วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 จ.ชลบุรี – สถานีตำรวจภูธรเมืองชลบุรี เข้ารับการติดตามและประเมินผลโครงการ ชุมชนยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ ในพื้นที่ตำบลคลองตำหรุ หลังดำเนินงานครบตามแผน
โดยมี พ.ต.อ.วสุรัชย์ ชัยธีราพัฒน์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี เป็นประธานการติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน พร้อมด้วย พ.ต.อ.สมชาย ทิวงษา ผู้กำกับการ สภ.เมืองชลบุรี, พ.ต.ท.พิชัย พิริยะศิลป์ สารวัตรป้องกันปราบปราม (งานชุมชนสัมพันธ์) สภ.เมืองชลบุรี และชุดปฏิบัติการตำบลยั่งยืน สภ.เมืองชลบุรี ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมสรุปผลการดำเนินงานและส่งต่อภารกิจให้ผู้นำชุมชนและภาคประชาชนร่วมขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดต่อไปอย่างยั่งยืน
พ.ต.อ.สมชาย ทิวงษา ผู้กำกับการ สภ.เมืองชลบุรี กล่าวว่า การแก้ไขปัญหายาเสพติดต้องดำเนินควบคู่ทั้งการบังคับใช้กฎหมายและการบำบัดฟื้นฟู โดยเป้าหมายสำคัญไม่ใช่เพียงการจับกุม แต่คือการคืนคนดีสู่สังคม ให้ผู้ผ่านการบำบัดสามารถกลับมาใช้ชีวิต มีอาชีพ และไม่หวนกลับไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอีก
ด้านนายธเนศ ศรีสุข ปลัดอำเภอเมือง สังกัดกรมการปกครอง อำเภอเมืองชลบุรี กล่าวว่า ความสำเร็จของโครงการเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน จนสามารถลดปัญหายาเสพติดในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม ขณะที่ผู้อำนวยการกองสาธารณสุข ระบุว่า การมีเครือข่ายชุมชนและคณะกรรมการคุ้ม ช่วยให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงผู้มีปัญหาได้รวดเร็ว ติดตามผู้ผ่านการบำบัดได้อย่างต่อเนื่อง และเพิ่มโอกาสในการกลับคืนสู่สังคมอย่างยั่งยืน
นายภูดิศ ตันประยูร ตำบลคลองตำหรุ ได้นำเสนอแนวทางสานต่อโครงการ ผ่านการจัดทำ MOU และการใช้ QR Code เชื่อมเข้าสู่กลุ่มไลน์ของชุมชน เพื่อเป็นช่องทางประสานงาน รับแจ้งข้อมูล และติดตามการช่วยเหลือผู้ผ่านการบำบัดในระยะยาว
อีกหนึ่งช่วงสำคัญ คือการเปิดใจของผู้ผ่านการบำบัดที่ผ่านเกณฑ์โครงการและได้รับบัตร “พลเมืองสีขาว” โดยระบุว่า กำลังใจจากครอบครัว เจ้าหน้าที่ และคนในชุมชน คือแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้สามารถเลิกยาเสพติดได้ และตั้งใจใช้ชีวิตใหม่เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูกและครอบครัว
ผู้ปกครองของผู้ผ่านการบำบัด เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวทำให้ลูกหลานกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ เลิกยา มีอนาคต และคืนความสุขให้กับครอบครัว พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจและทุกภาคส่วนที่ร่วมกันมอบโอกาสให้ผู้หลงผิดได้เริ่มต้นชีวิตใหม่
การติดตามผลครั้งนี้ ถือเป็นการปิดโครงการในพื้นที่ และส่งต่อการดูแลให้ชุมชนเป็นเจ้าของโครงการอย่างแท้จริง โดยอาศัยความร่วมมือของผู้นำชุมชน ภาคประชาชน และหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อรักษาความเข้มแข็งของชุมชนและป้องกันปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน

