หน้าแรกกระบวนการยุติธรรม"ทนายขวัญไชย" ร้องกองปราบเอาผิด "ประธาน กสทช.-พวก" ในข้อหา ม.157 ยื้อเก้าอี้ขัดคำวินิจฉัย คกก.สรรหาฯ

“ทนายขวัญไชย” ร้องกองปราบเอาผิด “ประธาน กสทช.-พวก” ในข้อหา ม.157 ยื้อเก้าอี้ขัดคำวินิจฉัย คกก.สรรหาฯ

เมื่อวันที่ 11 ส.ค. เวลา 09.30 น. ที่ ศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายขวัญไชย ปัจจายา นักกฎหมาย เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) รวม 3 ราย ได้แก่ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช., นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ และรักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. และ นางสาวอรดา เทพยายน ผู้ช่วยเลขาธิการ กสทช. ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

นายขวัญไชย กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ที่ผ่านมา คณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. มีคำวินิจฉัยเป็นเอกฉันท์ว่า ศ.คลินิก นพ.สรณ มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 (2) แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 ส่งผลให้ถือเป็นการสละสิทธิเข้ารับตำแหน่ง และพ้นจากตำแหน่งกรรมการและประธาน กสทช. มีผลให้ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที

อย่างไรก็ตาม ผู้ถูกร้องทั้ง 3 รายกลับไม่ยอมรับคำวินิจฉัยดังกล่าว โดยอ้างว่ายังไม่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากตำแหน่ง พร้อมทั้งมีการออกหนังสือยืนยันการจัดประชุม และให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนสนับสนุนการดำรงตำแหน่งของ ศ.คลินิก นพ.สรณ อย่างต่อเนื่อง

นายขวัญไชย ระบุพฤติการณ์ความผิดแบ่งเป็นรายบุคคล ดังนี้ นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล และ นางสาวอรดา เทพยายน เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ (ม.157 ประกอบ ม.83 และ ม.91) เนื่องจากมีอำนาจหน้าที่จัดระเบียบการประชุม กสทช. ให้ถูกต้องตามกฎหมาย แต่กลับไม่ดำเนินการห้ามปรามหรือจัดให้มีการเลือกรักษาการประธานขึ้นแทน ทั้งยังออกหนังสือยืนยันการประชุมเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 และให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในลักษณะกล่าวอ้างว่าการไม่ให้ปฏิบัติหน้าที่อาจเข้าข่ายลดทอนพระราชอำนาจ

นายขวัญไชย กล่าวอีกว่า ส่วน ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ แม้ผลคำวินิจฉัยจะทำให้ขาดสถานะเจ้าพนักงานแล้ว แต่การดึงดันเข้าทำหน้าที่ประธานในการประชุมวันที่ 5–6 สิงหาคม 2569 จนทำให้กรรมการ กสทช. เสียงส่วนใหญ่ต้องบอยคอตออกจากห้องประชุม ถือเป็นการสมคบคิด จึงเข้าข่าย เป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ (ม.157 ประกอบ ม.86) และอาจเข้าข่าย แสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน (ม.145) อีกด้วย

นายขวัญไชย กล่าวด้วยว่า ตนได้นำหลักฐานยื่นให้พนักงานสอบสวนประกอบการพิจารณา ได้แก่ คำวินิจฉัยคณะกรรมการสรรหาฯ ที่ 1/2569, หนังสือสำนักงาน กสทช. ด่วนที่สุด ที่ สทช 2001/2343 และภาพอินโฟกราฟิกการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน โดยขอให้พนักงานสอบสวน บก.ป. เร่งสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเหตุเกิดในพื้นที่สำนักงาน กสทช. แขวงพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร ต่อเนื่องกันตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม ถึง 6 สิงหาคม 2569 ซึ่งส่งผลกระทบต่อการบริหารงานขององค์กรและประโยชน์สาธารณะ

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img