กรุงเทพฯ, วันที่ 6 พ.ค. นายพลัฏฐ์ ศิริกุลพิสุทธิ์ อดีตผู้สมัคร สส.กทม. เขต 1 พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) และอดีตเลขานุการ รมว.พาณิชย์ กล่าวถึงการพลิกวิกฤตพลังงานของไทยให้เป็นโอกาสในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจสู่พลังงานชีวภาพและอุตสาหกรรมสีเขียว ว่า ไทยมีศักยภาพด้านวัตถุดิบชีวภาพระดับโลก ทั้งอ้อย มันสำปะหลัง และปาล์มน้ำมัน รวมถึงมีโครงสร้างอุตสาหกรรมปิโตรเคมีเดิมที่สามารถต่อยอดสู่ชีวเคมีได้ทันที ยกตัวอย่างต่างประเทศ โดยอินโดนีเซียประกาศงดนำเข้าดีเซล หันใช้ B100 จากปาล์ม ขณะที่ไทยเตรียมขยับสู่ B20 เพื่อรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียว
นายพลัฏฐ์ กล่าวว่า ไบโอดีเซล (Biodiesel) สามารถนำไปผ่านกระบวนการ Cracking เป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เช่น BioAromatics, Bio-Olefins และ Bio-Butadiene ซึ่งเป็นสินค้าที่ตลาดโลกต้องการ ขณะเดียวกันเอทานอล (Ethanol) สามารถต่อยอดเป็น Bio-Ethylene เพื่อนำไปผลิต Bio-PE, Bio-PET, เชื้อเพลิงอากาศยาน และ Fine Chemicals ได้ จึงขอเสนอให้รัฐ “ปลดล็อกกฎหมาย” เปิดทางให้เอทานอล (Ethanol) ข้ามจากภาคเชื้อเพลิงไปสู่อุตสาหกรรมเคมี เพื่อเร่งสร้างเศรษฐกิจใหม่ในช่วงที่พลังงานฟอสซิลมีราคาแพงและขาดแคลน รวมถึงรองรับแนวโน้มโลกสู่ Net Zero และมาตรการ CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism) ของสหภาพยุโรป ที่จะเป็นกำแพงการค้าใหม่
ทั้งนี้ นายพลัฏฐ์ กล่าวย้ำว่าท่ามกลางการแข่งขันของโลก โดยบราซิลมี บริษัท Petrobras และ Braskem เป็นฐานขนาดใหญ่ มาเลเซียเด่นด้านปาล์มและโอเลโอเคมี ขณะที่อินโดนีเซียยังติดข้อจำกัดในการพัฒนาอุตสาหกรรมปลายน้ำ (Downstream) ส่วนเวียดนามแม้มีข้อตกลงทางการค้าเสรี (FTA) แต่โครงสร้างพื้นฐานยังเป็นรองไทย
“จุดแข็งของไทยคือความหลากหลายของวัตถุดิบ โดยเฉพาะอ้อยและมันสำปะหลัง ที่ต่อยอดสู่สินค้ามูลค่าสูงได้ และยังได้เปรียบตลาดเอเชีย จึงเป็นโอกาสที่ควรเร่งต่อยอดสู่เศรษฐกิจใหม่ เพื่อสร้างงานและรายได้ที่มีมูลค่าสูงให้คนในประเทศ” นายพลัฏฐ์ กล่าว

