หากจับอารมณ์ของชาวบ้านจากสื่อโซเซียล หลังเกิดเหตุโจรใต้ 6 คน ซิ่งกระบะควงอาวุธปืนสงคราม ระเบิด กราดยิงใส่จุดตรวจบูเก๊ะซามิ ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เป็นเหตุ อาสาสมัครทหารพรานตาย 4 นาย ทหารยศจ่าสิบเอกตาย 1 นาย พลเรือนถูกยิงบาดเจ็บสาหัส 2 คน พบว่าส่วนใหญ่อยู่ในอาการเดือดดาล เรียกร้องให้รัฐบาลและกองทัพ เร่งบังคับใช้กฎหมายอย่างเฉียบขาด

มาพร้อมกับกระแสชื่นชมวาทะของ พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน(กอ.รมน.)ว่า”ผมจะให้คนตามล่าทุกหมู่บ้าน ทุกพื้นที่ป่าเขา คนที่ให้ที่หลบซ่อน ประเทศที่ให้ที่หลบซ่อน ให้รู้ไว้ว่าเราจะตามล่าจนสุดล่าฟ้าเขียว พวกก่อเหตุจะกิน จะนอน จะเดิน ให้ระวังตัวเองไว้ ถึงเวลาที่พวกคุณจะเป็นผู้ถูกล่าแล้ว”
แม้ต่อมาจะถูกพล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะออกมาเบรกว่า”อย่าเรียกว่าไล่ล่า คนไทยที่มีความเห็นแตกต่าง จะต้องมาพูดคุยกัน เพราะมีคณะพูดคุยสันติสุขอยู่แล้ว” แต่โลกโซเซียลยังเลือกที่จะยืนข้างพล.อ.ชัยพฤกษ์ มากกว่า
ขณะที่อารมณ์ความรู้สึกของคนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ทั้งไทยพุทธและไทยมุสลิม เดือดดาลไม่แพ้คนไทยนอกพื้นที่ แต่เกิดขึ้นเพียงชั่วครู่หลังทราบข่าว เนื่องจากความรู้สึกด้านชามากว่า 20 ปีแล้ว ทุกครั้งหลังเกิดเหตุเสียงในหัวของคน 3 จังหวัดฯ จะดังว่าฝีมือโจรแบ่งแยกดินแดนหรือจ้างโจรสร้างสถานการณ์เพื่อเลี้ยงไข้ ยิ่งเกิดในช่วงที่กำลังพิจารณางบประมาณเลี้ยงไข้จะดังเป็นพิเศษ
เหตุยิงทหาร 5 ศพ คน3 จังหวัดฯอดที่ตั้งคำถามไม่ได้เช่นกันว่าเลี้ยงไข้หรือไม่ ? แต่จะเป็นคำถามที่มาพร้อมกับคำสาปแช่งว่า ถ้าเป็นการเลี้ยงไข้ขอให้ผู้เกี่ยวข้องทุกระดับพบกับฉิบหายและวิบัติทั้งตระกูล ขณะที่บางกลุ่มไม่เชื่อว่าเป็นการเลี้ยงไข้ เพราะเชื่อว่า ข้าราชการระดับสูง โดยเฉพาะทหาร ตำรวจ และนักการเมืองใหญ่ๆในพื้นที่ ไม่ใช่พวกอุบาทว์ ชาติชั่ว ที่จะใช้ความเป็นความตายของชาวบ้านและข้าราชชั้นผู้น้อยมาแสวงหาผลประโยชน์
แต่ที่ชาวบ้านตั้งข้อคำถามว่าเลี้ยงไข้กันเปล่า ? ไม่ใช่ตั้งคำถามแบบลอยๆหรือปราศจากข้อมูลที่มาอธิบายประกอบ ยกตัวอย่างเหตุยิงทหาร 5 ศพ ดูตามวงจรปิดคนร้ายซิ่งรถกระบะควงอาวุธสงครวาม ขว้างระเบิด ใส่จุดตรวจที่ตั้งอยู่ในเขตเทศบาล อีกจุดวงจรปิดบันทึกคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์แล้วลงจากรถจักรยานยนต์ ควงปืนอย่างอุกอาจ แล้วหลบหนีไป จากนั้นคนร้ายนำรถกระบะไปเผาอำพรางคดีในพื้นที่ อ.ศรีสาคร
จึงเกิดคำถามว่าทำไมไม่มี ทหาร ตำรวจ หรือฝ่ายปกครอง ออกไล่ล่าเลย บนถนนเกือบทุกสายในพื้นที่ 3 จังหวัดฯมีด่านตรวจค่อนข้างถี่ จนสุจริตชนเกิดความรู้สึกตั้งด่านตรวจเยอะเกินไปหรือไม่ พอเกิดเหตุร้ายสกัดจับไม่ได้เลย ทั้งที่ในแผนหรือคำสั่งจะบอกว่าต้องมีเจ้าหน้าที่ประจำด่านตลอดเวลา
