“รมว. พัฒนา” ห่วง จ.นครพนม น้ำโขงสูงเกินขีดวิกฤต กำชับสถานบริการจับตาสถานการณ์ใกล้ชิดและเตรียมพร้อมรับมือ หากจำเป็นประสานหน่วยทหารช่วยอพยพผู้ป่วย

4

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ห่วงสถานการณ์ จ.นครพนม แม่น้ำโขงขึ้นสูงเกินระดับวิกฤต สั่งการสถานบริการในพื้นที่เร่งเคลื่อนย้ายครุภัณฑ์ เตรียมระบบไฟฟ้าสำรอง น้ำมันเชื้อเพลิง ยาและเวชภัณฑ์จำเป็นต่างๆ ให้พร้อมดูแลประชาชนได้อย่างน้อย 72 ชั่วโมง พร้อมประสานขอความร่วมมือจากกองทัพไทย/หน่วยงานทหารในพื้นที่ สนับสนุนกำลังพล ยานพาหนะยกสูง หรือเรือ ในการนำส่งผู้ป่วยและญาติหากจำเป็น

วันนี้ (12 สิงหาคม 2569) นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุขได้สั่งการให้มีการเฝ้าระวังสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคอีสานอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะจังหวัดริมน้ำโขง ได้แก่ นครพนม มุกดาหาร และบึงกาฬ ล่าสุด ได้รับรายงานว่า ขณะนี้ จังหวัดนครพนม ระดับน้ำโขงอยู่ที่ 12.04 ม. ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์วิกฤต 4 ซม. แล้ว และคาดว่าจะสูงสุดวันที่ 13 สิงหาคม นี้ ประมาณ 12.13 ม.

ทั้งนี้ ได้สั่งการให้หน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ โดยเฉพาะโรงพยาบาลนครพนม เร่งเคลื่อนย้ายครุภัณฑ์ที่อยู่ชั้นล่าง จัดพื้นที่จอดรถและรถพยาบาลในจุดปลอดภัย พร้อมเตรียมระบบไฟฟ้าสำรองและน้ำมันเชื้อเพลิง รวมถึงยา เวชภัณฑ์จำเป็น ออกซิเจน เลือด ระบบ IT/สื่อสาร และกำลังคน ตลอดจนแผนดูแลผู้ป่วยวิกฤต กลุ่มเปราะบาง และกลุ่มเสี่ยง เส้นทางอพยพและระบบส่งต่อผู้ป่วย รวมถึงการวางเครื่องสูบน้ำและเครื่องจักรในโซนแยกประปา เพื่อป้องกันน้ำท่วมถนนและพื้นที่สำคัญ พร้อมระบบสำรองกรณีฝนตกหนักหรือน้ำโขงหนุนสูง โดยให้รายงานสถานการณ์ทุกวันเวลา 08.00 น.

นายพัฒนา กล่าวต่อว่า แม้ขณะนี้โรงพยาบาลนครพนมยังไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง สามารถให้บริการประชาชนได้ตามปกติ แต่ความเสี่ยงสำคัญอยู่ที่เส้นทางเข้า–ออกบริเวณถนนอภิบาลบัญชา และประสิทธิภาพในการระบายน้ำเมื่อแม่น้ำโขงหนุนสูง จึงยกระดับการเตรียมความพร้อมเป็นสีส้ม โดยขอกำลังทหารสนับสนุน 20–30 นาย เพื่อเสริมแนวกั้นน้ำ เคลื่อนย้ายครุภัณฑ์และป้องกันระบบสำคัญ พร้อมเตรียมกำลังระดับแดง 40–60 นาย

สำหรับการอพยพและส่งต่อหากสถานการณ์รุนแรงขึ้น โดยศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินฯ โรงพยาบาลนครพนมได้เตรียมการประสานงานตลอด 24 ชั่วโมง และรายงานสถานการณ์ทุก 3 ชั่วโมง นอกจากนี้ ส่วนกลางโดยกองสาธารณสุขฉุกเฉิน ได้เตรียมประสานขอความร่วมมือจากกองทัพไทย หรือหน่วยงานทหารในพื้นที่ สนับสนุนกำลังพล ยานพาหนะยกสูง หรือเรือ พร้อมอุปกรณ์ที่จำเป็น ในการเคลื่อนย้าย ขนส่งผู้ป่วยและญาติเข้ามารับการรักษาในโรงพยาบาลนครพนม หรือ โรงพยาบาลชุมชน

กรณีน้ำท่วมพื้นที่โดยรอบแต่ระบบบริการยังสามารถให้บริการได้ตามปกติ หรือจำเป็นต้องอพยพหรือเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกไปยังโรงพยาบาลตามแผนที่ทางกระทรวงสาธารณสุขกำหนด หากน้ำท่วมโรงพยาบาลจนไม่สามารถให้บริการได้