สถานการณ์ราคาน้ำมันที่พุ่งแรงจากพิษสงครามโลก กลายเป็น “ระเบิดเวลา” ทางเศรษฐกิจที่กำลังเผาไหม้ชีวิตประชาชนทุกหย่อมหญ้า แต่สิ่งที่ประชาชนได้รับจากรัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล กลับไม่ใช่แผนรับมือที่เฉียบขาด หากเป็นเพียงคำขอความร่วมมือแบบ “ช่วยกันประหยัด” ที่ฟังดูเลื่อนลอย

การประกาศขึ้นราคาน้ำมันรวดเดียวลิตรละ 6 บาท เปรียบเหมือนการ “หักคอ” ผู้บริโภคกลางดึก ท่ามกลางความไม่พร้อมของประชาชน สร้างแรงกระแทกจนรัฐบาลต้องรีบออกมาแถลงขอโทษ ยอมรับประเมินสถานการณ์สงครามผิดพลาด
แต่คำถามสำคัญคือ — ขอโทษแล้วจบ? แล้วทางออกอยู่ตรงไหน?มาตรการไม่มี—มีแต่คำพูด ทีมเศรษฐกิจเสนอแนวทางมากมาย แต่สิ่งที่ประชาชนจำได้กลับมีเพียงประโยคเดียว“ให้แต่ละครัวเรือนลดใช้น้ำมันวันละ 1 ลิตร”ฟังดูดีบนกระดาษ แต่ในชีวิตจริง นี่คือภาระที่ถูก “โยนกลับ” ให้ประชาชนแบกเองไม่มีมาตรการเชิงโครงสร้าง ไม่มีนวัตกรรมรัฐ ไม่มีเครื่องมือช่วยลดต้นทุนอย่างเป็นรูปธรรม มีเพียง “คำขอ” ที่ไร้น้ำหนักนี่ไม่ใช่การบริหารวิกฤต — แต่มันคือการ “เอาตัวรอดทางการเมือง”
มีนวัตกรรมหนึ่งเดียวในโลกนี้ ที่คนไทยคิดค้นและได้จดสิทธิบัติถูกต้องตามกฏหมาน ซึ่งทางเลือกมี…แต่รัฐไม่มอง แถมรัฐบาลนิ่งเฉย แต่กลับมีนวัตกรรมจากคนไทยที่พยายามแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง หนึ่งในนั้นคือระบบ Aquaboost ผลงานของนักพัฒนาคนไทย ที่สามารถช่วยลดการใช้น้ำมันได้จริงในระดับ 10–30%
แนวคิดคือใช้น้ำสร้างไอน้ำเข้าไปเสริมการเผาไหม้ในเครื่องยนต์ ผลลัพธ์ที่ได้คือเครื่องยนต์ทำงานดีขึ้น ลดการใช้น้ำมัน ลดมลพิษจากควันดำ ลดความร้อนในห้องเครื่อง ซึ่งต้นทุนติดตั้งเพียงประมาณ 6,500 บาท แต่สามารถคืนทุนได้ภายในปีเดียวคำถามคือของมีอยู่ตรงหน้า ทำไมรัฐไม่หยิบมาใช้? วิกฤตยืดเยื้อ แต่รัฐบาลคิดสั้นสถานการณ์สงครามไม่มีใครรู้ว่าจะจบเมื่อไร ราคาน้ำมันมีแนวโน้ม “ขึ้นต่อเนื่อง”แต่แนวคิดของรัฐบาลกลับยังอยู่ในกรอบเดิมคือ “อุดหนุน-ประคอง-ขอความร่วมมือ”
ทั้งที่ความจริงแล้ว ประเทศควรเร่งหา “ทางเลือกใหม่” ให้ประชาชนไม่ใช่ปล่อยให้จมอยู่กับต้นทุนพลังงานที่ควบคุมไม่ได้
ถึงเวลาหยุดเกรงใจทุนพลังงานข้อเสนอที่ควรเกิดขึ้นตั้งแต่วันแรก แต่ยังไม่เกิดคือสนับสนุนนวัตกรรมประหยัดพลังงานเปิดพื้นที่ทดลองใช้งานจริงออกนโยบายร่วมจ่าย (รัฐครึ่ง-ประชาชนครึ่ง)ลดการผูกขาดพลังงาน แต่สิ่งเหล่านี้ไม่เคยถูกพูดถึงอย่างจริงจัง เพราะอะไร? หรือเพราะรัฐบาล “ไม่กล้าแตะ” โครงสร้างพลังงานเดิมวิกฤตครั้งนี้ไม่ได้สะท้อนแค่ราคาน้ำมันที่พุ่งแต่สะท้อน “ความล้มเหลวในการคิดทางออก” รัฐบาลเลือกวิธีง่ายที่สุดคือให้ประชาชน “ประหยัดเอาเอง”
ขณะที่ทางเลือกใหม่อย่าง Aquaboost ถูกปล่อยผ่านทั้งที่อาจเป็น “ตัวช่วยจริง” ในวันที่คนไทยกำลังหายใจไม่ทั่วท้องถ้ายังบริหารแบบนี้ต่อไปสิ่งที่กำลังจะหมด ไม่ใช่แค่น้ำมัน แต่คือ “ความเชื่อมั่นของประชาชน”
ถ้าเป็นไปได้”จอมมารน้อย”อยากให้ทีมงานของนายอนุทิน ลองศึกษาเนื้อหาข่าวจากสำนักงานข่าวไทยแทบลอยด์ นำเสนอนวัตกรรมเกี่ยวกับการประหยัดน้ำมัน น่าจะเป็นทางออกให้กับประชาชนอีกทางหนึ่ง

