หน้าแรกกองทัพ-ความมั่นคงผบ.ทร.ไทย–ฟิลิปปินส์ กระชับความร่วมมือความมั่นคงทางทะเล หนุนกลไกอาเซียนคลี่คลายความตึงเครียดภูมิภาค

ผบ.ทร.ไทย–ฟิลิปปินส์ กระชับความร่วมมือความมั่นคงทางทะเล หนุนกลไกอาเซียนคลี่คลายความตึงเครียดภูมิภาค

พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้เดินทางเยือนสาธารณรัฐฟิลิปปินส์อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 23–25 เมษายน 2569 ตามคำเชิญของผู้บัญชาการทหารเรือฟิลิปปินส์ เพื่อหารือข้อราชการกับผู้บัญชาการทหารเรือฟิลิปปินส์ และผู้แทนเสนาธิการทหารร่วม กองทัพฟิลิปปินส์ (Armed Forces of the Philippines: AFP) โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงทางทะเล และการรับมือกับความท้าทายด้านความมั่นคงในภูมิภาคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบันกองทัพเรือทั้งสองประเทศได้แสดงความเชื่อมั่นร่วมกันว่า ความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมเสถียรภาพและความมั่นคงในภูมิภาคอาเซียน พร้อมทั้งย้ำถึงความจำเป็นของการประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ด้านความมั่นคงที่มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้นในปัจจุบัน

ในการนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือได้แสดงความขอบคุณต่อกองทัพเรือฟิลิปปินส์สำหรับไมตรีจิตในการเชิญเยือนอย่างเป็นทางการ และยืนยันเจตนารมณ์ของกองทัพเรือไทยในการสนับสนุนความร่วมมือระหว่างกันในทุกมิติ รวมถึงการสนับสนุนบทบาทของสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ในกรอบอาเซียน ตลอดจนกิจกรรมต่าง ๆ ที่กองทัพเรือฟิลิปปินส์ดำเนินการภายใต้กรอบดังกล่าว พร้อมกันนี้ได้เรียนเชิญผู้บัญชาการทหารเรือฟิลิปปินส์เข้าร่วมการประชุมผู้บัญชาการทหารเรืออาเซียน ซึ่งกองทัพเรือไทยจะเป็นเจ้าภาพในห้วงเดือนสิงหาคม 2569 โดยฝ่ายฟิลิปปินส์ได้ตอบรับคำเชิญดังกล่าวแล้ว

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้ชื่นชมความร่วมมือที่มีต่อกันมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน อาทิ การแลกเปลี่ยนการเยือนของผู้บังคับบัญชา การเยือนของเรือรบ การฝึกร่วม ตลอดจนการฝึก ศึกษาและอบรม ซึ่งสะท้อนถึงความสัมพันธ์อันใกล้ชิดและความไว้วางใจระหว่างกองทัพทั้งสองประเทศในโอกาสเดียวกัน กองทัพฟิลิปปินส์ได้แจ้งถึงความพร้อมในการรับหน้าที่เป็นหัวหน้าคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (ASEAN Observer Team: AOT) โดยได้จัดกำลังพลเพื่อปฏิบัติหน้าที่ทั้งในส่วนกองบัญชาการ ณ ฟิลิปปินส์ รวมถึงการจัดตั้งคณะผู้สังเกตการณ์ประจำประเทศไทย (AOT–Thailand) และประจำประเทศกัมพูชา (AOT–Cambodia) เรียบร้อยแล้ว และมีกำหนดรับมอบหน้าที่อย่างเป็นทางการในช่วงปลายเดือนเมษายน 2569 นี้ เพื่อสังเกตุการณ์และรายงานข้อเท็จจริงจากทุกฝ่ายอย่างเป็นกลาง อันจะเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนการรักษาสันติภาพในภูมิภาค

โอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือไทยได้แสดงความชื่นชมแนวทางดังกล่าว และพร้อมให้การสนับสนุนการปฏิบัติงานของคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีและตราด ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกองทัพเรือ พร้อมทั้งแสดงความเชื่อมั่นในศักยภาพของกองทัพฟิลิปปินส์ในการปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นกลาง โดยยึดข้อเท็จจริงเป็นสำคัญ ภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อร่วมเป็นกลไกสำคัญของอาเซียนในการลดความตึงเครียดและสร้างเสถียรภาพในภูมิภาค

นอกจากนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือยังได้เดินทางเยี่ยมและให้แนวคิดแก่นายทหารนักเรียนจากกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ ที่อยู่ระหว่างเข้ารับการศึกษาหลักสูตรเสนาธิทหารของสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ โดยได้ถ่ายทอดประสบการณ์ในฐานะศิษย์เก่าหลักสูตร Joint Command and Staff College เพื่อเสริมสร้างวิสัยทัศน์ด้านยุทธศาสตร์และการปฏิบัติการร่วมในระดับนานาชาติอีกด้วย

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img