ครอบครัวชินวัตรเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” ครั้งที่ 60 ก่อนปล่อยตัวพักโทษ “แพทองธาร” ระบุพ่อยินดีตามกระบวนการ แม้สะกิดใจเรื่องกำไล EM ขณะทนายชี้ ยังมีข้อสงสัยด้านความเหมาะสม แต่ยืนยันพร้อมปฏิบัติตามกติกา เตรียมเข้าสู่คุมประพฤติ 4 เดือน รายงานตัวตามขั้นตอน จับตาวันพ้นเรือนจำ 11 พ.ค.นี้.

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 30 เม.ย. ที่ เรือนจำกลางคลองเปรม ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ภายหลังจากที่สมาชิกครอบครัวชินวัตร นำโดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรืออิ๊งค์ ที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย อดีตนายกรัฐมนตรี บุตรสาวคนเล็กของนายทักษิณ ชินวัตร น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ บุตรสาวคนกลางของนายทักษิณ ชินวัตร พร้อมด้วย นายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามีของ น.ส.แพทองธาร เป็นตัวแทนครอบครัวเดินทางเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ 60 พร้อมกับนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ ประมาณ 30 นาที ก่อนที่ น.ส.แพทองธาร ออกมาเปิดเผยสั้น ๆ ว่า ทางคุณพ่อได้รับทราบมติคณะกรรมการพักการลงโทษเรียบร้อยแล้ว ส่วนความรู้สึกของคุณพ่อก็เป็นไปตามกระบวนการทุกอย่าง อาจจะมีความรู้สึกในเรื่องของการติดกำไล EM ก็มีบ่นนิดหน่อยว่าตนเองนั้นแก่แล้ว และเคยเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีมาด้วย แต่พอต้องติดกำไล EM ก็รู้สึกนิดหนึ่ง แต่ไม่เป็นไร เราก็พร้อมทำตามกระบวนการทุกอย่าง ส่วนความรู้สึกภายหลังมีมติพักโทษ ครอบครัวก็รู้สึกว่าได้พักโทษก็ดีใจค่ะ
เมื่อถามว่าเรื่องติดกำไล EM เป็นความกังวลหรือไม่ เพราะโดยปกติแล้วถ้าสูงวัย มีโรคประจำตัว และมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ส่วนใหญ่จะไม่ต้องติดกำไล EM นั้น น.ส.แพทองธาร ระบุว่า เท่าที่ทราบผู้สูงอายุส่วนใหญ่ก็ไม่ต้องติดกำไล EM แต่อันนี้มีมติให้ติดก็ต้องติด ทั้งนี้ ตนไม่ได้มองว่าน่าแปลกใจอยู่แล้ว เพราะไม่ได้มีอะไร
น.ส.แพทองธาร ระบุด้วยว่า ในวันที่ 11 พ.ค.69 ตนและครอบครัวจะเดินทางมายังเรือนจำฯ ตามเวลาของราชทัณฑ์ อย่างไรก็ตาม ในเรื่องที่ตนได้โพสต์นับถอยหลัง (counting down) ก็ยังไม่ได้เล่าให้คุณพ่อฟังแต่อย่างใด ส่วนคุณพ่อจะมีอะไรที่อยากทำเป็นพิเศษหรือไม่นั้น ตอนนี้ก็ยังไม่มีอะไร แค่บอกว่ากลับบ้าน และก็มีการคุยกันเรื่องสุขภาพ เนื่องจากคุณพ่ออยู่ข้างในไม่ได้ตรวจสุขภาพและเมื่อสอบถามทางครอบครัวชินวัตรว่ามีเมนูอะไรที่จะรอต้อนรับนายทักษิณ หลังจากได้รับการปล่อยตัวหรือไม่นั้น ทางครอบครัวไม่ได้ตอบคำถามสื่อมวลชน ก่อนเดินขึ้นรถเดินทางกลับออกจากพื้นที่เรือนจำฯ ทันที

ด้าน นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ เปิดเผยถึงความพร้อมในการปล่อยตัวพักโทษคุมประพฤติของนายทักษิณ ชินวัตร ในวันที่ 11 พ.ค.69 ว่า ขั้นตอนต่าง ๆ อยู่ระหว่างการเตรียมการของเรือนจำ โดยผู้บัญชาการเรือนจำกลางคลองเปรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกรมคุมประพฤติ จะร่วมกันหารือวางรายละเอียด ซึ่งคาดว่าในวันดังกล่าวจะมีการปล่อยตัวนายทักษิณเพียงรายเดียว เนื่องจากผู้ต้องขังรายอื่นประมาณ 9 รายที่ได้รับการพักโทษนั้น จะมีการทยอยปล่อยตัวออกจากเรือนจำวันอื่น เพราะมีวันพ้นโทษที่แตกต่างกัน
ส่วนประเด็นการติดกำไลติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ (EM) นายวิญญัติ ระบุว่า นายทักษิณบอกว่ารู้สึกยินดีที่ได้รับการพักโทษ เนื่องจากเป็นสิทธิของผู้ต้องขังที่มีคุณสมบัติครบถ้วน แต่ยังมีข้อสงสัยต่อความจำเป็นของมาตรการดังกล่าว เนื่องจากนายทักษิณเป็นผู้สูงอายุและมีโรคประจำตัว อีกทั้งยืนยันว่าไม่มีพฤติการณ์หลบหนี รวมถึงเคยเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเชื่อว่าทางคณะอนุกรรมการฯ สามารถนำมาผ่อนปรนข้อบังคับใส่กำไล EM ได้ โดยส่วนตัวตนก็ไม่คิดว่าทางคณะอนุกรรมการฯ จะให้นายทักษิณใส่กำไล EM เช่นกัน และหากการใช้มาตรการนี้ใช้กับผู้อื่นด้วยก็จะดี พร้อมทั้งยังตั้งคำถามว่าการติดกำไล EM ได้คำนึงถึงสุขภาพของผู้ได้รับการพักโทษหรือไม่ อีกทั้งจะกระทบศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของนายทักษิณหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตาม นายทักษิณก็พร้อมน้อมรับมติของคณะกรรมการฯ แม้จะตั้งข้อสังเกตถึงความเหมาะสมก็ตาม
นายวิญญัติ ระบุต่อว่า ภายหลังการปล่อยตัวรับการพักโทษ นายทักษิณจะต้องเข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติเป็นเวลา 4 เดือน และต้องรายงานตัวภายใน 3 วันนับจากวันปล่อยตัว รวมถึงรายงานตัวต่อเนื่องทุกเดือนจนกว่าจะครบกำหนดโทษ ซึ่งคาดว่าจะสิ้นสุดในวันที่ 9 ก.ย.69