เนื้อหาข่าวระบุว่านายประเสริฐ นิพัทย์กุศล หรือลุงเสริฐ คลองสี่ วัย 76 ปี ซึ่งอดีตเคยมีอาชีพ สถาปนิก ซึ่งเรียนจบจาก สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง รุ่น 1 ผู้ร่วมต่อยอดจุดประกายรถใช้น้ำ Aquaboost เผยว่าหลังเกษียณอายุเริ่มเดินทางท่องเที่ยว ลูกให้รถตู้ใช้น้ำมันเบนซินมาใช้ เกรงว่าจะเปลืองน้ำมัน จึงศึกษาวิธีประหยัดน้ำมัน จากยูทูป จนได้รู้จักกับ อาจารย์ภูมินทร์ รัศมี อดีตพนักงานด้านพลังงานของบริษัทฯหนึ่ง ในจังหวัดระยองซึ่งเป็นช่างใหญ่เรียนจบ ด้านช่างยนต์ระดับประกาศวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) รับติดตั้งรถใช้น้ำ ที่ จ.ระยอง จึงไปติดตั้ง เมื่อติดตั้งเสร็จปรากฏว่าประหยัดได้จริง ต่อมาติดตั้งกับรถกระบะเครื่องดีเซล พบว่านอกจากช่วยประหยัดแล้วยังทำให้เครื่องยนต์เงียบและลดควันด้วย จึงชวนอาจารย์มาเปิดอู่ที่กรุงเทพฯ เพราะอาจารย์ไม่มีอู่ อาศัยนำอุปกรณ์ไปติดตั้งตามบ้านลูกค้า
นายประเสริฐ เล่าว่าเพิ่งรับติดตั้งจริงจังปลายปี 2568 อุปกรณ์ Aquaboost เวอร์ชั่นแรกใช้ความร้อนจากเครื่องยนต์เพื่อทำให้น้ำกลายเป็นไอก่อนจะเข้าไปทำปฏิกิริยาในเครื่องยนต์ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาได้พัฒนาเวอร์ชั่นใหม่ใช้ไฟฟ้าเป็นตัวทำให้เกิดความร้อน ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด

“การติดตั้งใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง/คัน ติดตั้งอุปกรณ์ในห้องเครื่อง ทั้งนี้รถเครื่องสันดาปไม่ว่าจะเป็นรถเบนซินหรือดีเซล หรือใช้แก๊สเอ็นจีวี และแก๊สแอลพีจี ติดตั้งได้ทั้งหมด หลังติดตั้งทำให้รถเพิ่มความเร็วขึ้น โดยไม่ต้องเพิ่มน้ำมัน ประเมินคร่าวๆว่าประหยัดแน่ระหว่าง 10-30 เปอร์เซ็นต์ นายประเสริฐระบุและว่าเอาน้ำมาทำงานกับเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมัน การันตีได้เลยว่าไม่มีปัญหา ระบบนี้มีมานานแล้ว เครื่องบินไอพ่นเขาใช้กัน และเรือเดินสมุทรใหญ่ๆต้มไอน้ำป้อนเข้าเครื่อง เพื่อให้เครื่องแงขึ้นแล้วลดควันดำด้วย
นายประเสริฐบอกถึงค่าใช้จ่ายในการติดตั้งว่าค่าใช้จ่ายรวมติดตั้งที่ 6,500 บาท ถ้าเครื่องยนต์เล็กซีซีน้อยติดชุดเดียว รถซีซีมากจะเพิ่มหลายชุดก็ได้ ค่าใช้จ่ายจะเพิ่มชุดละ 3,000 บาท หากคำนวณต้นทุนปกติเติมน้ำมันเดือนละ 5,000 บาท ปัจจุบันราคาน้ำมันแพงขึ้นและมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มอีก 30 เปอร์เซ็นต์ หากประหยัดขั้นต่ำ 10 เปอร์เซ็นต์ ประหยัดเดือนละ 500 บาท 12 เดือน ประหยัด 6,000 บาท ปีเดียวคืนทุน

ขณะที่อาจารย์ภูมินทร์ อธิบายถึงการทำงานของอุปกรณ์Aquaboost ว่ามีท่อต่อกับท่อไอดีของเครื่องยนต์ จุดระเบิดจะเกิดสภาวะสุญญากาศในอุปกรณ์ที่บรรจุน้ำ ความร้อนทำให้น้ำในอุปกรณ์เปลี่ยนสถานะเป็นไอ ก่อนจะถูกดูดอย่างรวดเร็วและรุนแรงผ่านท่อไอดี เมื่อเข้าไปปะทะกับความร้อนของเครื่องยนต์มีอุณหภูมิสูงถึง 500 องศาฯเกิดอ๊อกซิไดเซชั่นแยกไฮโดรเจนออกจากอ๊อกซิเจน เกิดเป็นพลังงานที่ดูดความร้อน ส่งผลให้ห้องเครื่องมีอุณหภูมิลดลง สิ่งที่เหลือจากการเผาไหม้ ปรากฏอยู่ปลายท่อไอเสียคือน้ำ

“ผมได้จดสิทธิบัตรนวัตกรรมนี้ไว้แล้วและจดถึงกระบวนการไว้ด้วย หากมีทุนจะพัฒนาให้สมบูรณ์ขึ้นคือใช้น้ำเพียงอย่างเดียวโดยไม่ต้องใช้น้ำ”อาจารย์ภูมินทร์ระบุและว่าหากใครสนใจจะติดตั้งหรือเป็นเครือข่าย โทรศัพท์ติดต่อที่หมายเลข 088-959-1618


