“CIB เปิดปฏิบัติการ “ตัดเส้นเงิน สยบเครือข่าย “โด้ ป่าพะยอม” เอเย่นต์ยานรก บุกค้น 3 จุดเมืองพัทลุง ยึดเงินสดกว่า 4.5 ล้านบาท หวังตัดท่อน้ำเลี้ยงผู้ต้องหา 6 หมายจับ พบยังหนีกบดานต่างแดน เร่งล่าตัว”

วันที่ 18 ก.ค. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.และ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป.สั่งการให้ พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.อนุสรณ์ ทองไสย รักษาราชการแทน ผกก.6 บก.ป. และกำลังเจ้าหน้าที่ กก.6 บก.ป. เปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 3 จุด ในพื้นที่ จ.พัทลุง เพื่อกวาดล้างเครือข่ายค้ายาเสพติดและกลุ่มผู้มีอิทธิพลที่ใช้ความรุนแรงข่มขู่ประชาชน
ผลการปฏิบัติสามารถจับกุม นายพิรุณ หรือ “โอม” อายุ 39 ปี ในข้อหา มีอาวุธปืนของผู้อื่นซึ่งได้รับใบอนุญาตไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต มีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต และนายกบินทร์ หรือ “มอส” อายุ 27 ปี ในข้อหาช่วยซ่อนเร้นหรือรับไว้ซึ่งของที่ลักลอบนำเข้าราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงภาษี

การจับกุมครั้งนึ้สืบเนื่องจากตลอดช่วงปี 2568-2569 พื้นที่ จ.พัทลุง เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงถล่มบ้านเรือนประชาชนหลายครั้ง สร้างความหวาดกลัวให้กับชาวบ้าน แม้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่จึงเร่งสืบสวนจนพบว่าเหตุทั้งหมดเชื่อมโยงกับการทวงหนี้ค่ายาเสพติด และการข่มขู่ประชาชนของเครือข่ายค้ายาเสพติด ซึ่งมี นายคมจักร หรือ “โด้ ป่าพะยอม ” ผู้ต้องหาตามหมายจับรวม 6 หมาย คดีร้ายแรงหลายคดี เป็นผู้สั่งการอยู่เบื้องหลัง
แม้ปัจจุบันนายคมจักรจะหลบหนีไปกบดานในประเทศเพื่อนบ้าน แต่ยังคงสั่งการลำเลียงยาเสพติดเข้ามาจำหน่ายในพื้นที่ จ.พัทลุง และจังหวัดใกล้เคียง โดยใช้คนในเครือข่ายทำหน้าที่เก็บเงิน ทำธุรกรรม และควบคุมลูกหนี้ด้วยการใช้ความรุนแรง เจ้าหน้าที่จึงเปลี่ยนแนวทางสืบสวน โดยขยายผลเส้นทางการเงินของเครือข่าย ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลจังหวัดพัทลุงอนุมัติหมายค้นเข้าตรวจค้นพร้อมกัน 3 จุด

จุดแรก ที่บ้านพักในพื้นที่ ต.เขาเจียก อ.เมืองพัทลุง จับกุมนายพิรุณ พร้อมตรวจยึดอาวุธปืนพกขนาด 9 มม. ที่จดทะเบียนในชื่อบุคคลอื่น กระสุนปืน 13 นัด เงินสด 300,000 บาท สมุดบันทึกบัญชีเงินกู้นอกระบบ สัญญาเงินกู้ 12 ฉบับ โทรศัพท์มือถือ และของกลางรวม 11 รายการ
จุดที่สอง ที่บ้านพักในพื้นที่ ต.คูหาสวรรค์ อ.เมืองพัทลุง จับกุมนายกบินทร์ พร้อมตรวจยึดเงินสดซุกซ่อนภายในบ้านจำนวน 4,263,520 บาท โดยผู้ต้องหาให้การรับว่าเป็นเงินที่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด และได้รับคำสั่งจากนายคมจักรให้เก็บรักษาไว้นอกจากนี้ยังตรวจพบบุหรี่ไฟฟ้า 40 ชิ้น และบุหรี่ต่างประเทศหนีภาษีอีก 30 ซอง จึงแจ้งข้อหาตามกฎหมายศุลกากรเพิ่มเติม

ส่วนจุดที่สาม บ้านพักในพื้นที่ ต.เกาะเต่า อ.ป่าพะยอม ซึ่งเป็นที่พักของหญิงสาววัย 34 ปี ผู้มีความเชื่อมโยงกับเครือข่าย แม้ไม่พบของกลางสำคัญ แต่จากการสืบสวนพบว่าเคยมีบทบาทในการเก็บรักษาเงินของเครือข่าย จึงอยู่ระหว่างขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงิน
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังนำเงินสดของกลางมาตรวจสอบด้วยน้ำยาทดสอบสารเมทแอมเฟตามีน ผลปรากฏว่าให้ผลเป็นบวก พบสารเสพติดปนเปื้อนบนธนบัตร สอดคล้องกับคำรับสารภาพของผู้ต้องหาที่ระบุว่าเป็นเงินจากการค้ายาเสพติด ทั้งนี้ เงินสดและของกลางทั้งหมดจะถูกส่งตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์เพื่อยืนยันผลอย่างเป็นทางการ ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งขยายผลติดตามจับกุมนายคมจักรและผู้ร่วมขบวนการที่ยังหลบหนีต่อไป

