กรุงเทพฯ, วันที่ 7 เมษายน – ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ รายงานการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศประจำวัน ณ 07:00 น ภาพรวมปริมาณ PM2.5 ในประเทศพบเกินค่ามาตรฐานใน จ.นนทบุรี กรุงเทพฯ สมุทรปราการ เชียงราย เชียงใหม่ น่าน แม่ฮ่องสอน พะเยา ลำพูน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก ตาก กำแพงเพชร พิจิตร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี ลพบุรี สระบุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ราชบุรี สมุทรสงคราม เพชรบุรี บึงกาฬ หนองคาย เลย อุดรธานี นครพนม หนองบัวลำภู สกลนคร มุกดาหาร ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ ชัยภูมิ และ อุบลราชธานี
ภาคเหนือ เกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 53.8 – 197.0 มคก./ลบ.ม. ซึ่งสูงที่สุด ลำดับที่ 1. แม่ฮ่องสอน 94.1-197.2 มคก./ลบ.ม. 2. เชียงใหม่ 66.3-196.3 มคก./ลบ.ม.3. เชียงราย 99.1-132.4 มคก./ลบ.ม.4. น่าน 92.0-120.7 มคก./ลบ.ม.5. พะเยา 114.0 มคก./ลบ.ม.6. ลำปาง 83.8-113.0 มคก./ลบ.ม.7. ลำพูน 102.5-113.0 มคก./ลบ.ม.8. พิษณุโลก 109.2 มคก./ลบ.ม.9. แพร่ 81.1 มคก./ลบ.ม.10. พิจิตร 75.8 มคก./ลบ.ม.11. อุทัยธานี 72.3 มคก./ลบ.ม.12. อุตรดิตถ์ 66.5 มคก./ลบ.ม.13. เพรชบูรณ์ 65.9 มคก./ลบ.ม.14. ตาก 64.9 มคก./ลบ.ม.15. กำแพงเพชร 61.3 มคก./ลบ.ม.16. นครสวรรค์ 57.3 มคก./ลบ.ม.17. สุโขทัย 53.8 มคก./ลบ.ม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 27.9 – 124.1 มคก./ลบ.ม., ภาคกลางและตะวันตก เกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 23.3 – 69.9 มคก./ลบ.ม., ภาคตะวันออก ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง ตรวจวัดได้ 22.1 – 37.1 มคก./ลบ.ม., ภาคใต้ ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดี ตรวจวัดได้ 17.3 – 21.5 มคก./ลบ.ม., กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยสถานีตรวจวัดของ คพ. ร่วมกับ กทม. เกินค่ามาตรฐาน 12 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 25.9 – 43.6 มคก./ลบ.ม.
ข้อมูลจุดความร้อน ณ วันที่ 6 เมษายน 2569 พบว่า ประเทศไทยพบจุดความร้อนทั้งสิ้น 2,269 จุด ส่วนใหญ่พบในพื้นที่ป่ากว่า 1,470 จุด คิดเป็นร้อยละ 65 จังหวัดที่พบจุดความร้อนสูงสุดได้แก่ กาญจนบุรี ชัยภูมิแม่ฮ่องสอน ตาก และลำปาง ตามลำดับ
จากข้อสั่งการ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ทุกหน่วยงานยกระดับมาตรการ ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน (ส่วนหน้าภาคเหนือ) เพื่อบูรณาการการทำงานใน 17 จังหวัดอย่างเบ็ดเสร็จ ทั้งการติดตามสถานการณ์ และประสานความร่วมมือ ระดมสรรพกำลัง เทคโนโลยีจากทุกภาคส่วน เป้าหมายสำคัญคือการ “ปิดจบปัญหาไฟป่าให้ได้ก่อนสงกรานต์” พร้อมบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดกับผู้ลักลอบเผาป่า ทำให้วันนี้จุดความร้อนทั่วประเทศลดลงจำนวนมาก จากวันที่ 4 เมษายน จำนวน 5,083 จุด วันที่ 5 เมษายน ลดลงเหลือ 2,927 จุด วันที่ 6 เมษายน ลดลงเหลือ 2,269 จุด ลดลง 55 %

ทั้งนี้ แม้จุดความร้อนในประเทศลดลง แต่ยังมีปัจจัยทางสภาพอุตุนิยมวิทยา และมีจุดความร้อนในประเทศเพื่อนบ้าน ประเทศเมียนมา 5,010 จุด สปป.ลาว 4,261 จุด เวียดนาม 807 จุด และกัมพูชา 786 จุด ที่เป็นหมอกควันข้ามแดน ทำให้สถานการณ์ฝุ่นละอองยังไม่คลี่คลาย ซึ่งภาครัฐยังคงผนึกกำลังทุกภาคส่วน รวมทั้งอาสาดับไฟภาคประชาชน เพื่อเฝ้าระวัง ป้องกันและปฏิบัติการดับไฟอย่างเข้มแข็ง รวมทั้งการดัดแปรสภาพอากาศและประสานต่างประเทศต่อไป เพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้นตามลำดับ
ทั้งนี้ ศกพ. ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนงดการเผาทุกชนิด และดูแลสุขภาพ หากมีความจำเป็นควรสวมใส่หน้ากากอนามัยและอุปกรณ์ป้องกันตัวเองเมื่อออกนอกบ้าน ปฏิบัติตนตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข ทั้งนี้ สามารถติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองได้ผ่านเว็บไซต์ Air4Thai.pcd.go.th หรือ ทางแอปพลิเคชัน Air4Thai

