ใครที่ติดตามข่าวการจับกุมนายหมิงเฉิน ซัน ชาวจีน น่าจะเกิดความรู้สึกเดียวกันว่าแผ่นดินไทยมีพระสยามเทวาธิราชและ สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองไม่ให้เกิดเหตุร้ายแรงทำลายชีวิตและทรัพย์สินของคนไทย

จากเนื้อหาข่าวนายหมิงเฉิน ซัน ประสบอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำ ถนนเลียบทางรถไฟ หมู่ที่ 1 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ส.ต.ท.นิลพัฒน์ ทองย้อย จราจร สภ.นาจอมอมเทียนพร้อมตำรวจอาสาเข้าช่วยเหลือ ด้วยไหวพริบของส.ต.ท.นิลพัฒน์ สังเกตเห็นนายหมิงเฉิน กระวยกระวายไม่อยากให้ช่วยเหลือ ขอค้นตัวพบอาวุธปืนในกระเป๋าคาดหน้าอก ค้นในรถเจอแม็กกาซีนปืนเอ็ม 16 และถึงน้ำมันขนาด 20 ลิตร จึงแจ้งร้อยเวรเข้าตรวจที่เกิดเหตุ จากนั้นตำรวจขยายผลค้นบ้านนายหมิงเฉิน ก่อนเข้าบ้านพบว่านายหมิงเฉินได้วางกับดักไว้ที่หน้าประตูหากไม่ระมัดระวังมีโอกาสเกิดเหตุระเบิดได้
ตำรวจแจ้งให้หน่วยเก็บกู้ระเบิดเข้าดำเนินการถอดกับดักพร้อมเข้าตรวจค้นในบ้านพบว่ามีการซุกระเบิดซีโฟร์ อาวุธสงคราม กระสุนปืนขนาดต่างๆ เสื้อเกราะดัดแปลงติดระเบิดแบบพลีชีพ ตรวจโทรศัพท์มีคลิปซ้อมยิงปืน แต่ที่น่าตกใจนายหมิงเฉิน ได้ถามAIว่าจุดไหนน่าก่อวินาศกรรมบ้าง และผลทำลายล้างมีมากน้อยแค่ไหน ระหว่างเข้าตรวจค้นตำรวจเกรงว่าชาวบ้านละแวกบ้านหลังเกิดเหตุจะไม่ปลอดภัย สั่งอพยพคนในหมู่บ้านออกห่าง 100-200 เมตร เพราะประเมินจากของกลางที่ยึดได้หากเกิดเหตุระเบิดจะมีรัศมีทำลายร้างเป็นวงกว้าง
ทางสืบสวนสอบสวนพบว่าอาวุธปืนแต่ละกระบอกรวมถึงระเบิด ล้วนเกี่ยวกับพันตำรวจ ทหารเรือ และทหารบก และตัวผู้ต้องหามีความเชื่อมโยงไปถึงฝั่งประเทศกัมพูชา
จากเหตุระทึกขวัญที่ค้นเจอคลังแสงของนายหมิงเฉินให้ระลึกถึงเหตุเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2537 นายเดชา รัตนวงศ์มอเตอร์ไซค์รับจ้าง ถูกรถบรรทุก 6 ล้อ เฉี่ยวชน คนขับรถบรรทุก 6 ล้อพยายามหลบหนี นายเดชา ขี่รถมอเตอร์ไซด์ไล่ตาม คนขับรถบรรทุกเป็นชาวต่างชาติเปิดกระจกยื่นเงินให้เพื่อจะยุติเรื่อง นายเดชาไม่ยอมและสื่อสารกันไม่เข้าใจคนขับรถบรรทุกหยุดรถเจรจาแต่นายเดชา ยืนยันต้องแจ้งตำรวจ คนขับรถบรรทุกเลี่ยงไปโทรศัพท์แล้วหลบหนีไป ตำรวจสน.ลุมพินี เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุนำรถบรรทุกไปจอดไว้ที่จุดเก็บของกลางในสวนลุมพินี หน้าโรงพัก ห่างจากสถานทูตอิสราเอล ไม่กี่ร้อยเมตร
