อย่าปล่อยให้เหตุอาวุธปืน เป็น NEW NORMAL

8

ช่วงนี้มีแต่เหตุสะเทือนใจ สะเทือนขวัญ เหตุกราดยิงกลาง รร.ที่นนทบุรีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หรือว่าต่อด้วยการก่อเหตุยิง นายก อบจ.นนทบุรี

หรือย้อนไปก่อนหน้าไม่กี่วันที่วัดบึงทองหลาง มือปืนบุกก่อเหตุกลางงานศพก่อนขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีและยิงตัวเองเสียชีวิตตามในเวลาต่อมา หรือกรณีชายอายุ 19 ปี ใช้อาวุธปืนยิงตนเองภายในชมรมสนามยิงปืนค่ายสุรนารี หลังเข้ามาสมัครสมาชิกและฝึกยิงปืนตามขั้นตอน เช่าปืนพร้อมกระสุน 50 นัด ก่อนฝึกยิง แล้วเหลือนัดสุดท้าย ลั่นไกยิงตัวเอง เอาแค่10กว่าวันแรกของเดือนสิงหาคม มีกรณียิงเกือบทุกวัน!! ไม่ว่าจะยิงตัวเอง หรือยิงผู้อื่นหรือกราดยิง

แล้วเอาเข้าจริง การก่อเหตุยิงในประเทศนี้แทบจะมีขึ้นรายสัปดาห์ จนสงสัยว่าสังคมนี้มันเป็นอะไรกันไปหมดแล้ว ทำไมการลั่นไก ต้องกลายเป็นคำตอบเดียวที่คนเลือกใช้ โดยไม่ได้คิดถึงผลที่ตามมา หรือว่าสังคมรับรู้เรื่องราวเหล่านี้เป็นเรื่องปกติ ? ทั้งที่มันเข้าใกล้ตัวเราเข้ามาเรื่อย ๆ

เมื่อเราไปพิจารณาตัวบทกฎหมายเกี่ยวกับการครอบครองอาวุธปืน พบว่า ผู้ครอบครองอาวุธปืนจะต้องได้รับอนุญาตจากทางราชการโดยการจดทะเบียนอาวุธปืนที่ว่าการอำเภอ มิฉะนั้น จะมีความผิดตามกฎหมาย คือโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ถึง 10 ปี และปรับ 2,000 ถึง 20,000 บาท หากเป็นการครอบครองปืนของผู้อื่นที่มีทะเบียน มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 5 ปีและปรับ 1,000 ถึง 10,000 บาท

สำหรับการพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะแม้จะเป็นปืนที่มีทะเบียนก็ตาม ผู้พกพาปืนก็ต้องมีใบอนุญาตให้พกพาอาวุธปืนด้วย และแม้จะมีใบอนุญาตให้พกพาอาวุธปืนแล้วก็ตาม ก็ห้ามพกพาอาวุธปืนไปโดยเปิดเผย หรือพกพาไปในที่ชุมนุมชน เว้นแต่จะเป็นเจ้าพนักงาน ข้าราชการ หรือประชาชนที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานรักษาความสงบเรียบร้อย หาก็ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เมื่อมองอย่างเผิน ๆ คนจะรู้สึกว่าโทษยังเบาบาง และทางตำรวจก็จะกวาดล้างเป็นวาระ เป็นห้วง ๆไป จึงไม่น่าแปลกใจว่าหตุ เรายังพบการก่อเหตุได้ตลอดเรื่อย ๆ

ตรงนี้ก็อดตั้งคำถามไม่ได้ แต่งานนี้มันเกี่ยวข้องกับอำเภอเกี่ยวข้องกับฝ่ายปกครองหรือมหาดไทยในฐานะต้นทางด้วยเต็ม ๆ ก็ต้องถามนายกฯในฐานะรัฐมนตรีมหาดไทย ว่าถึงเวลาเอาจริงหรือยัง อย่าให้เป็นอีก1เรื่องในหลายร้อยเรื่องที่คาราคาซัง หรือต้องรอให้คนใกลๆ ตัวแกนนำรัฐบาลโดนกันเสียก่อน จึงจะคิดได้

