วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. และ พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคม. สั่งการให้ พ.ต.อ.ก่อเกียรติ วุฒิจำนงค์ ผกก.1 บก.ปคม. พ.ต.ท.ก่อเกียรติ เกียรติตั้ง สว.(สอบสวน) กก.1 บก.ปคม. พ.ต.ต.หญิง สไบนาง ศิริมนตรี สว.กก.1 บก.ปคม. ร่วมกันจับกุมนายกิตติกร หรือ “ซ้อโรส” อายุ 29 ปี, นายธนพนธ์ หรือ “อาซื่อ” อายุ 35 ปี, น.ส.เมทนี อายุ 40 ปี, นายสุรพงศ์ อายุ 30 ปี และ น.ส.น้องเล็ก อายุ 34 ปี ตามหมายจับศาลอาญาในข้อหา “ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการบังคับใช้แรงงานโดยร่วมกันค้ามนุษย์, ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่น และหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้าย”
โดยจับกุมได้ที่บ้านพักพื้นที่หมู่ 7 ต.หนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี, ล้งทุเรียนพื้นที่ ต.พลวง อ.คิชฌกูฎ จ.จันทบุรี และบ้านพักพื้นที่ ต.หาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด
สำหรับการจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากนโยบายของศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. ที่สั่งการให้เร่งรัดสืบสวนติดตามจับกุมเครือข่ายอาชญากรรมทางเทคโนโลยีทุกรูปแบบ
ต่อมาศูนย์ ACSC ได้รับความร่วมมือจากบริษัท Meta ประสานข้อมูลมายังตำรวจกก.1 บก.ปคม. จนพบเครือข่ายหลอกลวงคนไทยไปทำงานในประเทศกัมพูชา ก่อนบังคับให้ร่วมขบวนการสแกมเมอร์ หลอกลวงเหยื่อผ่านสื่อออนไลน์ในลักษณะองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ มีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างเป็นระบบ
จากการสืบสวนทราบว่า ช่วงปลายปี 2568 มีคนไทยชื่อ “ซ้อโรส” ทำหน้าที่หัวหน้าคนไทยในแก๊งสแกมเมอร์ ที่จังหวัดตะโบงคมุม ประเทศกัมพูชา คอยหลอกชักชวนคนไทยรายได้น้อยให้เดินทางไปทำงาน โดยอ้างว่าเป็นงานสบาย รายได้ดี แต่เมื่อเหยื่อเดินทางไปถึงกลับถูกกักขัง และบังคับให้ทำหน้าที่แชตหลอกลวงคนไทยจำนวนมาก
ภายหลังมีผู้เสียหาย 5 ราย ได้รับการช่วยเหลือกลับประเทศไทย ก่อนเข้าแจ้งความกับตำรวจกก.1 บก.ปคม. โดยหนึ่งในผู้เสียหายถูกขายต่อมาจากออฟฟิศสแกมเมอร์แห่งอื่น มีบอสชาวจีนซื้อตัวเหมือนสินค้า ขณะที่ผู้เสียหายอีก 4 ราย ถูก “ซ้อโรส” ชักชวนไปทำงานตำแหน่ง “แอดมินพนันออนไลน์ตอบแชตลูกค้า” เสนอเงินเดือนสูงถึง 32,000 บาทต่อเดือน พร้อมที่พัก อาหารฟรี และวันหยุดเดือนละ 2 ครั้ง รวมทั้งออกค่าเดินทางให้ทั้งหมด ทำให้หลงเชื่อเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิไปยังกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อเดือน ต.ค.2568
เมื่อเดินทางไปถึงกัมพูชา กลุ่มผู้ต้องหาได้ส่งรถ SUV มารับพาเข้าไปยัง “สแกมคอมพาวด์” หรือโรงงานสแกมเมอร์ในพื้นที่จังหวัดตะโบงคมุม ประเทศกัมพูชา ซึ่งเป็นอาคารปิดล้อมกำแพงสูง ขึงลวดหนาม มีทางเข้าออกเพียงจุดเดียว และมี รปภ.ชาวจีน-กัมพูชาคุมเข้ม พร้อมอาวุธปืน กระบอง และเครื่องช็อตไฟฟ้า เพื่อป้องกันการหลบหนี
จากนั้นผู้เสียหายถูกบังคับให้ฝึกงานตาม “สคริปต์” ก่อนให้สวมบทบาทเป็นสแกมเมอร์ ใช้บัญชีโซเชียลปลอมตีสนิทเหยื่อในลักษณะ “โรแมนซ์สแกม” โดยมีนายธนพนธ์ หรือ “อาซื่อ” ทำหน้าที่ล่ามให้บอสจีน รวมทั้งจัดหาบัญชีโซเชียลปลอมมาใช้หลอกลวงเหยื่อ
ขบวนการดังกล่าวยังสร้างเว็บไซต์ปลอมเลียนแบบเว็บไซต์ซื้อขายสินค้าชื่อดังอย่าง Kogan และ Depop หลอกให้เหยื่อลงทุนซื้อสินค้า ก่อนสร้างธุรกรรมปลอมให้ดูเหมือนมีกำไรจริง จนมีคนไทยตกเป็นเหยื่อสูญเงินจำนวนมาก สร้างรายได้ให้เครือข่ายสูงถึง 7-12 ล้านบาทต่อเดือน
นอกจากนี้หากผู้เสียหายไม่สามารถทำยอดได้ตามเป้า จะถูกทำร้ายร่างกาย ใช้กระบองไฟฟ้าช็อต ใช้ไม้ทุบตี หรือสั่งลงโทษด้วยการกักขัง ลุกนั่ง และวิ่งรอบสนาม จนบางรายทนไม่ไหว ต้องให้ญาติหาเงินมา “ไถ่ตัว” เพื่อแลกกับการเดินทางกลับประเทศไทย
ต่อมาเจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐาน ขอศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องรวม 8 ราย พร้อมขอหมายค้น 3 จุด ก่อนสามารถจับกุมผู้ต้องหาคนสำคัญได้รวม 5 รายดังกล่าว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่กำลังขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติม รวมทั้งตรวจสอบผู้เสียหายที่อาจตกเป็นเหยื่อของเครือข่ายดังกล่าว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และยึดอายัดทรัพย์สินตามกฎหมายฟอกเงินต่อไป

