“ผับลับอัพยา” คนแน่นตี 4 ถึงบ่าย 3 ทะลุมิติออกมาตาสู้แสงไม่ได้ ผับเถื่อนไร้ใบอนุญาต อำพรางภายนอกเป็นร้านเกมส์ สภาพทึบปิดตายไม่รู้เดือนรู้ตะวัน ด้านในไม่เน้นขายเหล้าแต่เน้นขายยา รับเฉพาะลูกค้า เฉพาะหากเป็นคนแปลกหน้าจะไม่สามารถเข้าไปในผับลับแห่งนี้ได้ โดยกลุ่มลูกค้าที่เข้ามา กลุ่ม บาร์โฮส และ สาวเอ็นเตอร์เทรน ป้องกันการข่าวและการถูกจับกุมจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่บุกรวบได้ทั้งร้าน 20 ราย “ผึ้งแตกรัง” แต่หนีไม่ทันเพราะไม่มีทางหนีไฟ
วันนี้ (18 ก.ค. 69) ภายใต้อำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. , พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. /ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส.
นครบาล พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. นำโดยพล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น.รับผิดชอบยาเสพติด , พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผบก.น.1 , พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. , พ.ต.อ.ศักยะ แสงวรรณ รอง ผบก.น.1 ,พ.ต.อ.วิชัย สนสกุล ผกก.สส.บก.น.1 ,พ.ต.อ.ศรศักดิ์ ทองมี ผกก.สน.ห้วยขวาง , พ.ต.ท.มาโนชย์ ทองแก้ว รอง ผกก.กก.สส.บก.น.5 , พ.ต.ท.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น. , พ.ต.ต.ศิวัช ยังอุ่น สว.(สอบสวน) สน.วัดพระยาไกร
ปปส. กทม. นำโดย นายปฤณ เมฆานันท์ ผอ.ปปส.กทม. , นายอดิเรก อ่อนละมูล ผอ.บก. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ศูนย์ยาเสพติด บช น (ศอ.ปส.บช.น. ), สืบ บก.น.1 ,สน.ห้วยขวาง และ ป.ป.ส.กทม. เปิดปฏิบัติการทลาย “ผับลับอัพยา” นำหมายค้นศาลอาญาที่ ค.99/2569 ลงวันที่ 17 ก.ค. 69 เข้าตรวจสอบ อาคารพาณิชย์ 4 ชั้น ริมถนนประชาอุทิศ แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ จับกุมตัวผู้ต้องหา 11 ราย
ตรวจยึดของกลาง และยึดทรัพย์สินดังนี้1. ยาอี (MDMA): 224 เม็ด2. ยาไอซ์ 51.16 กรัม3. โคเคน: 3.83 กรัม4. คีตามีน 326.24 กรัม5. หัวพ็อตเค 19 หัว6. บุหรี่ไฟฟ้า: 38 ตัว7. เงินสด 91,000 บาท8. แหวน 2 วง9. พระพร้อมกรอบลักษณะคล้ายทอง 1 องค์รวมตรวจยึดทรัพย์สินทั้งสิ้น มูลค่าประมาณ 300,000 บาท

พฤติการณ์กล่าวคือ จากกรณีเพลิงไหม้ร้านเหล้าชื่อดังย่านลาดพร้าว เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตหลายราย ต่อมา พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. ทำการตรวจสอบสถานบริการในพื้นที่นครบาล กระทั่งได้รับรายงานจาก พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผบก.น.1 ว่ามีผับแห่งหนึ่งซึ่งมีนามเรียกขานเฉพาะกลุ่มว่า “ผับลับ” ซึ่งมีการเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเบาะแสว่าภายในผับลับนี้ มีการจำหน่ายยาเสพติดหลากหลายชนิดให้ลูกค้าทะลุมิติอย่างครบวงจรภายในร้าน จนกล่าวได้ว่าเข้าผับนี้แล้วจะไม่รู้เดือนรู้ตะวันเลยทีเดียว
พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผบช.น.รับผิดชอบยาเสพติด ร่วมกับ พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผบก.น.1 นำกำลังเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. และสืบ 1 ลงพื้นที่สืบสวนโดยทันที กระทั่งจนสืบทราบว่า “ผับลับ” แห่งนี้มีพิกัดตั้งอยู่ริมถนนประชาอุทิศ ย่านห้วยขวาง เป็นอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น 1 คูหา โดยอำพรางภายนอกให้เสมือนเป็น “ร้านเกมส์” มีการนำผ้าใบและรถมาจอดปิดบังภายหน้าร้านจนแนบเนียมมาก หากมองจากภายนอกจะไม่สามารถทราบได้เลยว่านี่คือผับ
