ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.)  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการที่ช่วงเวลาของการเลือกตั้งทางการเมืองขยับเข้าใกล้มาทุกขณะ จึงทำให้มีกลุ่มผู้ไม่หวังดีบางกลุ่มพยายามสร้างความปั่นป่วนให้กับสังคมเพื่อผลประโยชน์ของฝ่ายการเมืองบางกลุ่ม โดยการนำข้อมูลบิดเบือนมาเผยแพร่ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ จนประชาชนเกิดความสับสนหรือเข้าใจผิด และมีการแชร์ข้อมูลผิดๆเหล่านี้ออกสู่สังคมวงกว้าง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นความผิดทางกฎหมายหากทำให้เกิดความเดือดร้อนหรือมีผู้เสียหายจากการกระทำดังกล่าว ด้วยเหตุนี้ทางกองบังคับการปราบปราม ซึ่งได้เล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าวจึงได้มีการโพสต์ข้อความให้ความรู้แก่ประชาชน เพื่อที่จะได้รู้เท่าทันไม่ตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มผู้ไม่หวังดีดังกล่าวผ่านทางเพจเฟซบุ๊คของกองปราบปรามฯ

โดยโพสต์ข้อความของทางเพจเฟซบุ๊คกองปราบปรามฯ​ นั้นระบุว่า “การนำข้อมูลปลอม ข่าวปลอม ไม่ว่าจะเป็นการปลอมทั้งหมด หรือแค่บางส่วน หรือข้อมูลอันเป็นเท็จ เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ หรือแม้แต่การแชร์ หรือส่งต่อข้อมูลอันเป็นเท็จเหล่านั้น ล้วนมีความผิด ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ซึ่งเป็นความผิดที่ไม่สามารถยอมความได้ ซึ่งตัวอย่างของการกระทำ ที่เข้าข่ายความผิดใน มาตรา 14 พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ประกอบด้วย การโพสต์ข้อมูลปลอม ทุจริต หลอกลวง เช่น ข่าวปลอม โฆษณาธุรกิจลูกโซ่ที่หลอกลวงเอาเงินลูกค้า และไม่มีการส่งมอบของให้จริง จะมีความผิดตามมาตรา 14​ (1) ส่วนการโพสต์ข้อมูลความผิดเกี่ยวกับความมั่งคงปลอดภัย จะมีความผิดตามมาตรา 14​ (2) ขณะที่การโพสต์ข้อมูลความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง ก่อการร้าย จะมีความผิดตามมาตรา 14​ (3) และสำหรับผู้ที่โพสต์ข้อมูลลามก ที่ประชาชนเข้าถึงได้ จะมีความผิดตามมาตรา 14​ (4) เช่นเดียวกับการเผยแพร่ ส่งต่อข้อมูล ที่รู้แล้วว่าผิด เช่น กด Share ข้อมูลที่มีเนื้อหาเข้าข่ายความผิด พรบ.คอมพิวเตอร์ กรณีนี้ก็ถือว่ามีความผิด มีความผิดตามมาตรา 14​ (5)

ทั้งนี้หากการะกระทำในลักษณะดังกล่าวข้างต้น ส่งผลกระทบต่อประชาชนทั่วไป ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่หากการกระทำในลักษณะดังกล่าวข้างต้นส่งผลต่อบุคลใดบุคคลหนึ่ง ในลักษณะที่เป็นการหมิ่นประมาท กรณีนี้ไม่ถือว่าเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ แต่จะเป็นความผิดฐาน ”หมิ่นประมาท” หรือ “หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 แทน ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งในกรณีนี้สามารถยอมความกันได้

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง