วันที่ 9 เมษายน 2569 ในการประชุมร่วมของรัฐสภา เพื่อแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา นางสาวธนพร วิจันทร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้อภิปรายถึงนโยบายที่เกี่ยวกับสำนักงานประกันสังคมของรัฐบาล โดยระบุว่าเรื่องของการปฏิรูปประกันสังคมที่ทุกพรรคได้พูดมาตลอดในช่วงหาเสียงเป็นเพียงลมปาก เพราะในเอกสารมีเพียงสี่บรรทัดเท่านั้นที่เขียนและพูดเรื่องประกันสังคมไว้แบบกว้างๆ แต่จับต้องไม่ได้ จึงไม่ทราบว่ารัฐบาลจะมีความตั้งใจจริงในการแก้ไขปัญหาให้กับผู้ประกันตนหรือไม่
ปัญหาเชิงโครงสร้างที่สำคัญที่สุดในประกันสังคม คือการที่ข้าราชการอยู่เหนือการตรวจสอบของตัวแทนฝ่ายผู้ประกันตนและนายจ้าง การบริหารงานของสำนักงานประกันสังคมทำโดยข้าราชการทั้งหมด ทั้งที่เป็นเงินจากผู้ประกันตนและตัวแทนของนายจ้างที่ร่วมกันสมทบ แต่ตัวแทนผู้ประกันตนและนายจ้างที่เข้าไปร่วมเป็นบอร์ดทำได้เพียงเสนอแนะให้ความเห็น ฝ่ายข้าราชการอยากทำอะไรก็ทำ ข้อเสนอและความเห็นของบอร์ดแทบไม่ถูกนำไปปฏิบัติ
นางสาวธนพร กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมใช้งบประมาณปีละ 5,000 ล้านบาท เงินเหล่านี้คือเงินของนายจ้างและผู้ใช้แรงงานที่ถูกหักเดือนละ 700-800 บาททุกเดือน เงินกว่า 5,000 ล้านบาทถูกนำไปทำโครงการที่ฝ่ายราชการเขียนขึ้นมา โดยที่แม้แต่อนุกรรมการที่ตั้งขึ้นมาเพื่อกลั่นกรองการใช้งบประมาณก็ยังประกอบไปด้วยฝ่ายราชการเป็นส่วนใหญ่ ข้าราชการตั้งงบเองกัน กรองกันเอง ชงเองกินเองแล้วก็ตรวจเอง หลายครั้งที่ตัวแทนฝ่ายผู้ประกันตนและฝ่ายนายจ้างขอรายละเอียดเอกสารค่าใช้จ่ายงบประมาณเพิ่มเติมและรายงานการประชุม ฝ่ายข้าราชการก็อ้างว่าเป็นความลับหรือติดระเบียบ เปิดเผยไม่ได้
นี่จึงเป็นสาเหตุที่เงินประกันสังคมถูกนำไปใช้อย่างค้านสายตาประชาชน เช่น เอาไปทำหมวกแจก เอาไปทำเสื้อ เอาดำปฏิทิน ผู้ประกันตนหลายสิบล้านคนแทบไม่เคยมีใครได้เสื้อได้หมวกเหล่านี้ หรือการนำไปทำแอพพลิเคชั่นประกันสังคมอันใหม่โดยใช้งบประมาณ 850 ล้านบาท ตรวจรับงานมาแล้วระบบบางส่วนก็ยังล่มอยู่ ข้อมูลแสดงผลผิดพลาดมากมาย ระบบเละเทะขนาดขนาดนี้ยังไม่มีมีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย ไม่มีการลงโทษ และที่สำคัญยังไม่มีแม้แต่การสอบทุจริตโครงการด้วยซ้ำ
นางสาวธนพร กล่าวต่อไปว่า ยังไม่รวมถึงการเอาเงินกองทุนประกันสังคมไปลงทุนซื้อตึกที่แพงเกินจริง ไปลงทุนซื้อหุ้นในบริษัทที่กำลังจะปิดกิจการ ที่เป็นแบบนี้ได้เพราะประกันสังคมถูกแทรกแซงจากพรรคพวกของรัฐมนตรีและข้าราชการระดับสูงในกระทรวงแรงงาน ขณะที่บอร์ดที่มาจากการเลือกตั้งของผู้ประกันตนและนายจ้างไม่มีอำนาจในการสั่งห้ามการลงทุนได้ ถ้ายังเป็นอยู่แบบนี้กองทุนประกันสังคมที่ประชาชนส่งเงินเพื่อหวังเป็นที่พึ่งยามแก่ก็มีโอกาสจะเจ๊งแน่ จะทนปล่อยให้คนเหล่านี้มาบริหารเงินประกันสังคมกว่า 2 ล้านล้านบาทต่อไปไม่ได้อีกแล้ว
ในการเลือกตั้งที่ผ่านมาพรรคการเมืองใหญ่ทุกพรรคมีนโยบายจะปฏิรูปประกันสังคมกันทั้งนั้น พรรคภูมิใจไทยก็เห็นด้วยกับการเอาประกันสังคมออกจากระบบราชการ พรรคเพื่อไทยก็เสนอเรื่องการปฏิรูปประกันสังคม บอร์ดต้องมาจากการเลือกตั้ง เอาผู้เชี่ยวชาญมาบริหารกองทุน ดึงแรงงานนอกระบบเข้าประกันสังคม แต่ก็น่ากังวลว่าจะวนกลับไปเหมือนเดิม ถูกฝ่ายราชการหลอกให้ไปทำการศึกษาอีก ตนอยากเตือนนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานว่าอย่าได้ไปหลงเชื่ออีก เพราะทุกครั้งที่มีคนเสนอให้ปฏิรูปประกันสังคม ก็มักจะถูกฝ่ายราชการกล่อมให้ไปทำการศึกษาจนไม่ได้ปฏิรูป