นายวิญญัติ ระบุว่า ท่านเป็นบุคคลที่ไม่คิดจะหลบหนี ถ้าจะหลบหนีคงไม่มารับโทษ ดังนั้น จึงไม่ควรเอามาตรการติดกำไล EM มาใช้กับท่าน ท่านงง แต่ก็น้อมรับกระบวนการที่คณะกรรมการฯ ได้พิจารณา ส่วนความเห็นของตน ตนได้ตั้งข้อสังเกตว่า ท่านเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี มีคุณูปการใหญ่หลวงต่อประเทศชาติหลายเรื่อง มีนโยบายสำเร็จหลายประการที่ประชาชนทราบดี นี่คือคุณงามความดีของท่าน แต่ในเรื่องของความเหมาะสม หากจะบอกว่ามีความเหมาะสมเพื่อให้เกิดความเสมอภาคเท่าเทียมผู้ต้องขังอื่น มันก็คือข้อดี แต่ข้อเสีย คือ ความเสมอภาคของผู้ต้องขังก็ต้องคำนึงว่ามันเกินความจำเป็นหรือไม่ที่จะที่ใช้มาตรการนี้กับท่าน ส่วนเรื่องความเชื่อมั่น ว่าเป็นการควบคุมที่จะใช้กำไล EM เพื่อป้องกันการหลบหนี หรือควบคุมดูแลให้ท่านอยู่ในพื้นที่นั้น อันนี้ก็ชัดเจนว่าท่านมีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านจันทร์ส่องหล้า ไม่น่าจะเป็นประเด็น แต่อย่างที่ทราบตนก็ดีใจกับท่านอยู่แล้ว
นายวิญญัติ ระบุด้วยว่า ประการต่อมาเรื่องการติดกำไล EM ก็รอให้กรมคุมประพฤติที่เป็นหน่วยงานหลักรับตัวท่านไปคุมประพฤติอีก 4 เดือน ว่าจะใช้วิธีการอะไร แต่ท่านก็มีหน้าที่รับเงื่อนไขและเข้ารายงานตัวภายใน 3 วัน กระบวนการขั้นตอนนี้ตนไม่ทราบ ขอให้เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ให้ข้อมูลแทน
ส่วนกรณีเหตุใดนายทักษิณ จึงถูกติดกำไล EM ในขณะที่คดีอาญาร้ายแรงอย่างปล้นฆ่า จึงแตกต่างนั้น ทนายวิญญัติ มองว่าเป็นความเห็นของแต่ละฝ่าย แต่ท่านยอมรับจากมติ ไม่มีปัญหาอะไร ถือเป็นความเห็นหลากหลายของประชาชน
เมื่อถามว่าการติดกำไล EM เพราะเกรงว่านายทักษิณ จะไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองหรือไม่นั้น นายวิญญัติ บอกว่า การยุ่งเกี่ยวกับการเมืองหรือไม่นั้น ไม่มีรัฐธรรมนูญมาตราใดระบุว่าเป็นข้อห้าม เพราะสิทธิการเมืองคือสิทธิขั้นพื้นฐาน ดังนั้น ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของท่าน หากไม่ได้ความเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีของท่าน แต่ท่านอายุมากและมีคุณูปการ การติดกำไล EM มันกระทบต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของท่านหรือไม่ ฉะนั้น การถามว่าเพื่อป้องกันไม่ให้ท่านยุ่งเกี่ยวกับการเมืองหรือไม่นั้น หากพูดตามหลักกฎหมาย ไม่เกี่ยวข้องแน่นอน หากท่านจะให้คำปรึกษาหรือเป็นที่ปรึกษาอะไรแบบไหนก็เป็นสิทธิของท่าน แฃะตนเชื่อว่าในระหว่างการคุมประพฤติ 4 เดือน ท่านจะเก็บเนื้อตัวอยู่บ้าน
สำหรับวันที่ 11 พ.ค.69 หากออกจากเรือนจำฯ แล้วจะต้องไปรายงานตัวภายในวันที่ 11 พ.ค.เลยหรือไม่ หรือจะไปภายใน 3 วันที่มีการกำหนดนั้น นายวิญญัติ บอกว่า อันนั้นเป็นขั้นตอนที่กรมคุมประพฤติจะมาชี้แจงกับท่านอีกที ตนไม่มีความเห็นหรือตอบแทนได้ แต่ตามระเบียบให้เวลา 3 วัน นับแต่วันที่ปล่อยตัว เช่น ปล่อยวันที่ 11 พ.ค.69 ก็มีเวลาถึงวันที่ 14 พ.ค.69 แต่บางคนก็บอกว่าให้นับวันแรกด้วย ก็จะถึงแค่วันที่ 13 พ.ค.69 ซึ่งเป็นหน้าที่ที่ต้องไปรายงานตัวจนกว่าจะพ้นโทษ และทุกคนก็ทราบว่าท่านจะพ้นโทษในวันที่ 9 ก.ย.69