รถถูกจอดทิ้งไว้ประมาณ 1 สัปดาห์ ตำรวจจึงตามตัวเจ้าของรถเป็นบริษัทขนส่งได้ ทางเจ้าของรถแจ้งว่าติดต่อคนขับรถไม่ได้มา 7 วันแล้ว ตำรวจตรวจของที่บรรทุกมาพบว่ามีปุ๋ยยูเรียหลายสิบกระสอบถูกเรียงไว้ข้างแท็งก์สี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ล็อกด้วยกุญแจ จึงตัดกุญแจออกพบว่าภายในบรรจุปุ๋ยยูเรียไว้แน่นถัง มีสายไฟระโยงรยางค์และวงจรทำให้ระเบิดปะทุ
เมื่อเจ้าหน้าที่เก็บกู้ระเบิดตัดวงจรเรียบร้อยแล้ว ทยอยนำสารระเบิดออกจากแทงก์น้ำปรากฏว่าพบศพคนขับรถบรรทุกถูกฆ่าแล้วหมกไว้ เจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้ระบุว่าหากเกิดเหตุระเบิดขึ้นรัศมีทำลายล้างถึง 7 กิโลเมตร ตึก อาคาร ห้างสรรพสินค้า จะถูกทำลายย่อยยับทั้งสถานทูตอเมริกา สถานทูตอิสราเอล โรงพยาบาลตำรวจและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นต้น
ต่อมาตำรวจและหน่วยข่าวกรอง สืบสวนจับกุมชาวอิหร่านได้ 3 คน ต้องสงสัยว่าเป็นผู้ก่อเหตุ แต่หลักฐานคดีในชั้นศาลไม่เพียงพอที่จะเอาผิดได้จึงปล่อยตัวไป
พลันที่ข่าวนี้แพร่ออกไปคนไทยทั้งประเทศต่างยกมือสาธุว่าพระสยามเทวาธิราชและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุ้มครองแผ่นดินไทย ช่วยไว้ เป็นความรู้สึกนี้ไม่แตกต่างกับคดีนายเฉินหมิง ทั้งสองคดีเบาะแสล้วนมาจากอุบัติเหตุ แต่อดที่จะมีความรู้สึกไม่ว่าพระสยามเทวาธิราชและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุ้มครองแผ่นดินไทย มีความลำเอียงเข้าข้างนักการเมือง ทหาร ตำรวจและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ที่พัวพันกับคดีโกงบ้านโกงเมืองหรือไม่ เพราะหลายคดีที่สังคมและนักวิชาการต่างวิจารณ์ว่ามองจากดาวอังคารรู้ว่ามีความผิด อาทิ คดีฮั้วส.ว. คดีโกงการเลือกตั้งส.ส. คดีเขากระโดง คดีซื้อเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดฯหรือ จีที 200 คดีฮั้วประมูลสร้างโรงพักและแฟลตตำรวจ คดีตึกสตง.ถล่ม และคดีกักตุนน้ำมันที่ยังสาวไม่ถึงไอ้โม่ง เป็นต้น
แม้หลายคดีเปิดฉากลงแล้วแต่ผู้กระทำผิดเป็นแค่ปลาสิวปลาสร้อยต้องติดคุก พวกที่อยู่เบื้องหลังเขมือบแบบคำโตยังลอยนวลชูคออยู่ในสังคม บางคนมีอำนาจในรัฐบาล และบางคนมีอำนาจเหนือรัฐมนตรีบางคน
ดังนั้นเมื่อพระสยามเทวาธิราชการและสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่คุ้มครองแผ่นดินไทย คอยปัดเป่าไม่ให้เกิดเหตุร้ายแล้ว ควรแสดงอิทธิฤทธิ์ลงโทษพวกโกงบ้านโกงเมืองให้หายนะกันทั้งตระกูลบ้างน่าจะดี เพราะทุกวันนักการเมืองและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เห็นแก่ผลประโยชน์ของพวกพ้อง มากกว่าความหายนะของชาติ !!!


