ไทย-ไต้หวัน ผนึกกำลังทลายแก๊งคอลฯ ข้ามชาติ รวบเครือข่ายสแกมเมอร์ไต้หวัน ยกแก๊งกว่า 20 ราย พบเสียหายกว่า 200 ล้าน NTD ลุยขยายผลนายทุนเบื้องหลัง

วันที่ 20 ส.ค. 69 ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. ร่วมกับตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. บูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจสืบสวนสอบสวนกลางไต้หวัน (Criminal Investigation Bureau-CIB Taiwan) เปิดปฏิบัติการกวาดล้างขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติของกลุ่มมาเฟียไต้หวัน สามารถจับกุมเครือข่ายสแกมเมอร์ชาวไต้หวันในประเทศกัมพูชาได้กว่า 20 ราย พร้อมเดินหน้าขยายผลถึงนายทุนผู้อยู่เบื้องหลังด้วย
คดีดังกล่าวสืบเนื่องจาก CIB Taiwan ได้สืบสวนขบวนการคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติชาวไต้หวัน ซึ่งตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ในประเทศกัมพูชา โดยมีพฤติการณ์แอบอ้างเป็น “เจ้าหน้าที่ตำรวจ” โทรศัพท์หลอกลวงประชาชน พบผู้เสียหายเบื้องต้น 46 ราย มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 200 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน หรือประมาณหลายร้อยล้านบาท จากการสืบสวนพบว่า ขบวนการดังกล่าวใช้วิธีประกาศรับสมัครงานออนไลน์ อ้างเป็นงานพิมพ์ภาษาจีน ให้ค่าตอบแทนสูง พร้อมจัดหาที่พักและอาหาร ก่อนล่อลวงชาวไต้หวันให้เดินทางไปทำงานเป็นพนักงานคอลเซ็นเตอร์ในประเทศกัมพูชากว่า 100 ราย
นอกจากนี้ เครือข่ายดังกล่าวยังมีพฤติการณ์ร่วมมือกับบริษัทท่องเที่ยวของไทย เพื่ออำพรางการเดินทางและหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ โดยจัดทำเอกสารการเดินทาง ตั๋วเครื่องบินขากลับ และเอกสารจองที่พักปลอม รวมถึงใช้บัตรเครดิตของไทยชำระค่าบัตรโดยสาร เพื่อทำให้การเดินทางของสมาชิกแก๊งไม่เป็นที่ผิดสังเกต
ภายหลังการสืบสวน เจ้าหน้าที่ ACSC และ CIB ได้ประสานข้อมูลกับ CIB Taiwan ขยายผลจนสามารถติดตามจับกุมเครือข่ายผู้ต้องสงสัยได้จำนวน 20 ราย ประกอบด้วยหัวหน้าขบวนการระดับนายทุน แกนนำระดับปฏิบัติการ รวมถึงเจ้าของบริษัททัวร์ชาวไต้หวันที่ทำหน้าที่จัดการเดินทางให้กับสมาชิกแก๊งคอลเซ็นเตอร์

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ยังตรวจยึดของกลางสำคัญหลายรายการ ทั้งเงินสด สินทรัพย์ดิจิทัล บัญชีธนาคาร บัตรเอทีเอ็ม อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และยานพาหนะ เพื่อใช้เป็นหลักฐานดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกงประชาชนและฟอกเงิน ส่วนผู้ที่มีส่วนร่วมกระทำความผิดในประเทศไทย เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยจะดำเนินการสืบสวนขยายผลและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

