หน้าแรกทั่วไทยสหกรณ์ชวนสมาชิกอุดหนุนสินค้า ผ่านโครงการไทยช่วยไทย พลัส ขณะที่ร้านค้าสหกรณ์ทั่วไทยพรึบเตรียมพร้อมสินค้าอุปโภคบริโภคไว้บริการลูกค้าแล้ว

สหกรณ์ชวนสมาชิกอุดหนุนสินค้า ผ่านโครงการไทยช่วยไทย พลัส ขณะที่ร้านค้าสหกรณ์ทั่วไทยพรึบเตรียมพร้อมสินค้าอุปโภคบริโภคไว้บริการลูกค้าแล้ว

ตามที่รัฐบาลโดยการนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบร่วมจ่าย(Co-pay) ภายใต้โครงการไทยช่วยไทยพลัส  ในอัตรา 60:40 โดยภาครัฐสมทบเงินช่วยค่าใช้จ่าย 60% สูงสุด 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน รวมสุงสุด 4,000 บาทตลอดโครงการ 4 เดือน โดยจะเริ่มใช้จ่ายได้ในวันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป หลังเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่น”เป๋าตัง”จนถึงวันที่  29 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ในส่วนร้านค้าสหกรณ์หลายพื้นที่ได้มีการเตรียมความพร้อมสินค้าต่าง ๆ กันอย่างคึกคัก ทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค ปุ๋ยยา ตลอดจนอุปกรณ์การเกษตรต่าง ๆ เพื่อรับอานิสงส์จากโครงการดังกล่าว

นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า โครงการไทยช่วยไทยพลัส เป็นมาตรการหนึ่งที่รัฐบาลออกมาช่วยเหลือในเรื่องค่าใช้จ่ายแก่ประชาชน และยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับฐานราก ในส่วนของกรมส่งเสริมสหกรณ์ก็ได้รณรงค์สนับสนุนให้ร้านค้าสหกรณ์ต่างๆ เข้าร่วมโครงการด้วย โดยมอบหมายให้ทางสำนักงานสหกรณ์จังหวัดต่างๆ ดูแลประสานกับสหกรณ์ในพื้นที่รับผิดชอบเตรียมความพร้อมทั้งในเรื่องตัวสินค้าและพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำร้านค้าอย่างเต็มที่เพื่อรองรับโครงการดังกล่าว

“จากข้อมูลรายงานเข้ามาปรากฎ มีร้านค้าของสหกรณ์ในหลายพื้นที่ ได้เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัสแล้ว  นับเป็นเรื่องที่น่ายินดี จึงอยากเชิญชวนสมาชิกสหกรณ์และประชาชนทั่วไทยเข้าไปจับจ่ายใช้สอยสินค้าที่ร้านสหกรณ์ได้ตามสะดวก เพราะนอกจากซื้อสินค้าที่ถูกกว่าตามท้องตลาดทั่วไปแล้ว ยังช่วยอุดหนุนผลผลิตของสมาชิกสหกรณ์ให้มีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย” อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์กล่าว

ด้านนายรุ่งธรรม เล็กสุวรรณ์ ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรบางคนที จำกัด อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม กล่าวว่าร้านค้าสหกรณ์บางคนทีเราได้เข้าร่วมโครงการฯทุกครั้งที่รัฐบาลออกมาตรการมา นับตั้งแต่โครงการคนละครึ่งมาถึงไทยช่วยไทยพลัส  โดยพยายามหาสินค้าใหม่ๆ เข้ามาเพื่อให้บริการลูกค้าทั้งที่เป็นสมาชิกสหกรณ์และประชาชนทั่วไปมีความตื่นตัวและเข้ามาจับจ่ายใช้สอย ปัจจุบันร้านค้าเรามีสินค้ามากกมายหลายอย่างทั้งผลผลิตของสมาชิกเองที่นำมาวางจำหน่ายและจากเครือข่ายสหกรณ์ด้วยกัน  

“ของเราเป็นร้านค้าเล็กๆ แต่มีของครบทุกอย่าง ทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค ข้าวสารอาหารแห้ง จากเครือข่ายสหกรณ์ทั่วประเทศ ปกติจะมีส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่จากสวนสมาชิกมาวางขายตามฤดูกาล แต่ตอนนี้ไม่มีผลผลิตแล้ว อยู่ในช่วงตัดแต่งกิ่ง จัดการสวนเพื่อรอฤดูกาลใหม่” นายรุ่งธรรมกล่าว  

