เปิดข้อมูล”หมิงเฉิน ซัน” ระดับมือขวาบิ๊กบอสแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวจีนในกัมพูชา สั่งการผ่านแชทให้สะสมอาวุธหวังถล่มคู่อริฝั่งกัมพูชา ตำรวจมีหลักฐานยืนยันเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์จริง พบเส้นเงินเหยื่อคนไทยถูกโอนเข้าบัญชีด้วย

มีรายงานจากชุดสืบสวนพบว่า กรณีนายหมิงเฉิน ซัน ชาวจีนที่ถูกจับกุมพร้อมอาวุธสงครามเป็นจำนวนมาก โดยข้อมูลพบว่านายหมิงเฉิน ซัน เป็นขบวนการ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ระดับมือขวาของบิ๊กบอส มีหน้าที่เป็นกระเป๋าเงินที่บัญชีม้าจากทั่วภูมิภาคในหลายประเทศ จากบัญชีมาแถว 1 2 3 และ 4 จะส่งมายังกระเป๋าเงินนายหมิงเฉิน เป็นมือสุดท้ายก่อนที่จะส่งไปกระเป๋าเงินดิจิตอล(คริปโตเคอเรนซี่)เพื่อเข้ากระเป๋าตัวการใหญ่ที่เป็นระดับบิ๊กบอสชาวจีน
โดยเหตุการณ์ที่มีการซ่องสุมอาวุธสงครามจำนวนมากนั้น มาจากการที่บิ๊กบอสชาวจีนซึ่งเป็นเจ้าของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศกัมพูชาถูกระดมกวาดล้างอย่างหนัก และหัวหน้าของนายหมิงเฉินฯได้มีปัญหากับแก๊งคอลเซ็นเตอร์อีกแก๊งหนึ่งในกัมพูชา เนื่องจากกัมพูชามีการระดมกวาดล้างอย่างหนักจึงทำให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ทั้ง 2 แก๊งมีปัญหาเรื่องการเงินและการที่จะถูกจับกุม โดยต่างฝ่ายต่างหวาดระแวงกันว่าจะแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มากวาดล้างจับกุม ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับบอสของนายหมิงเฉิน ฯเป็นอย่างมาก จึงสั่งการให้หมิงเฉินฯเป็นคนจัดหาอาวุธเพื่อนำไปก่อเหตุกับฝั่งคู่อริที่อยู่ในประเทศกัมพูชา ส่วนที่ใช้ไทยเป็นฐานในการสั่งซื้ออาวุธ เนื่องจากที่กัมพูชามีการกวาดล้างหนักและประเทศไทยมีช่องโหว่เรื่องการเดินทางเข้าออกโดยเฉพาะตามแนวชายแดนที่ยังไม่มีสงคราม

ซึ่งจากข้อมูลอาวุธที่พบถูกผลิตในรัสเซีย อเมริกาและจีน ส่วนจะจัดซื้อมาจากบุคคลใดอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลของเจ้าหน้าที่ แต่ตอนนี้พบว่าเป็นของตำรวจ 1 กระบอกและทหารเรือ 1 กระบอก ส่วนอาวุธที่พบเชื่อว่ามีการซื้อทางภาคตะวันออกตามแนวชายแดน ดังนั้นแผนประทุษกรรมต่างๆเช่นการเดินทาง เส้นทางการเงิน และการใช้โทรศัพท์มือถือและธุรกรรมการเปลี่ยนชื่อ ทำบัตรสีชมพู เชื่อว่าในหมิงเฉินไม่ได้มีอาการป่วยทางจิต เพราะพฤติกรรมดังกล่าวนั้นคนที่มีอาการทางจิตไม่สามารถทำได้ ส่วน ที่เข้าโรงพยาบาลเชื่อว่าเกิดจากความเครียด
อีกทั้งชุดสืบสวนมีหลักฐานที่เชื่อว่านายหมิงเฉินเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างแน่นอนคือมีบัญชีที่มีผู้เสียหายจากประเทศไทยที่ถูกโอนเงินจากบัญชีม้าแถว 1 แถว 2 แถว 3 และ 4 ไปยังเส้นเงินของนายหมิงเฉินฯ อีกทั้งมีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่เวียดนาม กัมพูชา ถูกจับกุมและปรากฏว่าเส้นเงินของผู้เสียหายเหล่านั้นถูกโอนมายังกระเป๋าเงินของนายหมิงเฉินฯด้วย
อีกทั้งมีพยานหลักฐานที่เป็นวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะเส้นทางการเงิน และหลักฐานที่มีการสนทนาทางแชท ซึ่งตำรวจได้มีการให้ตำรวจสันติบาลไปถอดรหัสการสนทนาพบว่าบทสนทนามีการสั่งการจากบิ๊กบอสชาวจีนของนายหมิงเฉินฯชัดเจนว่าให้ไปจัดหาอาวุธและไปถล่มคู่อริ เนื่องจากก่อนที่จะถูกจับกุมใกล้ถึงเวลาที่จะมีการเปิดศึกกันแล้ว โดยสอดคล้องกับการสืบสวนทางลับของเจ้าหน้าที่ ที่ยืนยันได้ว่านายหมิงเฉินเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์โดยไม่ได้มีการอุปโลกขึ้นมา แม้ว่าก่อนหน้านี้ทาง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะมีการแถลงข่าวตั้งแต่วันแรกที่มีการจับกุม ว่าผู้ต้องหาเป็นพวกคลั่งชอบสะสมอาวุธ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวเกิดจากการที่ฝ่ายสืบสวนได้ข้อมูลจากอดีตภรรยาของนายหมิงเฉินฯด้านเดียวเท่านั้น จนกระทั่งมายืนยันได้เมื่อวานนี้ว่าเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ระดับกระเป๋าเงินของบิ๊กบอสชาวจีน

สำหรับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ของนายหมิงเฉิน เป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ตั้งอยู่ในประเทศกัมพูชาติดกับฝี่งชายแดนเวียดนาม ไม่ได้ติดอยู่กับฝั่งชายแดนของประเทศไทย โดยชุดสืบสวนพบว่า นายหมิงเฉินฯมีการเดินทางเข้าประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2557 จากนั้นก็ได้จดทะเบียนสมรสกับหญิงชาวไทย เพื่อที่จะทำธุรกรรมต่างๆในประเทศไทยได้โดยไม่ผิดกฎหมาย รวมถึงบัตรสีชมพูด้วย
จากนั้นก็มีการเดินทางเข้าออกประเทศไทยหลายครั้ง รวมทั้งเดินทางไปยังยุโรป เกาหลีใต้ มาเลเซีย ซึ่งประเทศเหล่านี้มีผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ของนายหมิงเฉินฯจำนวนมาก โดยนายหมิงเฉินฯจะเป็นคนกุมความลับ เกี่ยวกับเส้นทางการเงินของผู้เสียหายจากหลายประเทศที่โอนเข้ามายันกระเป๋าเงินของนายหมิงเฉินฯ

