พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า กองทัพเรือยังคงเดินหน้าปฏิบัติการ “ปิดด่าน 100%” ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชาอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันและสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมือง การกระทำผิดกฎหมาย และการก่ออาชญากรรมข้ามชาติ โดยบูรณาการกำลังลาดตระเวนในพื้นที่เสี่ยงตลอด 24 ชั่วโมง โดยเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 เวลา 02.00 น. กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี จัดกำลังลาดตระเวนบริเวณพื้นที่ตำบลเทพนิมิต อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ตรวจพบและจับกุม ชาวกัมพูชาลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย จำนวน 10 ราย แบ่งเป็นชาย 5 ราย หญิง 3 ราย และเด็ก 2 ราย
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ถูกจับกุมให้การว่าเดินทางมาจากจังหวัดบันเตียเมียนเจยและจังหวัดพระตะบอง ประเทศกัมพูชา เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจตกต่ำ ไม่มีงานทำและขาดรายได้ จึงว่าจ้างผู้นำพาลักลอบเดินทางผ่านช่องทางธรรมชาติเข้าสู่ประเทศไทย เพื่อไปหางานทำในจังหวัดจันทบุรี ระยอง ชลบุรี และกรุงเทพมหานคร โดยเสียค่าใช้จ่ายรายละ 5,000–7,000 บาท ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตรวจพบและควบคุมตัวได้ ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้จัดทำบันทึกการจับกุมและนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรบ้านแปลง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
โฆษกกองทัพเรือกล่าวย้ำว่า กองทัพเรือจะยังคงปฏิบัติภารกิจ “ปิดด่าน 100%” อย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการลักลอบเข้าเมือง การค้ามนุษย์ และอาชญากรรมข้ามชาติทุกรูปแบบ ควบคู่กับการรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดน และความปลอดภัยของประชาชนอย่างต่อเนื่อง
สำนักงานโฆษกกองทัพเรือ
24 กรกฎาคม 2569

