หน้าแรกการเมืองลุยจับบุหรี่ไฟฟ้าย่านคลองถม ยึดของกลาง 2 หมื่นชิ้น มูลค่ากว่า 8 ล้าน

ลุยจับบุหรี่ไฟฟ้าย่านคลองถม ยึดของกลาง 2 หมื่นชิ้น มูลค่ากว่า 8 ล้าน

วันที่ 13 สิงหาคม 2569 ที่ห้องประชุมชัยจินดา สน.พลับพลาไชย 1 นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยพลตำรวจเอกนิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบ หรือ ศปบย.ตร. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงผลการปราบปรามการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าในพื้นที่ย่านตลาดนัดคลองถมพัฒนาฯ

นางสาวศุภมาส บอกว่า ปัญหาการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้า โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน ถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล เนื่องจากบุหรี่ไฟฟ้าส่งผลกระทบทั้งต่อสุขภาพ ชีวิต และอนาคตของเยาวชน การป้องกันการแพร่ระบาดไปยังเด็กและเยาวชน ขอเตือนผู้ปกครองให้เฝ้าระวังบุตรหลานเนื่องจากบุหรี่ไฟฟ้า 1 แท่ง มีนิโคตินเทียบเท่าบุหรี่ธรรมดาถึง 20 มวน และละอองมีขนาดเล็กกว่าฝุ่น PM 2.5 เข้าสู่ปอดได้ลึกและขับออกได้ยาก แต่ยังมีความเข้าใจผิดคิดว่าบุหรี่ไฟฟ้าไม่มีอันตราย ทั้งที่จริงแล้วการสูบบุหรี่ไฟฟ้าคือการนำสารเคมีก่อมะเร็งและโลหะหนักเข้าสู่ร่างกายโดยตรง ดังนั้น บุหรี่ไฟฟ้าจึงเป็นสินค้าที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพพร้อมย้ำว่าบุหรี่ไฟฟ้าถือเป็นสินค้าที่ผิดกฎหมายในประเทศไทยทุกกรณี

จากการทำงานเชิงรุกของชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจ ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำไปสู่การเข้าตรวจค้นแหล่งลักลอบจำหน่ายรายใหญ่ย่านตลาดนัดคลองถมพัฒนา รวม 5 จุด แบ่งเป็นจุดพักและเก็บสินค้าในอาคาร 4 จุด และโกดังอีก 1 จุด ซึ่งใช้เป็นแหล่งเก็บสินค้า ก่อนกระจายไปยังหน้าร้านและจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ ปฏิบัติการครั้งนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 คน พร้อมตรวจยึดบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยา และอุปกรณ์บรรจุน้ำยา รวมประมาณ 20,000 ชิ้น มูลค่ากว่า 8 ล้านบาท

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ำว่า การดำเนินการจะไม่หยุดอยู่เพียงการจับกุมผู้ค้าปลายทาง แต่จะขยายผลไปถึงผู้นำเข้า ผู้จัดหา แหล่งเก็บสินค้า ผู้กระจายสินค้า ผู้จำหน่าย และเครือข่ายออนไลน์ เพื่อตัดวงจรการค้าบุหรี่ไฟฟ้าทั้งระบบ

ขณะที่พลตำรวจเอกนิรันดร กล่าวว่า กระบวนการค้าบุหรี่ไฟฟ้ามีลักษณะคล้ายกับยาเสพติด คือมีทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยตำรวจดำเนินการทั้งการสืบสวนจับกุมแหล่งนำเข้าและแหล่งเก็บสินค้ารายใหญ่ รวมถึงการปราบปรามผู้ค้าปลายทาง สำหรับปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ใช้การสืบสวนและแฝงตัวเข้าตรวจสอบโครงสร้างแหล่งจำหน่ายและสถานที่ซุกซ่อนสินค้า ก่อนวางแผนเข้าจับกุม เนื่องจากผู้ค้าบุหรี่ไฟฟ้ามักระมัดระวังบุคคลแปลกหน้าและไม่เปิดเผยแหล่งจำหน่ายโดยง่าย

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่า ศปบย.ตร. จะเดินหน้าระดมกวาดล้างบุหรี่ไฟฟ้าทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้สถานศึกษาและแหล่งท่องเที่ยว พร้อมบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การปราบปรามเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และตัดวงจรการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าให้ได้ทั้งระบบ

สำหรับผู้ฝ่าฝืนขายบุหรี่ไฟฟ้ามีความผิดตามคำสั่งคณะกรรมการว่าด้วยความปลอดภัยของสินค้าและบริการ ที่ 24/2567 เรื่อง ห้ามผลิตเพื่อขาย ห้ามขายหรือให้บริการสินค้า บารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งจะมีโทษตามมาตรา 56/4 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 600,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และไม่สามารถเปรียบเทียบปรับเพื่อระงับคดีได้

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img