หน้าแรกกระบวนการยุติธรรมสาวเอ็นฯ แฉนาทีระทึก ถูกหนุ่มต่างชาติคลุ้มคลั่งทำร้ายสาหัส กักขัง-ใช้มีดขู่ในคอนโดฯ รามคำแหง

สาวเอ็นฯ แฉนาทีระทึก ถูกหนุ่มต่างชาติคลุ้มคลั่งทำร้ายสาหัส กักขัง-ใช้มีดขู่ในคอนโดฯ รามคำแหง

จากกรณีเพจ “อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทิร์น part 7” เผยเหตุหญิงรับงานเอนเตอร์เทน (เด็กเอ็นฯ) ถูกลูกค้าชาวต่างชาติทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง ภายในคอนโดมิเนียมย่านรามคำแหง 24 ล่าสุด ผู้เสียหาย น.ส.พิมพ์พิไล (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี ได้เข้าให้ปากคำเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก พร้อมเปิดเผยรายละเอียดกับสื่อมวลชนอย่างละเอียด

ผู้เสียหายเล่าว่า รู้จักกับผู้ก่อเหตุมาแล้วประมาณ 4-5 เดือน จากการทำงานในสถานบันเทิง โดยฝ่ายชายมักว่าจ้างให้ไปดูแลเป็นครั้งคราว ลักษณะคล้ายลูกค้าประจำ และก่อนหน้านี้ไม่เคยมีพฤติกรรมรุนแรง

กระทั่งวันที่ 6 เม.ย. 2569 ผู้ก่อเหตุได้ว่าจ้างให้มาพักอยู่ที่คอนโดดังกล่าว และมีการชักชวนไปเที่ยวพัทยา กระทั่งคืนวันที่ 9 เม.ย. ได้พากันไปดื่มสุราที่ร้านแห่งหนึ่ง ก่อนกลับมาที่ห้องพักในช่วงดึก

ผู้เสียหายระบุว่า ตนมีความเครียดสะสมและอยากกลับบ้าน จึงโทรศัพท์พูดคุยกับเพื่อน แต่ผู้ก่อเหตุแอบอัดเสียงและนำไปแปลภาษา เมื่อเข้าใจว่าตนต้องการหนีกลับก่อน จึงเกิดความไม่พอใจอย่างรุนแรง

“เขาเริ่มทำร้ายตั้งแต่ประมาณตีห้าครึ่ง ต่อเนื่องไปจนถึงเก้าโมงเช้า หนูถูกชก เตะ ใช้โคมไฟตีหัวซ้ำ ๆ หลายสิบครั้ง จนเลือดอาบเต็มห้อง ตาก็เขียวช้ำ และยังใช้มีดไล่ฟันที่นิ้ว หนีไปทางไหนก็หนีไม่ได้” ผู้เสียหาย กล่าว

นอกจากนี้ ผู้ก่อเหตุยังบังคับให้ผู้เสียหายคุกเข่าข้างเตียงนานเกือบ 1 ชั่วโมง พร้อมข่มขู่ให้ “ตัดมือตัวเอง” หากต้องการออกจากห้อง โดยระหว่างเกิดเหตุมีเพื่อนของผู้ก่อเหตุอยู่ภายในห้องอีกส่วนหนึ่ง แต่ไม่ได้เข้าช่วยเหลือ

ผู้เสียหายเผยว่า ขณะเกิดเหตุ ผู้ก่อเหตุมีพฤติกรรมคล้ายเสพสารเสพติดอย่างหนัก ส่งผลให้มีอาการคลุ้มคลั่งและควบคุมตัวเองไม่ได้ “ตอนนั้นคิดว่าตัวเองอาจไม่รอดแล้ว พยายามขอชีวิตอย่างเดียว”

หลังจากทำร้ายอยู่นาน ผู้ก่อเหตุเริ่มมีสติและแสดงท่าทีสำนึกผิด ก่อนจะพาผู้เสียหายไปโรงพยาบาล และมีการแจ้งตำรวจในเวลาต่อมา

อย่างไรก็ตาม ผู้เสียหายระบุว่า หลังแจ้งความ ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือเท่าที่ควร มีการนัดไกล่เกลี่ยแต่ผู้ก่อเหตุเสนอจ่ายเพียงค่ารักษาเล็กน้อยประมาณ 10,000 บาท ซึ่งไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายจริง เช่น ค่าสแกนสมอง ค่าเอกซเรย์ และค่ารักษาอื่น ๆ

อีกทั้งยังตั้งข้อสังเกตว่า แม้แจ้งเรื่องการเสพสารเสพติดของผู้ก่อเหตุ แต่ไม่มีการตรวจสอบในทันที ทำให้รู้สึกไม่มั่นใจในความปลอดภัย และเกรงว่าผู้ก่อเหตุอาจย้อนกลับมาทำร้ายอีก

“ตอนนี้สภาพจิตใจแย่มาก นอนไม่หลับ อยู่คนเดียวไม่ได้ เหมือนมีคนตามตลอด อยากให้ตำรวจช่วยจริงจัง ไม่อยากให้เขาไปทำแบบนี้กับใครอีก” ผู้เสียหายกล่าว

ความคืบหน้าล่าสุด ทาง สน.หัวหมาก ได้ประสานสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ขึ้นบัญชีเฝ้าระวังผู้ก่อเหตุแล้ว หากพบความเกี่ยวข้องกับยาเสพติดจะดำเนินการตามกฎหมายทันที

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบกล้องวงจรปิด รวบรวมพยานหลักฐาน และสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม โดยมีรายงานว่าผู้ก่อเหตุยังคงอยู่ภายในประเทศ และยังไม่มีพฤติกรรมหลบหนี

เบื้องต้นเตรียมออกหมายเรียกผู้ก่อเหตุมารับทราบข้อกล่าวหา ก่อนดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ ผู้เสียหายยังคงเรียกร้องให้เร่งรัดคดี และขอความคุ้มครองความปลอดภัยอย่างเร่งด่วน เนื่องจากยังหวาดกลัวและไม่มั่นใจในความปลอดภัยของตนเอง

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img