นางสาวธนพร กล่าวต่อไปว่า เมื่อ 30 ปีที่แล้ว ในปี 2538 มีการจ้างบริษัทต่างชาติมาศึกษาการปฏิรูปประกันสังคมไปรอบหนึ่งแล้ว และยังมีการศึกษาอีกในปี 2544, 2549, 2551 และ 2559 ศึกษากันมาแล้ว 5 ครั้งยังไม่ได้ปฏิรูปกันเสียที เป็นที่น่ากลัวว่าปี 2569 ก็จะมีการศึกษาอีกเป็นครั้งที่หก แล้วก็จะไม่มีมีการปฏิรูปประกันสังคมอีกเหมือนเดิม ไม่ต้องศึกษาแล้ว ศึกษาจนบริษัทที่ศึกษารวยไม่ไหวแล้ว ปฏิรูปกันได้เลย อย่าเลี่ยงบาลีพูดแค่ข้อเสนอกว้าง ๆ ลอยๆ
สิ่งที่พรรคเพื่อไทยเสนอก็แค่การเอาปลัดกระทรวงแรงงานออกจากตำแหน่งบอร์ดประกันสังคม เอาไปตั้งกองทุนใหม่เพิ่มอีกกองทุนหนึ่งโดยไม่แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง เป็นเพียงการปะผุ รัฐบาลต้องพูดให้ชัดเจนตรงไปตรงมา ว่าจะเอาประกันสังคมออกจากระบบราชการ ให้เลขาธิการประกันสังคมต้องมาจากการแต่งตั้งของบอร์ดที่มาจากการเลือกตั้ง เพื่อที่จะได้ยึดโยงกับผู้ประกันตน ให้คนที่มีความรู้ความสามารถ มีธรรมาภิบาล ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน มาบริหารเงินประกันสังคม ให้รัฐมีบทบาทแค่ในส่วนที่ต้องออกเงิน เช่น การเห็นชอบอัตราเงินสมทบ หรือการรับสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตน
นางสาวธนพร กล่าวต่อไปว่า การเอาประกันสังคมออกนอกระบบต้องใช้เวลา ดังนั้นระหว่างที่ยังไม่ได้เอาประกันสังคมออกนอกระบบ พรรคประชาชนจึงมีข้อเสนอ 4 ข้อให้กับรัฐบาล คือ
1) ต้องมีการเปิดเผยข้อมูลการดำเนินงานของประกันสังคมให้ประชาชนรับทราบ ว่านำเงินไปลงทุนอะไรบ้าง จัดซื้อ สัมมนา หรือดูงานที่ไหนบ้าง ตอนประชุมคุยอะไรกันบ้าง ซึ่งทุกกองทุนมีการชี้แจงอยู่แล้ว แต่เหตุใดสำนักงานประกันสังคมจึงไม่เคยเปิดเผยให้กับประชาชนได้รับรู้
2) ต้องโยกย้ายบุคคลที่อาจจะเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดในประกันสังคมออกจากอำนาจในการปิดบังหลักฐาน นำคนผิดมาลงโทษ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อตึกสกายไนน์ที่แพงเกินจริง การลงทุนในบริษัทที่กำลังจะปิดกิจการ การทำระบบไอที 850 ล้านบาทที่ไม่มีประสิทธิภาพ
3) ต้องนำสูตรคำนวณบำนาญใหม่ (สูตร CARE) มาใช้โดยเร็วที่สุด เพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับเงินบำนาญอย่างเป็นธรรมตามเงินที่ส่งจริง ถ้ารัฐบาลมีความจริงใจสามารถนำเข้าคณะรัฐมนตรีในการประชุมสัปดาห์หน้าได้เลย
4) บอร์ดประกันสังคมต้องมาจากการเลือกตั้งอย่างเป็นธรรมเท่านั้น
นางสาวธนพร หวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลนี้จะไม่ลืมคำสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนเมื่อตอนหาเสียงเลือกตั้งว่าจะปฏิรูปประกันสังคม เปิดเผยข้อมูลให้โปร่งใส จะตรวจสอบลงโทษคนโกง และทำให้ประกันสังคมดีขึ้น เป็นที่พึ่งของประชาชนคนทำงานที่ส่งเงินเข้ากองทุนทุกเดือน อย่าผิดคำสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน และพรรคประชาชนจะตามเรื่องอย่างจริงจังและใกล้ชิดต่อไป

