บชก.ร่วม ตม. ทลายเซฟเฮาส์แก๊งจีนเทา ร่วมฉ้อโกงปลอมเอกสารฮุบเงินเวนคืนที่ดินเมืองอู่ฮั่น กว่า 100 ล้านบาท ก่อนเผ่นหนีเข้าไทย ใช้วีซ่าเกษียณบังหน้า เตรียมส่งตัวกลับดำเนินคดีที่จีน

วันที่ 29 พ.ค. 69 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. และ พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. สั่งการให้ พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น รอง ผบก.ปพ. พ.ต.อ.นพรัตน์ คำมาก ผกก.สายตรวจ บก.ปพ. พ.ต.ต.พงศ์ปิติ ตรีนิคม สว.กก.สายตรวจ บก.ปพ. ร.ต.อ.กิตติธัช เทียนแก้ว รอง สว.กก.สายตรวจ บก.ปพ. ร่วมกับ พ.ต.ต.พัสกร กลัดงิ้ว สว.กก.4 บก.สส.สตม. เข้าควบคุมตัว นายเฉินฯ อายุ 55 ปี นายหยวนฯ อายุ 54 ปี นายเฟยฯ อายุ 51 ปี และนางหลัวฯ อายุ 54 ปี ชาวจีน เนื่องจากเป็นบุคคลต้องห้ามตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง ฐาน “มีพฤติการณ์เป็นบุคคลที่น่าเชื่อว่าเป็นภัยต่อสังคม หรือจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุข ความปลอดภัยของประชาชน หรือความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร” โดยจับกุมได้ภายในบ้านพักหรู หมู่ 1 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี และภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ
ทั้งนี้ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ด้านศูนย์ความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขง (LMLECC) ประสานข้อมูลกับศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายของ บช.ก. ให้ติดตามจับกุมผู้ต้องหาสัญชาติจีน 4 ราย ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับของสำนักงานความมั่นคงสาธารณะเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ในข้อหา “ฉ้อโกงโดยการปลอมแปลงเอกสาร” จากการสืบสวนพบว่า กลุ่มผู้ต้องหาเกี่ยวข้องกับบริษัทรับสัญญาดำเนินโครงการรื้อถอนและฟื้นฟูภูมิทัศน์ เมืองอู่ฮั่น โดยร่วมกันทุจริตปลอมแปลงข้อมูลและเอกสารต่าง ๆ เพื่อหลอกเอาเงินชดเชยค่ารื้อถอนและเวนคืนจากบริษัทจัดการที่ดินเมืองใหม่แห่งอู่ฮั่น แอบอ้างชื่อและบัญชีธนาคารของผู้อื่นเพื่อรับผลประโยชน์ สร้างความเสียหายสูงกว่า 18 ล้านหยวน หรือเกือบ 100 ล้านบาทไทย
ต่อมาเจ้าหน้าที่ทราบว่า กลุ่มผู้ต้องหาไหวตัวหลบหนีเข้ามากบดานในประเทศไทย โดยใช้วีซ่าเกษียณเพื่ออำพรางตัว เจ้าหน้าที่จึงแกะรอยสืบสวนจนพบว่าใช้บ้านพักหรูภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เป็นเซฟเฮาส์หลัก จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายค้นจากศาลจังหวัดพัทยา ก่อนเข้าตรวจค้นบ้านเป้าหมายทันที จนสามารถรวบตัวนายเฉินฯ นายหยวน และนายเฟย ก่อนขยายผลตามจับกุมนางหลัวได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิดังกล่าว ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ส่งห้องกัก กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อเตรียมส่งตัวกลับไปดำเนินคดีที่สาธารณรัฐประชาชนจีน ต่อไป

