ปัตตานี, วันที่ 27 เมษายน – นายอรุณ บุญชม จุฬาราชมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์การเรียนรู้สปาฮาลาล พร้อมงานครบรอบ 15 ปี สถาบันฮาลาล ณ ศูนย์การเรียนรู้สปาฮาลาล และคณะวิทยาการอิสลาม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) วิทยาเขตปัตตานี โดยมีนางพาตีเมาะ สะดียามู ผวจ.ปัตตานี และ ผศ.ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร รวมทั้งภาคเอกชน องค์กรศาสนา และผู้ประกอบการ เข้าร่วมกว่า 150 คน นับเป็นเวทีสำคัญในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมเพื่อร่วมกันพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมบนพื้นฐานอัตลักษณ์ฮาลาลอย่างยั่งยืน พร้อมสนับสนุนนโยบายของประเทศ ในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ
ภายในงานมีกิจกรรมสำคัญหลากหลาย ได้แก่ การเสวนาในหัวข้อ “อนาคตธุรกิจนวดไทย และสปาฮาลาลสู่การยอมรับในระดับโลกมุสลิม” การจัดแสดงผลงานครบรอบ 15 ปี ของสถาบันฮาลาล ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมฮาลาลของประเทศไทย ทั้งด้านการวิจัย นวัตกรรม และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ จนได้รับการยอมรับทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ ตลอดจนพิธีเปิดศูนย์การเรียนรู้สปาฮาลาลอย่างเป็นทางการ

นายอรุณ กล่าวว่า การจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้สปาฮาลาลสะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าของประเทศไทยในการพัฒนามาตรฐานฮาลาลที่ครอบคลุมมิติใหม่ด้านสุขภาวะ ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ใช้บริการทั้งในและต่างประเทศ พร้อมก้าวสู่การเป็นต้นแบบสำคัญของสังคมฮาลาลไทยในอนาคต การเปิดอาคารศูนย์การเรียนรู้ครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายบทบาทภารกิจด้านฮาลาลให้ครอบคลุมงานบริการสุขภาวะซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูง และเติบโตอย่างรวดเร็วในระดับสากลโดยศูนย์แห่งนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการบริการสปาให้สอดคล้องกับหลักบทบัญญัติอิสลามอย่างครบถ้วน ทั้งด้านสุขอนามัย ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ ตลอดจนจริยธรรมและมารยาทในการให้บริการ
จุฬาราชมนตรี กล่าวว่า นอกจากการสร้างความเชื่อมั่นแก่พี่น้องมุสลิมแล้ว ศูนย์แห่งนี้ยังเป็นเวทีสำคัญในการเผยแพร่คุณค่าอันงดงามของหลักการฮาลาลให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสังคมโลก ตลอดระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมา สถาบันฮาลาล มอ. มีบทบาทสำคัญในการพัฒนางานวิจัย ยกระดับมาตรฐานฮาลาล และสร้างเครือข่ายความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง การเปิดศูนย์การเรียนรู้สปาฮาลาลครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นการเปิดอาคารแห่งใหม่ หากแต่เป็นการเปิดโอกาสใหม่ให้กับประชาชนในพื้นที่ สร้างงาน สร้างรายได้ และขับเคลื่อนจังหวัดชายแดนภาคใต้สู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ผศ.ดร.นิวัติ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมา สถาบันฮาลาลทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงหลักการฮาลาลกับวิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และงานบริการ จนเกิดประโยชน์เชิงวิชาการ วิจัย และการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก โดยการเปิดศูนย์ครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยในการก้าวสู่การเป็นผู้นำด้าน Halal Wellness และตอบโจทย์อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก ศูนย์แห่งนี้จะไม่เป็นเพียงสถานที่ให้บริการหรือฝึกปฏิบัติเท่านั้น แต่จะเป็นศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้ และพัฒนาองค์ความรู้ ที่ผสานศาสตร์การดูแลสุขภาพแบบดั้งเดิมเข้ากับมาตรฐานความปลอดภัยตามหลักการอิสลามอย่างลงตัว พร้อมสร้างโอกาสทางอาชีพ พัฒนาศักยภาพบุคลากร และยกระดับผู้ประกอบการในพื้นที่ให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน
ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือของภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการทุกภาคส่วน ที่ร่วมสนับสนุนและผลักดันการดำเนินงานของสถาบันฮาลาลมาอย่างต่อเนื่อง จนสามารถต่อยอดสู่การเปิดศูนย์แห่งใหม่ในครั้งนี้ได้อย่างเป็นรูปธรรม

ด้าน ผศ.ดร.อัสมัน แตอาลี ผู้อำนวยการสถาบันฮาลาล กล่าวว่า อาคารแห่งนี้ได้รับงบประมาณก่อสร้างตั้งแต่ปี 2564 เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาวะฮาลาลครบวงจร ทั้งด้านการฝึกอบรมแรงงาน การวิจัยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพ การบริการสุขภาพฮาลาลแบบองค์รวม ตลอดจนเป็นศูนย์กระจายสินค้าและแหล่งศึกษาดูงานต้นแบบของประเทศ สำหรับการใช้งานอาคารแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ ชั้น 1 เป็นศูนย์บริการสุขภาพภายใต้ชื่อ “HAVANI & Wellness” ให้บริการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ผสานศาสตร์แพทย์แผนไทย กายภาพบำบัด และโภชนบำบัด โดยแยกพื้นที่ชาย-หญิงตามหลักศาสนาอย่างชัดเจน ส่วนชั้น 2 เป็นศูนย์ฝึกอบรมและถ่ายทอดองค์ความรู้ จัดหลักสูตรวิชาชีพด้านสปาและเวลเนสฮาลาล เช่น การนวดน้ำมันลังกาสุกะตามวิถีฮาลาล การนวดศีรษะแบบอายุรเวทด้วยสมุนไพร และการพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพในห้องปฏิบัติการ
นับตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา สถาบันฮาลาล มอ. ได้ผลิตบุคลากรผ่านหลักสูตรการนวดตามวิถีมุสลิม ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนอย่างต่อเนื่อง ศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้จึงเปรียบเสมือนอีกก้าวสำคัญในการเป็นแหล่งพึ่งพาด้านองค์ความรู้ สร้างโอกาสทางอาชีพ และเสริมความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนและสังคมได้อย่างยั่งยืน

