กทม. เปิดสถิติผู้ใช้ ‘ห้องหลบร้อน’ มีประชาชนเข้าใช้ต่อเนื่อง ปลื้มผลดำเนินงานบรรลุเป้า ประชาชนพอใจสูงสุด 99.6%

68

(1 เม.ย. 69) นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้บริหารด้านความยั่งยืนของกรุงเทพมหานคร เปิดเผยผลสำรวจความพึงพอใจของผู้ใช้บริการห้องหลบร้อน (BKK Cooling Center) ภายหลังกรุงเทพมหานครเปิดตัวและเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเพื่อเป็นจุดพักพิงให้ประชาชนในช่วงฤดูร้อนที่มีดัชนีความร้อนพุ่งสูง ไปเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569 มีประชาชนเข้าใช้บริการอย่างต่อเนื่อง จนถึงปัจจุบัน ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 มีประชาชนเข้าใช้บริการรวม 59,148 คน (รายงานจากห้องหลบร้อน 198 แห่ง) โดยในสัปดาห์ที่ 1 มีผู้ใช้บริการ จำนวน 30,208 คน และสัปดาห์ที่ 2 จำนวน 28,940 คน สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการใช้พื้นที่คลายร้อนของประชาชนในช่วงที่อุณหภูมิสูง ขณะเดียวกัน ผลการสำรวจความพึงพอใจของผู้ใช้บริการจำนวน 990 คน พบว่าประชาชนมีความพึงพอใจในสูงถึง 986 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 99.6 นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้ใช้บริการส่วนใหญ่มีแนวโน้มกลับมาใช้บริการอีกจำนวน 979 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 98.89

ที่ปรึกษาฯ พรพรหม กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันกรุงเทพมหานครเปิดให้บริการห้องหลบร้อน ซึ่งส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในสถานที่ราชการ เช่น อาคารสำนักงานเขต ศูนย์บริการสาธารณสุข ศูนย์นันทนาการ โรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร รวมทั้งสิ้น 313 แห่ง รวมถึงเปิดให้บริการจุดหลบร้อน ในสวนสาธารณะ สวน 15 นาที และวัด จำนวน 272 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพฯ โดยห้องหลบร้อนจะมีเครื่องปรับอากาศ จุดบริการน้ำดื่ม ยาและชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น เพื่อให้ประชาชนเข้าพักคลายร้อน โดยแต่ละแห่งจะมีวัน เวลา เปิดให้บริการแตกต่างกันตามแต่ละสถานที่ สามารถตรวจสอบพิกัดและรายละเอียดการให้บริการก่อนเข้าใช้บริการได้ที่ https:/greener.bangkok.go.th/heatescape-room/tinfo ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพ หลีกเลี่ยงอากาศร้อนจัด โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ เด็ก ผู้มีโรคประจำตัว และผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากสภาพอากาศร้อน หากพบปัญหาสุขภาพฉุกเฉินแจ้งได้ที่สายด่วน โทร. 1669 และสามารถติดตามดัชนีความร้อนได้ที่เว็บไซต์และแอปพลิเคชัน AirBKK

กรุงเทพมหานคร ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพการให้บริการห้องหลบร้อนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงพื้นที่ปลอดภัยจากสภาพอากาศร้อน และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนเมืองในช่วงฤดูร้อนอย่างยั่งยืนต่อไป