นายวิญญัติ ย้ำว่า ไม่มีอะไรน่ากังวลหลังจากการปล่อยตัวพักโทษคุมประพฤติ มีแต่ญาติ ๆ และหลายฝ่ายคงตื่นเต้นและรอรับท่าน และนับวันรอวัน แต่อย่างที่บอกว่าท่านงงเพียงว่าทำไมต้องใช้กำไล EM กับท่านด้วย
ต่อข้อถามว่าหลังจากพักโทษไปแล้ว มีโอกาสจะไปเป็นที่ปรึกษาของพรรค หรือที่ปรึกษาของนักการเมืองหรือไม่นั้น นายวิญญัติ แจงว่า ต้องสอบถามท่านทักษิณแทน เพราะตนตอบคำถามแทนท่านไม่ได้ แต่มันก็เป็นสิทธิและความเหมาะสมที่ท่านจะพิจารณาได้ และที่สำคัญท่านเป็นผู้มีประสบการณ์ ความรู้ความสามารถ เป็นบุคคลที่ทั่วโลกรู้จัก หากใครเห็นประโยชน์จากตรงนี้ แล้วอยากปรึกษาท่าน ตนเชื่อว่าท่านยินดี เพราะที่ผ่านมาท่านก็เป็นห่วงประชาชนและประเทศชาติ ทั้งนี้ เวลามาหน้าเรือนจำฯ ในวันที่ 11 พ.ค.69 เท่าที่พูดคุยกัน จะอยู่ที่ประมาณเวลา 07.45 น. เป็นต้นไป และประมาณ 08.00 น. ท่านจะออกจากที่นี่
นายวิญญัติ ปิดท้ายว่า สำหรับความเห็นของตนนั้น การที่คณะกรรมการฯ ให้ติดกำไล EM ตนไม่ได้ร่วมประชุมด้วย แต่ในความเห็นส่วนตัวมองว่าการติดกำไล EM นำมาใช้ในไทยเพื่อเป็นมาตรการปล่อยตัวชั่วคราว ให้ทางเลือกกับผู้ยากจนหรือผู้ที่ไม่มีหลักทรัพย์มาวางค้ำประกัน แล้วก็เอากำไล EM เป็นเครื่องพันธนาการ เพื่อส่งสัญญาณให้ทางราชทัณฑ์หรือคุมประพฤติ ฉะนั้น หลักการตรงนี้ ตนเรียนตามตรงว่า ต้องติดถ้าได้ปล่อยตัว แต่มันก็มีข้อผ่อนปรน เช่น อายุเกิน 70 ปี หรือมีโรคประจำตัว พิการหรือไม่ หรือมีอุปสรรคต่อการเข้ารับการรักษาพยาบาลหรือไม่ เพราะกำไล EM คือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หากใครเข้ารับการรักษาพยาบาล มันจะกระทบการรักษาไหม หรือคนเป็นโรคเบาหวาน ใส่แล้วจะคันขอไหม นี่คือข้อผ่อนปรนหลัก ๆ ที่เคยเห็นมา หรืออีกอย่างคือความเหมาะสม เกียรติยศและศักดิ์ศรีความเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีถูกนำไปพิจารณาหรือไม่ ตนก็ไม่ทราบ หากถามว่าติดกำไล EM มันคือต้องติด แต่มันก็มีข้อผ่อนปรน ส่วนจะเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองหรือเพราะกลัวว่าท่านจะหลบหนีหรือไม่นั้น ตนไม่ขอแสดงความเห็น เพราะอยากให้คิดว่าถ้าจะหลบหนี ท่านคงไม่กลับมารับโทษ นี่ก็รับโทษมาแล้ว 8 เดือน ท่านรักประเทศไทศจึงกลับมาอยู่บ้าน เเม้ท่านไปอยู่ต่างประเทศ ท่านก็อยากกลับบ้านแล้ว อย่างไรก็ตาม ท่านน้อมรับมติที่ให้ติดกำไล EM แต่ก็ยอมรับด้วยความงุนงง แต่ติดก็ต้องติด.