ผับลับแห่งนี้จะถูกเรียกขานกันว่า “ร้านลับซอย 1” มีกลุ่มลูกค้าเฉพาะกลุ่มเท่านั้น หากเป็นคนแปลกหน้าจะไม่สามารถเข้าไปในผับลับแห่งนี้ได้ โดยกลุ่มลูกค้าที่เข้ามามั่วสุมในร้านนี้ขาประจำคือกลุ่ม บาร์โฮส และ สาวเอ็นเตอร์เทรน ที่มักจะพาลูกค้าหรือคู่ขาของตนเองมาต่อ “หลังผับปิด” โดยมีทางร้านจะมีบริการจำหน่ายยาเสพติดหลากหลายชนิดไม่ว่าจะเป็น เคตามีน , พอตเค และ ยาอี ซื้อขายกับพนักงานร้านได้ ซ้ำลูกค้าสามารถเสพยาเสพติดที่โต๊ะตนเองได้ภายในร้านโดยไม่ต้องหลบซ่อนและด้วยสภาพภายในร้านที่มีการปิดฟิล์มดำทึบจนไม่สามารถทราบกลางวันกลางคืนได้ ทำให้ผับลับนี้คนจะแน่นหนาตั้งแต่ห้วง 04.00 น. ไปจนถึง 15.00 น. จนลูกค้าบางรายเมื่อเดินออกจากร้านมีอาการหลงเวลา ดวงตาไม่สามารถสู้แสงได้ และที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งคือสภาพอาคารสถานที่ เป็นที่แคบและทึบ มีทางเข้าออกเพียงทางเดียว ไม่มีทางหนีไฟใดๆ อีกทั้งผู้มาใช้บริการในผับลับนี้มีการใช้สารเสพติด มีการใช้ “ไฟแช็ก” ภายในร้าน และยังมีห้องครัวปิดตายอยู่ด้านหลังอาคาร ขัดต่อหลักมาตรฐานเกือบทุกจุด เมื่อทำการตรวจสอบก็พบว่าเป็นการลักลอบเปิดโดยไม่มีการขออนุญาตใด ๆ ทั้งสิ้น
พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. เปิดเผยถึงปฏิบัติการครั้งนี้ว่า หลังจาก พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผบช.น.นำเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. และสืบ บก น 1 ได้ทำการสืบสวนรวบรวมหลักฐาน และได้ยืนคำร้องต่อศาลอาญาเพื่อขอหมายค้นผับลับดังกล่าวและศาลได้อนุมัติหมายค้นเป็นที่เรียบร้อย จนนำมาสู่ปฏิบัติการเข้าตรวจสอบผับลับแห่งนี้ โดยในวันที่ 18 ก.ค. 69 เวลา 08.25 น. ได้มีการบูรณาการร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. นำโดย พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมลเลขาธิการ ป.ป.ส. ,นายปฤณ เมฆานันท์ ผอ.ปปส.กทม.ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. , สืบ บก น 1 , สน.ห้วยขวาง และ ป.ป.ส.กทม. เพื่อใช้มาตราการยึดทรัพย์จึงนำหมายค้นศาลอาญาที่ ค.99/2569 ลงวันที่ 17 ก.ค. 69 เข้าตรวจสอบ อาคารพาณิชย์ 4 ชั้น ริมถนนประชาอุทิศ แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ
ผลการตรวจค้นพบ ของกลางยาเสพติดหลายรายการ อยู่บนโต๊ะ , อยู่ที่ตัวลูกค้า และอยู่ที่เคาน์เตอร์พนักงานร้าน โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ทั้งสิ้น 11 ราย โดยแบ่งเป็น 4 ราย เป็นเจ้าของร้าน และพนักงานขายยาเสพติด อีก 7 ราย เป็นกลุ่มลูกค้าที่มีสารเสพติดในร่างกาย จากการตรวจค้นโดยละเอียดพบว่า บริเวณชั้นล่าง เป็นการเปิดสถานบันเทิงเต็มรูปแบบ แสงสีเสียง ครบครัน มีพนักงานร้าน คอยบริการกลุ่มลูกค้าอยู่ รวม 28 ราย จากการตรวจสารเสพติดในร่างกายของกลุ่มลูกค้า พบว่ามีสารเสพติดอาทิ เมทแอมเฟตามีน,โคเคน,ยาอี,เคตามีน อยู่ในร่างกาย และหนึ่งในพนักงานของร้าน มียาเสพติดได้แก่ ยาเค และพอตเค ไว้ในครอบครอง บริเวณชั้นลอย เปิดเป็นห้อง VIP มีไว้เพื่อมั่วสุมเสพยาเสพติด แต่ไม่มีผู้ใช้บริการอยู่ บริเวณชั้น 2 พบนายเอ (นามสมมติ) แสดงตัวเป็นเจ้าของสถานบริการ และ น.ส.บี (นามสมมติ) แฟนของนายเอ พักอาศัยอยู่ในห้อง หลังจากตรวจค้นโดยละเอียด พบยาเสพติดหลายประเภท อาทิ ยาไอซ์ ยาเค ยาอี พอตเค และบุหรี่ไฟฟ้า ซุกซ่อนอยู่ในห้องพักของนายเอ (นามสมมุติ) จำนวนมาก

