วันที่ 12 พ.ค.69 นายกัณวีร์ สืบแสง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีนายหมิงเฉิน ซัน ชาวจีนที่ถูกจับกุมพร้อมอาวุธสงครามที่ จ.ชลบุรี ซึ่งล่าสุดถูกหามออกจากเรือนจำมารักษาตัวที่โรงพยาบาลภายนอก
“ขอร้องเจ้าหน้าที่ทุกท่าน นั่งคุยกันก่อนแถลงข่าวกรณีหนุ่มจีน C4 เถอะครับ มันชักพิลึกพิลั่นหนักขึ้นทุกนาที”
นายกัณวีร์ ตั้งคำถามว่ากรณีนี้ในส่วนของกระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวกับคดีหนุ่มจีน C4 สามารถ จับตัวได้แล้ว ของกลางมีแล้ว ผู้จัดหาของกลางมีแล้ว แต่สิ่งที่ไม่พร้อมคือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องใช่หรือไม่ ผบ.ตร. แถลงว่าคนจีนนี้ชอบสะสมอาวุธสงครามเฉย ๆ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สตช. ไม่ฟันธงว่าเป็นก่อการร้ายหรือไม่ รองจเรตำรวจแห่งชาติและโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บอกว่ามีอาวุธไว้สู้กับสแกมเมอร์ (จริงเหรอ) !! ผบช.ตำรวจภูธรภาค 2 เจ้าของพื้นที่ หาย !! ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ยอมรับ หนุ่มจีน C4 นี้โยงแก๊งสแกมเมอร์เพื่อนบ้าน
นายกัณวีร์ ตั้งคำถามถึงการแถลงข่าวของหน่วยงานความมั่นคงที่ไม่ตรงกัน จึงเห็นว่าทุกท่านที่เกี่ยวข้องควรนั่งคุยกันก่อนแล้วค่อยแถลงข่าว เพราะทำให้ประเทศไทยถูกลดความน่าเชื่อถือ และประชาชนคนไทยชักร้อน ๆ หนาว ๆ ถึงความปลอดภัยตัวเอง ไม่ต้องรีบครับ แต่ต้องเร็วและแม่นยำ ชัดเจนและถูกต้อง
“ผมยังเชื่อครับ เจ้าของพื้นที่อย่างท่านผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ทราบดีที่สุด เพราะทุกซอกทุกมุมท่านรู้ บางละมุง ชลบุรี มีอะไรบ้างท่านรู้ ละแวกบ้านของหนุ่มจีนเป็นอย่างไร ทำไมท่านจะไม่รู้ ใครคบค้าสมาคมกับหนุ่มจีนคนนี้ ทำไมลูกน้องท่านจะไม่เห็น”
นายกัณวีร์ กล่าวว่า อย่าปล่อยให้นักสืบโซเชียลเอาข้อมูลต่างๆ ออกกันมาเลย เพราะจะผิดรูปคดี ยิ่งตอนนี้มีข่าวว่าหนุ่มจีนรายนี้อดข้าวจนช๊อค จนต้องออกมารักษาตัวที่โรงพยาบาล นอกห้องขัง จึงยิ่งต้องระวังให้มาก เพราะแก๊งอาชญากรรมข้ามชาตินี้คือโจรระดับโลก มันทำได้ทุกอย่าง
“หนุ่มจีนคนนี้ทำให้แก๊งถูกเปิดเผยได้ รอดยากครับ ไม่ว่าจะอยู่ข้างในหรือนอกเรือนจำ เพราะฉะนั้น สืบสวนสอบสวนให้ได้ถึงเครือข่ายทั้งไทยเทาไทยดำ และแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติกลุ่มนี้ให้ได้”
นายกัณวีร์ กล่าวย้ำว่า อย่าปล่อยให้การตัดตอนเกิดขึ้นอีกเลย สืบให้ดีแล้วเราจะรู้ ตัวใหญ่ ๆ คือใคร และอยู่ไหน

