วันที่ 11 เมษายน 2569 ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล นายพิชิต ไชยมงคล และนายนัสเซอร์ ยีหมะ แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ได้เดินทางมา ยื่นหนังสือ ร้องเรียน ต่อนายกรัฐมนตรี ให้ดำเนินการอย่างเร่งด่วนในการช่วยเหลือประชาชน ในปัญหาด้านเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นค่าของชีพ หรือราคาน้ำมันที่สูงขึ้นทุกวัน ทำให้ข้าวของเครื่องใช้สิ่งอุปโภคบริโภค สิ่งของจำเป็นของ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ขยับตัวสูงขึ้น
ตามที่สถานการณ์ความตึงเครียดจากความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล สหรัฐอเมริกา และอิหร่าน ยังคงลุกลาม สะเทือนราคาพลังงานโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่งแรงกระเพื่อมถึงประเทศไทย จนราคาน้ำมันผันผวน ประชาชนต้องแบกรับภาระค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
แม้ปัจจัยภายนอกจะเกินควบคุม ทว่า “ปัจจัยภายใน” กลับกลายเป็นชนวนซ้ำเติม เมื่อเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) และภาคประชาชนหลายองค์กร ออกมาแสดงความกังวลถึงกลุ่ม “ไอ้โม่ง” ที่ฉวยจังหวะวิกฤติ กักตุนน้ำมัน หวังโกยกำไรบนความเดือดร้อนของคนทั้งชาติ
สถานการณ์ยิ่งส่อเค้ารุนแรง เมื่อเกิดภาวะน้ำมันขาดตลาดในบางช่วง ทั้งที่มีสต็อกเพียงพอ สะท้อนความผิดปกติของระบบ ขณะที่รัฐบาลถูกเรียกร้องให้เร่งจัดการ “ตัวกลาง” ที่เอาเปรียบประชาชนอย่างเด็ดขาด โดยไม่เกรงใจเครือข่ายอิทธิพลที่ถูกจับตาว่ามีความใกล้ชิดกับกลุ่มการเมือง
อีกด้านหนึ่ง กลุ่มโรงกลั่นน้ำมันในประเทศถูกตั้งคำถามอย่างหนัก หลังปรับขึ้นค่าการกลั่นอย่างรวดเร็ว ไม่สอดคล้องกับต้นทุนจริง ทั้งที่น้ำมันที่จำหน่ายยังเป็นสต็อกเดิม แต่กลับเพิ่มภาระให้ประชาชนอย่างต่อเนื่อง จนถูกมองว่า “สวนทางความทุกข์ของประชาชน”
คปท. ชี้ว่า ปัญหานี้ไม่ใช่เพียงวิกฤติราคา แต่คือ “วิกฤติโครงสร้างพลังงาน” ที่ต้องแก้ทั้งระบบ บนหลักคิดว่า “พลังงานคือความมั่นคงของชาติ ไม่ใช่เพียงเครื่องมือแสวงหากำไร”
พร้อมกันนี้ ได้เสนอ 6 ข้อเรียกร้องเร่งด่วนต่อรัฐบาล ได้แก่ 1.ให้นายกรัฐมนตรีเป็นเจ้าภาพปรับโครงสร้างพลังงานทั้งระบบ น้ำมัน-ไฟฟ้า-ก๊าซ 2.ลดค่าการกลั่นตามต้นทุนจริง ลดภาษีสรรพสามิต และควบคุมค่าการตลาดไม่เกินระดับที่เหมาะสม 3.ยกเลิกการอ้างอิงราคา MOPS สิงคโปร์ หันมาใช้ระบบ “ต้นทุนจริง + กำไรที่เหมาะสม” 4.เปิดเผยหลักเกณฑ์กองทุนน้ำมันอย่างโปร่งใส 5.ปฏิรูปกองทุนน้ำมันสู่ “คลังน้ำมันสำรองแห่งชาติ” 6.จัดตั้งองค์กรพลังงานแห่งชาติ แยกโครงสร้างพื้นฐานออกจากเอกชนให้อยู่ภายใต้รัฐ
ท้ายที่สุด คปท.ย้ำชัดว่า “พลังงานคือเสาหลักของประเทศ” หากประชาชนยังถูกซ้ำเติม ความมั่นคงของชาติย่อมสั่นคลอน พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งลงมือ “ก่อนวิกฤติจะลุกลามเกินเยียวยา”
การแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนในระยะสั้น ในการปรับโครงสร้างราคาน้ำมันในการปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้า ในเรื่องของการหาตัวไอ้โม่ง ทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้ดำเนินการแล้วได้ดำเนินการอยู่ ซึ่งในหลายวันก่อนได้ลงในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีเบาะแสเพื่อดำเนินการหาคนผิดภวนี้ไม่ปล่อยไว้อย่างแน่นอน
ต่อมาเวลา 10.00 น. นายภราดร ปริศนานันทกุล รมว. ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อม นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทยม ได้เดินทางออกมารับหนังสือ พร้อมนำเรียนนายกรัฐมนตรีต่อไป
โดยนายภราดร ได้กล่าวก่อนรับหนังสือร้องเรียนว่า ในวันนี้มีการประชุมครม.นัดแรก ซึ่งทางรัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาไปเมื่อวานนี้ (10 เม.ย.) และมีอำนาจเต็มในการบริหารราชการแผนดิน ซึ่งทางรัฐบาลได้แบ่งระยะการดำเนินการ ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในระยะเร่งด่วน เป็นแก้ไขปัญหาค่าครองชีพในระยะของพี่น้องประชาชน
แนวทางสำคัญคือการจัดทำงบประมาณปี 2570 โดยกำหนดให้หน่วยงานราชการทบทวนโครงการต่างๆ อย่างเข้มงวด โครงการใดที่ไม่จำเป็นหรือไม่มีความสำคัญเร่งด่วน ให้ชะลอหรือระงับไว้ก่อนทั้งหมด
ทั้งนี้ รัฐบาลยืนยันว่าจะใช้งบประมาณแผ่นดินทุกบาททุกสตางค์อย่างคุ้มค่า โดยมีเป้าหมายหลักให้งบประมาณปี 2570 สามารถตอบโจทย์สถานการณ์ต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพสุงสุด

