บอร์ดคนพิการ เคาะเบี้ย 1,000 บาทถ้วนหน้า – ขยายวงกู้เพื่ออาชีพ 3 แสน พร้อมดัน กม.การออกแบบเพื่อทุกคน “ยศชนัน” ชี้การดูแลคนพิการต้องร่วมกันทุกกระทรวง

94

ที่ทำเนียบรัฐบาล, วันที่ 4 มิ.ย. – ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ (กพช.) พร้อมด้วย นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นรองประธาน รวมถึงปลัดกระทรวงจาก 10 กระทรวงหลัก ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ผู้แทนองค์การคนพิการ 7 ประเภท ผู้ทรงคุณวุฒิ และอธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ในฐานะฝ่ายเลขานุการ เข้าร่วมประชุม

ศ.ดร.ยศชนัน แถลงหลังการประชุมว่า ที่ประชุมเห็นชอบปรับเพิ่มสวัสดิการเบี้ยความพิการจาก 800 บาท เป็น 1,000 บาทแบบถ้วนหน้า โดยกลุ่มที่จะได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้นคือ คนพิการที่ปัจจุบันไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้สิทธิ์เท่ากับกลุ่มที่ได้รับสิทธิ 1,000 บาทอยู่เดิม ทั้งคนพิการอายุมากกว่า 18 ปีที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 1.2 ล้านคน และคนพิการอายุต่ำกว่า 18 ปี อีก 1.1 แสนคน โดยจะขอรับการสนับสนุนงบประมาณประจำปีเพิ่มเติมอีก 5,257 ล้านบาท ซึ่งจะส่งผลให้งบประมาณรวมต่อปีสำหรับการจ่ายเบี้ยความพิการปรับเพิ่มขึ้นจากเดิมเป็น 27,677 ล้านบาท เพื่อดูแลคนพิการทุกคนอย่างทั่วถึง

ด้าน นายนิกร กล่าวว่า ที่ประชุมได้อนุมัติขยายเพดานวงเงินกู้ยืมเพื่อการประกอบอาชีพ จากเดิม 120,000 บาท เพิ่มเป็น 300,000 บาท โดยจะให้สิทธิเฉพาะลูกหนี้ชั้นดีที่มีประวัติการชำระเงินตรงเวลา ซึ่งปัจจุบันมีผู้กู้ยืมในระบบประมาณ 10,007 คน ภายใต้วงเงิน 1,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังได้ปลดล็อกระเบียบสำคัญเกี่ยวกับผู้ช่วยคนพิการ โดยอนุญาตให้ “ญาติพี่น้องหรือคนในครอบครัว” สามารถเป็นผู้ช่วยคนพิการและรับค่าตอบแทนได้ จากเดิมที่ห้ามเป็นเครือญาติ

รมว.พม. กล่าวว่า แต่มีเงื่อนไขสำคัญคือต้องผ่านการอบรมและได้รับการรับรอง (Certified) อย่างถูกต้อง โดยจะได้รับค่าตอบแทน 60 บาทต่อชั่วโมง หากทำงาน 6 ชั่วโมงต่อวัน ตลอด 30 วัน จะมีรายได้สูงสุด 18,000 บาทต่อเดือน ซึ่งในปี 2569 ได้เตรียมงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการนี้รวม 184.159 ล้านบาท ปัจจุบันมีผู้มาเบิกจ่ายในส่วนนี้แล้วกว่า 2,000 คน

นอกจากนี้ ศ.ดร.ยศชนัน ยังกล่าวถึงการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อขับเคลื่อน พ.ร.บ. Universal Design อย่างเป็นรูปธรรม ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญในการคืนศักดิ์ศรีให้คนพิการสามารถเดินทางท่องเที่ยวและใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข พร้อมทั้งยังสนับสนุนให้เกิดความพร้อมของระบบคมนาคมขนส่งในประเทศไทย สำหรับอำนวยความสะดวกให้ทุกคนใช้ชีวิตอย่างเท่าเทียมกันแล้ว พร้อมทั้งแก้ไขระเบียบให้คนพิการสามารถใช้บัตรประจำตัวคนพิการทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Card) ได้ และอนุญาตให้คนพิการที่มีความพิการทางร่างกายเชิงประจักษ์สามารถถือบัตรประจำตัวแบบตลอดชีพโดยไม่ต้องเสียเวลาต่ออายุ

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังได้อนุมัติเงินงบกองทุนประจำปี 2569 กรอบวงเงิน 141 ล้านบาท เพื่อจัดหากายอุปกรณ์ช่วยเหลือคนพิการ จำนวน 17,000 รายการ ซึ่งประธานในที่ประชุมระบุว่า การจัดหากายอุปกรณ์เสริมและกายอุปกรณ์เทียม (Prosthesis, Orthosis) เป็นสิ่งที่กองทุนฯ มีศักยภาพและพร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ รวมถึงรับทราบรายงานความคืบหน้าด้านการจ้างงานคนพิการในปี 2568 ซึ่งมีเป้าหมาย 18,924 คน ปัจจุบันจ้างงานแล้ว 5,702 คน (คิดเป็นร้อยละ 30) แบ่งเป็นการจ้างงานแบบสัญญาจ้างตามมาตรา 33 จำนวน 3,390 คน และการจ้างงานแบบปีต่อปีตามมาตรา 35 อีกจำนวน 2,312 คน

ทั้งนี้ ศ.ดร.ยศชนัน ได้กล่าวย้ำในตอนท้ายว่า การดูแลคนพิการตั้งแต่เด็กจนเข้าสู่สังคมสูงวัย ไม่ใช่หน้าที่ของกระทรวง พม. เพียงหน่วยงานเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกกระทรวง “คณะกรรมการชุดนี้ เราจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ให้กับทุกๆ คนเห็นว่า เราจะเปิดรับ และเราจะบูรณาการทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าวันนี้ประเทศไหนจะทำได้ดีแค่ไหนก็แล้วแต่ ผมว่าเราไม่แพ้เขาแน่นอน”