การก่อเหตุต้องเตรียมการมาดี ลงมือโหดร้าย หนีได้ลอยนวล ย่อมจะต้องใช้เวลาในการวางแผน เตรียมอาวุธ ระเบิด ยานพาหนะ และกำลังคน หน่วยงานข่าวทั้งกอ.รมน. สันติบาล ข่าวทหาร หน่วยข่าวกระทรวงมหาดไทย ข่าวกรองแห่งชาติ และหน่วยข่าวสมช. ไม่พบเบาะแสบ้างเลยหรือ ทั้งที่งบประมาณด้านการข่าวบานเบอะ
ยิ่งกอ.รมน.ด้วยแล้วแถมมีอำนาจเต็มในพื้นที่ มีทหารมาราชการเพียบ งบประมาณเพียบ สถานที่ทำการอยู่ในค่ายสิริธร อ.ยะรัง ปัตตานี ประชุมประมวลข่าวกันที่ส่งจากพื้นที่ทั้งเช้าบ่าย มีเบี้ยเลี้ยง อาหารฟรี ช่วงประชุมไม่มีเบาะแสก่อเหตุที่ระแงะบ้างเลยหรือ ?
เหตุการณ์ความไม่สงบเกิดมากว่า 20 ปี เผด็จการทหาร 2 ยุค ภายใต้การนำของพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้เป็นเงื่อนไขหนึ่งก่อรัฐประหาร ผู้ก่อรัฐประหารนั่งเป็นรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรี เคยเป็นผบ.ทบ.ไม่น้อยกว่า 5 คน อาทิ พล.อ.สนธิ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นต้น แต่ไม่มีปัญญาดับไฟใต้ ทั้งที่ทุ่มงบประมาณไปหลายแสนล้าน ระดมทหารตำรวจ จำนวนมากเผลอๆมากกว่าชาวบ้านในพื้นที่ด้วยซ้ำ
เมื่องบประมาณจำนวนมาก ข่าวทุจริตเกิดขึ้นเป็นระรอก อาทิ ทุจริตซื้อเรือเหาะ และซื้อเครื่องจีที 200 เป็นต้น กำลังพลผี มีชื่อเบิกเงินเดือน เบี้ยเลี้ยง เบี้ยตอบแทนพิเศษ แต่ไม่ได้ไปปฏิบัติหน้าที่
ข้อมูลที่นำเสนอเป็นเพียงบางส่วนยังไม่นับรวมหน่วยงานราชการอื่นๆ อาทิ ศูนย์อำนวยการบริหารชายแดนภาคใต้(ศอ.บต.)มีงบประมาณมหาศาล แถมตำแหน่งเลขาฯศอ.บต.พอเปลี่ยนรัฐบาล จะถูกเปลี่ยนเหมือนสมบัติพลัดกันชม
ขณะที่นายวันมูหะหมัดนอร์ มะทา เป็นนักการเมืองใหญ่ ผ่านตำแหน่งสำคัญๆ อาทิ ประธานรัฐสภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าพรรคประชาชาติ ส.ส.ล้วนอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดน ปัจจุบันพ่วงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี จะไม่รู้เลยหรือว่าปัญหาป่วนใต้ต้นเหตุแท้จริงมาจากอะไร ระหว่างแบ่งแยกดินแดนกับผลประโยชน์ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สุจริตชนในพื้นที่ 3 จังหวัดฯต่างรับรู้รับทราบ การตั้งคำถามว่าเหตุฆ่าทหาร 5 ศพ เป็นการเลี้ยงไข้หรือไม่ ? คงไม่ใช่แปลก
ดังนั้นถ้ารัฐบาล กองทัพ ตำรวจ และฝ่ายปกครอง จะตอบว่าไม่จริง ต้องพิสูจน์ด้วยการสืบสวนจับกุมผู้ก่อเหตุและผู้บงการอยู่เบื้องหลังมาให้ได้ พร้อมแถลงทุกปมให้คนในพื้นที่ 3 จังหวัดฯและทั่วประเทศหายแคลบแคลง
จากนั้นยกเครื่องการทำงานทั้งระบบแล้วเดินหน้าดับไฟใต้มอดดับอย่างถาวร ให้คุ้มค่ากับงบประมาณที่ทุ่มลงไปถึงเชื่อว่าไม่ได้เลี้ยงไข้จริง