เช่นเดียวกับสหกรณ์การเกษตรรัตภูมิ จำกัด อ.รัตภูมิ จ.สงขลา โดยนายวัฒนา เรืองมาก ผู้จัดการสหกรณ์ฯระบุว่าเข้าร่วมทุกโครงการฯเช่นกันที่รัฐออกมาตรการมา ไม่ว่าจะเป็นโครงการคนละครึ่ง คนละครึ่งพลัสและไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งปกติสหกรณ์ฯจัดตลาดนัดโคออป กรีนมาร์เก็ตไร้สารสร้างสุขอยู่แล้วในทุกวันศุกร์สุดสัปดาห์ เพื่อให้สมาชิกนำสินค้ามาจำหน่ายฟรี โดยเน้นสินค้าพื้นบ้าน ขนมโบราณและจำพวกพืชผักปลอดสารพิษมาจำหน่ายบริเวณด้านหน้าที่ทำการสหกรณ์ฯ

“ผมทำเป็นโคออปกรีนมาร์เก็ตไร้สาร สร้างสุขเชื่อมกับตัวร้านค้าสหกรณ์ เพื่อเปิดพื้นที่ให้ชาวบ้านนำสินค้าจากครัวเรือนหมู่บ้านชุมชนที่ผลิตเองและเหลือจากการบริโภคในครอบครัวแล้วเอามาขายที่นี่ แต่เป็นสินค้าปลอดสารพิษ ขนมพื้นบ้านโบราณ ตอนแรกคนขายจะเป็นสมาชิกสหกรณ์ แต่ตอนนี้ได้เปิดโอกาสให้สินค้าที่จะเอามาขายเป็นของพี่น้องอำเภอรัตภูมิทุกคน ไม่เป็นต้องเป็นสมาชิกสหกรณ์ก็ได้ เมื่อเขาเอาของมาขายก็สมัครเป็นสมาชิกสหกรณ์ตามมาทีหลัง”นายวัฒนา เผยกลยุทธ์ดึงชาวบ้านเป็นสมาชิกสหกรณ์ เนื่องจากถ้าเป็นสมาชิกแล้ว สหกรณ์ก็จะดูแลในเรื่องสวัสดิการต่างๆ 

ผู้จัดการสหกรณ์คนเดิม เผยต่อว่า ตลาดนัดโคออปกรีนมาร์เก็ตไร้สาร สร้างสุขนั้น เป็นส่วนหนึ่งของร้านค้าสหกรณ์ที่นำมาต่อยอดจากร้านค้าปกติ เนื่องจากที่ผ่านมาทางสหกรณ์ได้ไปส่งเสริมการทำอาชีพต่างๆ แก่สมาชิก เมื่อมีผลผลิตก็ต้องหาพื้นที่จำหน่ายด้วย ลำพังพื้นที่ในร้านค้าสหกรณ์มีไม่เพียงพอจึงต้องเปิดขายหน้าที่ทำการสหกรณ์ในทุกวันศุกร์ ซึ่งหากการดำเนินการโครงการเป็นไปด้วยดี มีการตอบรับจากลูกค้ามากก็อาจจะขยับขยายวันจำหน่ายเพิ่มขึ้นต่อไปในอนาคต

“ปกติร้านค้าสหกรณ์พอวันศุกร์จะมีตลาดนัดโคออปกรีนมาร์เก็ตมาร่วมแจมด้วย ตอนนี้มีร้านค้ามีประมาณ 40 กว่าร้าน เฉพาะตลาดนัดขายได้วันละแสนกว่าบาท เปิดขายฟรีไม่มีเก็บตังจากพ่อค้าแม่ค้า แต่คนที่จะนำสินค้ามาขายจะต้องได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการฯ เท่านั้น” ผู้จัดการสหกรณ์ฯ เผย  

ด้าน นายชัยวุฒิ ล่าหมัน ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรเทพา จำกัด อ.เทพา จ.สงขลา กล่าวว่าสหกรณ์ฯ ได้เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัสด้วย แต่เนื่องจากเป็นร้านค้าที่อยู่ห่างไกลชุมชนคงเน้นลูกค้าที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกจำนวน 1,300 กว่าคน

“เป็นร้านค้าเล็กๆ มีสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นเน้นขายให้สมาชิก เพราะร้านค้าอยู่ค่อนข้างไกลจากชุมชน  ส่วนรายได้พอไปได้ ไม่ถึงกับขาดทุน โครงการนี้น่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายได้ประมาณ 10% เหมือนกับทุกโครงการฯ ที่ผ่านมา” ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรเทพา จำกัด กล่าวย้ำ

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img