้บริหารสื่อแนวหน้า อดีตสมาชิก พธม.ว่าจะเรียกน้องเป็นวันสุดท้ายและขอให้อยู่นิ่งๆ หากยังไม่หยุดจะแฉว่าในอดีตเป็นอย่างไร
     
ต่อมาผู้สื่อข่าวสอบถามนายอนุทินถึงกรณีคอมเมนต์อิอิว่าเป็นตัวจริงหรือไม่ นายอนุทินรีบเดินพร้อมสวนบทเตมีใบ้  
         ดราม่าระหว่างนายสนธิ กับโจ มณฑานี โบว์ นัฎฐา และปอง อัญชะลี จะจบลงอย่างไร จะฟ้องดำเนินคดีหรือไม่ ปอง อัญชะลี จะทำตามที่นายสนธิบอกหรือไม่ คงต้องติดตาม
     
“จอมมารน้อย” ไม่ก้าวล่วง แต่ขอเขียนถึงคือประเด็นผลประโยชน์ที่เกิดกับรัฐมนตรีสองคน เริ่มที่นายพิพัฒน์และ PT ถูกสื่อตบทรัพย์ 5 ล้าน เพื่อแลกไม่ถูกแฉ ซึ่งมองได้สองมุมว่านายพิพฒน์และบริษัทพีที ดำเนินธุรกิจแบบไม่ชอบมาพากลหรือไม่ จึงทำให้กลายเป็นช่องโหว่ให้ตบทรัพย์ แต่นายพิพัฒน์ไม่ยอมจ่ายบ่งบอกว่าไม่มีจุดอ่อน
         
จึงเกิดคำถามว่าเมื่อถูกรีดเงินทำไมนายพิพัฒน์ถึงไม่เก็บหลักฐานไว้แจ้งความดำเนินคดีฐานถูกตบทรัพย์  เพราะรัฐมนตรีคือเจ้าหน้าที่รัฐ เมื่อถูกข่มขู่หรือตบทรัพย์ต้องสั่งการให้ดำเนินคดีทันทีในฐานะผู้รักษากฎหมาย
           
ที่สำคัญนายอนุทิน แทนที่จะสั่งให้นายพิพัฒน์ไปแจ้งความดำเนินคดีกลับไปรับมุกเออออในลักษณะรู้ว่าสื่อคนนั้นคือใคร ถือว่าประพฤติตัวไม่สมราคากับประมุขฝ่ายบริหาร ทำเหมือนบ้านเมืองไร้ขื่อแป หรือทั้งนายอนุทินและนายพิพัฒน์ มองว่าการรีดเงินเข้าข่ายตบทรัพย์เพื่อแลกไม่ให้ถูกแฉคือเรื่องปกติของเมืองไทย
             
ซึ่งพฤติกรรมลักษณะนี้ไม่แตกต่างกับที่นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พูดในสภาฯหลังรับตำแหน่งเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2568  ว่า “ผมยังไม่ทันเข้ารับตำแหน่งมีคนติดต่อมาหาผมผ่านเพื่อสมาชิกเสนอเงินให้เดือนละ 40 ล้านบาท เพื่อไม่ให้จับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์และเว็บไซต์พนัน” 
           
ส่งผลฝ่ายค้านจี้ให้นายไชยชนก แจ้งความดำเนินคดีฐานติดสนบน  นายไชยชนกทำได้แค่ตั้งกรรมการสอบสอบ เวลาล่วงเลยมาเกือบปีแล้ว ยังไม่ดำเนินคดีกับใครเลย ทั้งที่ตัวละครและหลักฐานชัดเจน
           
ถ้ามองถึงความเป็นจริงทั้งสองประเด็น สังคมต้องได้เห็นแล้วว่า คนที่วิ่งเต้นติดสินบนนายไชยชนก ต้องถูกจับกุมดำเนินคดี และต้องได้เห็นแล้วว่าสื่อที่รีดทรัพย์นายพิพัฒน์และบริษัท PT นั้นเป็นใครเพราะแม้แต่นายอนุทิน ยังคอมเมนต์ว่ารู้เลย  
         
แต่ทั้งนายไชยชนก นายพิพัฒน์และนายอนุทิน กลับละเลย ทั้งที่มีอำนาจเติมมือ แถมปากร้องว่าเป็นรัฐบาลซื่อสัตย์สุจริต แต่กลับกลับปล่อยให้พวกขี้โกงเข้ามาติดสินบนและรีดทรัพย์ได้
       
ดังนั้นกลุ่มผู้กุมอำนาจและวิญญูชนหลายพึงประเมินได้แล้วว่ารัฐบาลนายอนุทินมีศักยภาพพอที่จะบริหารประเทศหรือไม่ ?!!
       

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img