สิ้นแล้ว ”เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา”ทรงพระประชวรยาว 3 ปีครึ่ง ก่อนสิ้นพระชนม์อย่างสงบ พระชันษา 47 ปี

884

“คนไทยโศกอาลัย ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’ สิ้นพระชนม์”
สำนักพระราชวังประกาศข่าวเศร้า หลังทรงต่อสู้พระอาการประชวรมาตั้งแต่ปี 2565

ประกาศสำนักพระราชวัง เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงพระประชวนหมดสติ ด้วยพระอาการทางพระหทัย และทรงเข้ารับการรักษาพระองค์ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มาตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2565 ตามที่สำนักพระพระราชวังได้แถลงให้ทราบเป็นระยะแล้วนั้น

ตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคมพุทธศักราช 2569 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พระอาการทรุดจากการติดเชื้อในพระนาภี (ช่องท้อง) จากการอักเสบของพระอันตะ (ลำไส้ใหญ่) ความดันพระโลหิตต่ำ พระหทัยเต้นผิดจังหวะ การแข็งตัวของพระโลหิตผิดปกติ แม้คณะแพทย์จะถวายการรักษาอย่างใกล้ชิด จนสุดความสามารถแต่พระอาการทรุดหนักลงตามลำดับ จนจนถึงวันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พุทธศักราช 2569 เวลา 19 นาฬิกา 48 นาที สิ้นพระชนม์ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย โดยพระอากาศสงบ สิริพระชนษาปีที่ 47

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สำนักพระราชวังการพระศพถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี ประดิษสถานพระศพระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง

สำนักพระราชวัง
12 มิถุนายน พุทธศักราช 2569

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

ประสูติเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2521 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิตทรงเป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ใน พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงเป็นพระราชนัดดาพระองค์แรกใน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

การศึกษาทรงศึกษาระดับต้นที่ โรงเรียนราชินี ศึกษาต่อที่โรงเรียน Heathfield School เมืองแอสคอต ประเทศอังกฤษ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านนิติศาสตร์จาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทรงศึกษาต่อระดับปริญญาโทและปริญญาเอกด้านกฎหมายในต่างประเทศ

พระราชกรณียกิจเด่นพระองค์ทรงได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางในฐานะ “เจ้าฟ้านักกฎหมาย”ผลงานสำคัญ ได้แก่ งานด้านกระบวนการยุติธรรม การคุ้มครองสิทธิสตรีและเด็ก การพัฒนางานราชทัณฑ์ การช่วยเหลือผู้ต้องขังหญิงและผู้พ้นโทษ การผลักดันหลักนิติธรรมในเวทีระหว่างประเทศ

โครงการกำลังใจพระองค์ทรงก่อตั้ง “โครงการกำลังใจ ในพระดำริ” เมื่อปี พ.ศ. 2544 เพื่อช่วยเหลือผู้ต้องขังหญิง เด็กติดผู้ต้องขัง และผู้พ้นโทษ ให้มีโอกาสกลับคืนสู่สังคมอย่างมีศักดิ์ศรี พระราชกรณียกิจด้านการต่างประเทศ เคยทรงดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจำ ออสเตรีย ผู้แทนถาวรไทยประจำสำนักงานสหประชาชาติ ณ กรุงเวียนนา ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจด้านกฎหมายและความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

พระอุปนิสัยและภาพลักษณ์ ประชาชนจำนวนมากจดจำพระองค์ในฐานะพระราชวงศ์ที่ทรงใกล้ชิดประชาชน ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในพื้นที่เรือนจำ ชุมชน และหน่วยงานด้านสังคมสงเคราะห์ด้วยพระองค์เองอยู่เสมอ โดยเฉพาะงานช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสและผู้ถูกทอดทิ้งในสังคม พระองค์จึงได้รับการยกย่องว่าเป็น “เจ้าฟ้านักกฎหมาย ผู้ทรงอุทิศพระองค์เพื่อความยุติธรรมและผู้ด้อยโอกาสของแผ่นดินไทย”