แล้วเรื่องนี้ไม่ได้แค่เขย่าขวัญในประเทศเท่านั้นนะครับ มีรายงานว่า “สื่อญี่ปุ่น” ยังช็อก ที่มองว่าประเทสไทยถูกเป็น “ประเทศปืนเยอะ” มีการนำเสนอข้อมูลว่ามีปืนหมุนเวียนราว 10 ล้านกระบอก หลังเกิดเหตุ นักเรียนชายก่อเหตุกราดยิงใน รร.มัธยมที่ จ.นนทบุรี ทำให้กระแสเรียกร้องให้รัฐบาลไทยทบทวนกฎหมายควบคุมปืนเพิ่มขึ้น เขาถึงขั้นไปทำข้อมู,ว่า ปี 2017 ไทยมีปืนที่ประชาชน ครอบครองราว 10 ล้านกระบอก หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 1 กระบอกต่อประชาชน 7 คน ที่อึ้งไปกว่านั้นในจำนวนนี้คาดว่า ราว 40% เป็นปืนไม่มีทะเบียน/ผิดกฎหมาย แม้การครอบครองปืนโดยทั่วไปต้องได้รับอนุญาต แต่ปัญหาคือ การเข้าถึงปืนยังทำได้ง่าย และเกิดคดีใช้อาวุธปืนต่อเนื่อง

หลังเหตุเด็กวัย 14 ปีใช้ปืนดัดแปลงยิงที่ สยามพารากอน เมื่อ เดือนตุลาคม 2566 ตอนนั้นรัฐบาลได้เคย ระงับการออกใบอนุญาตปืนใหม่ และเพิ่มมาตรการควบคุมการนำเข้า แต่ทำไมเหตุอาชญากรรมจากปืนยังเกิดขึ้น ทำให้เกิดคำถามว่า มาตรการที่มีอยู่ได้ผลจริงแค่ไหน จนนายก อนุทินระบุว่าจะ หารือเรื่องการควบคุมปืน นี่คือสิ่งที่เขานำเสนอ

แต่คำถามคืออะไรคือแผนรูปธรรมที่ชัดเจนว่ารัฐบาลจะจริงจัง ไม่ลิเก ไม่วัวหายล้อมคอก เพราะช้าไป1วันก็มีคนตายเพิ่มได้ทุกวินาที อย่างล่าสุด กระทรวงศึกษาธิการได้ออก ประกาศกระทรวงเรื่อง มาตรการความปลอดภัยของสถานศึกษา ลงวันที่ 10 สิงหาคม กำหนดให้สถานศึกษาทุกแห่งเป็น เขตพื้นที่ปลอดภัย โดยให้จัดทำแผนรักษาความปลอดภัยซักซ้อมแผนเผชิญเหตุฉุกเฉินและการจัดระบบดูแลด้านสุขภาพจิต การบูรณาการทำงานร่วมกับตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการตรวจค้นคัดกรองอาวุธและสิ่งของอันตรายก่อนเข้าสถานศึกษาอย่างเคร่งครัด โดยเสนอต่อคณะรัฐมนตรีให้บูรณาการความร่วมมือกับทุกกระทรวงที่มีสถานศึกษา ในสังกัดให้นำมาตรการความปลอดภัยฉบับเดียวกันนี้ไปปรับใช้ เพื่อให้เกิดมาตรฐานการดูแลความปลอดภัยของผู้เรียนที่เป็นแนวทางเดียว กันทั่วประเทศ

นอกจากสถานศึกษา เกิดคำถามตามมาว่าตามห้าง ตามรถไฟฟ้า ตามสวนธารณะ หรือสถานที่ที่มีคนเยอะ ถามว่าจะควบคุมได้ขนาดไหน เพราะสังคมเต็มไปด้วยความเครียด ปัญหาเศรษฐกิจสังคม และปัจจัยต่างๆล้วนหล่อหลอมให้คนชั่วคิดทำชั่วได้ทั้งนั้น ดังนั้นเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ต้องถามรัฐบาลเสียงดัง ๆว่า เอาจริงได้หรือยัง หรือจะปล่อยให้วุ่นวายโกลาหล เหมือนการปล่อยคนโกงกระจายอยู่ทั่วประเทศ จนเป็น NEW normal

หรือความปกติใหม่ ๆ ให้มีการยิงกันทุกที่ทุกเวลา จนบางคนมองเป็นเรื่องโจ๊กที่ช่วงนึงล้อคนคอนว่ามีปืน ตอนนี้ คนนนทบุรีไม่น้อยน่ามีเหตุรัวๆ ติดๆกัน แล้วถ้ามันมีกระจายแบบนี้ทั่วประเทสหละ ท่องเที่ยวตาย เศรษฐกิจที่ฉิบหายอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วง เตรียมมัดตราสังข์ได้เลย!

-ยังเติร์ด-