เจ้าหน้าที่ฯ จึงแจ้งข้อกล่าวหาผู้ที่กระทำความผิด ดังนี้ 1. นายสมชาย (ขอสงวนนามสกุล) ผู้แสดงตนเป็นเจ้าสถานบันเทิง แจ้งข้อกล่าวหาว่า “มีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 (โคเคน) โดยไม่ได้รับอนุญาต, มีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (เคตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต, มีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน ยาไอซ์,ยาอี) โดยไม่ได้รับอนุญาต, ช่วยซ่อนเร้น ซื้อ รับไว้ หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งของที่ห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักร (บุหรี่ไฟฟ้า) โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นของต้องห้าม, ตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับใบอนุญาต, ฝ่าฝืนเงื่อนไขเวลาเปิด-ปิดสถานบริการตามใบอนุญาต 2. นายพัฒนา (ขอสงวนสนามสกุล) แจ้งข้อกล่าวหาว่า “มีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (เคตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต”3. กลุ่มพนักงานและกลุ่มลูกค้าที่พบสารเสพติดในร่างกาย จำนวน 9 ราย
หลังเสร็จสิ้นการจับกุม จะมีการนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 11 ราย พร้อมของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ในชั้นจับกุม นายสมชาย (ขอสงวนนามสกุล) เจ้าของร้าน ได้ให้การว่า “ตนเปิดสถานบริการลับนี้มาแล้วประมาณ 1-2 ปี เศษ และรับว่ายาเสพติดที่เจ้าหน้าที่ตรวจค้นเจอเป็นของตนจริง โดยซื้อมาเพื่อเสพเอง และจำหน่ายให้นักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการ”
พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น./รองโฆษก ตร. กล่าวว่า ยาเสพติดไม่ใช่เพียงต้นตอของอาชญากรรม แต่ยังเป็นภัยคุกคามต่อความปลอดภัยของประชาชนในทุกมิติ บช.น. จึงเดินหน้าปราบปรามแหล่งจำหน่ายและแหล่งมั่วสุมยาเสพติดอย่างจริงจัง โดยเฉพาะสถานบริการหรือสถานที่ที่ลักลอบเปิดให้มีการจำหน่ายและเสพยาเสพติด ซึ่งนอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว ยังสร้างความเสี่ยงต่อชีวิตของผู้ใช้บริการและประชาชนโดยรอบผับลับแห่งนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน ภายในมีการลักลอบจำหน่ายและเสพยาเสพติด ขณะที่ตัวอาคารเป็นอาคารพาณิชย์คูหาเดียว มีทางเข้าออกหลักเพียงทางเดียว ไม่มีทางหนีไฟ และด้านหลังยังเป็นห้องครัวที่ปิดทึบ หากเกิดเหตุฉุกเฉิน ผู้ที่อยู่ภายในซึ่งอยู่ในสภาพมึนเมาหรือขาดสติจากการเสพยา ย่อมมีความเสี่ยงต่อการสูญเสียชีวิตอย่างยิ่ง
จากบทเรียนความสูญเสียที่เกิดขึ้นในสังคมเมื่อไม่นานมานี้ ยิ่งตอกย้ำว่าการปล่อยให้แหล่งมั่วสุมยาเสพติดดำรงอยู่ คือการสร้างระเบิดเวลาที่พร้อมคร่าชีวิตผู้คนได้ทุกเมื่อ บช.น. จะเดินหน้าขยายผลจับกุมทั้งผู้ค้า ผู้จัดหา และผู้ที่เอื้อประโยชน์ให้ธุรกิจผิดกฎหมายเหล่านี้อย่างถึงที่สุด
ขอเตือนไปยังผู้ประกอบการทุกแห่งว่า อย่าคิดว่าการละเลยปัญหายาเสพติดและมาตรการความปลอดภัยเป็นเรื่องเล็ก เพราะ ผลกำไรที่ได้มา ไม่อาจแลกกับชีวิตของประชาชนได้

