ผบก.น.1 เผยคนขับรถไฟอ้างเสพยา ก่อนขับ 10 วัน แต่ตํารวจยังไม่ปักใจเชื่อ จ่อเรียกสอบช่างเครื่องและนิติกรการรถไฟเพิ่มเติม -เตรียมจำลองเหตุการณ์ ปมสัญญาณเตือนปริศนา-เร่งถอดกล่องดำ

76

ผบก.น.1 เผยเร่งรวบรวมหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ หลังง “คนโบกธง-คนขับรถไฟ” ให้การขัดแย้งกัน เตรียมจำลองเหตุการณ์ ตรวจกล่องดำและสอบมาตรฐานการเดินรถ พร้อมยอมรับพบสารเสพติดในร่างกายคนขับรถไฟจริง เจ้าตัวอ้างเสพก่อนขับ 10 วัน แต่ตํารวจยังไม่ปักใจเชื่อ จ่อเรียกสอบช่างเครื่องและนิติกรการรถไฟเพิ่มเติม

พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผู้บังคับการตํารวจนครบาล 1 เปิดเผยความคืบหน้าหลังตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน กรณีรถไฟพุ่งชนรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ สาย 206 บริเวณจุดตัดทางรถไฟแยกมักกะสัน ใต้สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ ถนนอโศก-ดินแดง จนเกิดเพลิงลุกไหม้รุนแรง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกจํานวนมาก โดยระบุว่าตอนนี้ได้ตั้งข้อกล่าวหาพนักงานขับรถไฟและพนักงานควบคุมเครื่องกั้นรถไฟในความผิดฐาน “กระทําโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและบาดเจ็บสาหัส“ ส่วนคนขับรถประจําทางแจ้งในความผิดฐาน “กระทําโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายทได้รับบาดเจ็บและมีทรัพย์สินเสียหาย“

จากการสอบปากคําพบว่าพนักงานขับรถไฟและพนักงานควบคุมเครื่องกั้นรถไฟให้การให้ไม่ตรงกันในบางประการจึงต้องหาหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มาพิสูจน์ข้อเท็จจริง โดยคนโบกธงยืนยันว่ามีการโบกธงให้สัญญาณแล้ว แต่คนขับรถไฟให้การว่าคนโบกธงไม่ได้ให้สัญญาณ เบื้องต้นทีมสืบสวนได้ลงพื้นที่เก็บรวบรวมหลักฐานกล้องวงจรปิดตั้งแต่ต้นทางจนถึงจุดเกิดเหตุ โดยตั้งประเด็นไว้ว่าการผ่านแต่ละจุดตัดเจ้าหน้าที่ควบคุมเครื่องกั้นรถไฟมีการโบกธงถูกต้องและครบทุกขั้นตอนการปฏิบัติหรือไม่ อาทิ การให้อาณัติสัญญาณ , การให้สัญญาณธง และการติดต่อผ่านวิทยุสื่อสารตลอดจนความเร็วขณะผ่านแยกหรือจุดตัดว่าใช้ความเร็วคงที่หรือไม่ และก่อนหน้าที่จะมาถึงจุดเกิดเหตุมีการลดความเร็วหรือไม่

เบื้องต้นได้ทําการเรียกช่างเครื่องหรือผู้ช่วยคนขับรถไฟมาสอบปากคําแล้วโดยจะเน้นไปเรื่องของหน้าที่ในการปฏิบัติพร้อมกันนี้ได้ประสานไปยังทางการรถไฟเพื่อส่งเจ้าหน้าที่ที่รู้เกี่ยวกับเรื่องการเดินรถทั้งหมดว่าขั้นตอนของการผ่านจุดตัดแต่ละคนมีหน้าที่อย่างไรบ้าง ซึ่งตอนนี้ทางคณะทำงานได้ส่งหนังสือไปที่ผู้ว่าการการรถไฟแห่ประเทศไทยเพื่อขอเข้าไปจำลองเหตุการณ์เพื่อดูมุมมองการขับรถไฟว่ามองเห็นสัญญาณไฟชัดเจนมากน้อยเพียงใด โดยคาดว่าอย่างเร็วสุดคือภายในวันพรุ่งนี้ ก่อนจะเรียกผู้เชี่ยวชาญมาให้ข้อมูล และขอเอกสารจากกล่องดำ พร้อมทั้งเรียกนิติกรของการรถไฟ มาสอบถามว่า ใช้ระเบียบ หรือมาตรฐานอะไรในการออกระเบียบการเดินรถ และการอนุญาตให้บุคคลขับรถไฟเนื่องจากพนักงานคนขับรถไฟไม่มีใบอนุญาต เนื่องจากก่อนหน้านี้ไม่มีการออกใบอนุญาตและเพิ่งจะมีบังคับใช้เมื่อปี 2569 ตํารวจจึงต้องสอบสวนจนสิ้นข้อสงสัยว่าก่อนหน้านี้ที่ไม่มีใบอนุญาตใช้มาตรฐานอะไรในการควบคุมคนพนักงานขับรถไฟ

ในส่วนของพนักงานขับรถไฟที่มีกระแสข่าวว่ามีสารเสพติดในร่างกายนั้น พล.ต.ต.วรศักดิ์ ยืนยันว่า เป็นความจริงโดยผู้ต้องหาอ้างว่าเสพมาก่อนขับประมาณ 10 วัน ซึ่งทางตํารวจยังไม่ปักใจเชื่อต้องว่ากันตามพยานหลักฐาน จากการตรวจสอบประวัติพบว่าผู้ต้องหาเคยถูกดำเนินคดีเสพยาเสพติดเมื่อปี 2562 ในพื้นที่ สภ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช

อย่างไรก็ตามตอนนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปบังคับใช้กฎหมายบริเวณพื้นที่ห้ามหยุดรถใกล้ทางรถไฟเพื่อความปลอดภัย ซึ่งไม่อยากให้มองว่าเป็น “วัวหายล้อมคอก“ ส่วนที่ประชาชนตั้งข้อสังเกตว่าลักษณะทางกายภาพบริเวณจุดเกิดเหตุส่งผลให้รถระบายไม่ดีนั้น เป็นเรื่องที่ต้องรับฟังปัญหาทั้งหมดและนํามาบูรณาการร่วมกับทาง กทม. เพื่อพิจารณาว่าถูกต้องตามหลักวิศวกรจราจรหรือไม่