ปิคอัพตีนผีซิ่งชน 2 เยาวชน ขณะขี่จยย.จนไฟลุกท่วม บาดเจ็บสาหัส คนขับใจดำเผ่นหนี

136

วันที่ 29 มีนาคม 69 ที่สำนักงานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ถ.แจ้งวัฒนะ ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ดจ.นนทบุรี น.ส.รวิกานต์ อายุ 46 ปี แม่ของนายปอโต้ อายุ 14 ปี น.ส.เมย์ ญาติของนายดีเจ อายุ 15 ปี นำหลักฐานเอกสารต่างๆ เข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ประธานมูลนิธิ เพื่อขอให้ช่วยเหลือในเรื่องคดี หลังน้องปอโต้กับน้องดีเจ ขี่รถจยย. แล้วโดนคนขับรถปิคอัพชนจนรถ จยย.พลิกคว่ำไฟลุกท่วม ทั้งสองคนได้รับบาดเจ็บสาหัสโดยเฉพาะน้องดีเจต้องตัดขาทิ้งข้างหนึ่ง ส่วนคนขับรถปิคอัพเสียหลักรถตกคลอง แต่มีหญิงสาวลึกลับขับ CRV มารับตัวไปหลังเกิดเหตุ

น.ส.รวิกานต์ เล่าทั้งน้ำตาว่า คืนเกิดเหตุ 26 มีนาคม 69 ช่วงกลางดึก ลูกชายตนเองคือน้องปอร์โต้ ได้ซ้อนท้ายรถ จยย. ยี่ห้อ Honda Scoopy I สีชมพูขาว ทะเบียน อลย.39 กรุงเทพ ที่มีน้องดีเจเป็นคนขี่ ขณะรถวิ่งมาถึงหน้าวัดหนองปรง ต.บางเดื่อ อ.เมืองจ.ปทุมธานี ได้ถูกรถยนต์ปิคอัพ 4 ประตู สีขาว ยี่ห้อ Ford ทะเบียน 5ขง-5856 พุ่งชนก่อนลากไปไกลกว่า 1 กิโล จนรถ จยย.ไฟลุกท่วมทั้งคัน จากนั้นรถปิคอัพได้เสียหลักตกลงไปในคูคลองหน้าวัด คนขับตะเกียกตะกายออกมาจากรถได้แทนที่จะมาดูคนเจ็บทั้งสองคนกับยืนพูดคุยโทรศัพท์แบบไม่สนใจใยดีทั้งๆที่เด็กทั้งสองคนได้ยกมือไหว้ขอร้องให้ช่วยพาส่งโรงพยาบาล ก็ไร้การเหลียวแลจากคนขับรายนี้

จนกระทั่งต่อมามีเจ้าหน้าที่ตำรวจและรถมูลนิธิมาที่เกิดเหตุ ได้นำตัวน้องทั้งสองคนส่ง รพ.ปทุมธานี ส่วนคนขับรถปิคอัพมีหญิงสาวขับรถเก๋ง CRV มารับตัวพาขึ้นรถหลบหนีออกไปจากที่เกิดเหตุ จนกระทั่งช่วงเช้าของวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งมาที่ตนเองว่า คนขับคือนายอภิรัตน์ อายุ 54 ปี ได้มาพบพนักงานสอบสวนแล้วและยอมรับว่าชน รถ จยย. ของน้องดีเจและน้องปอร์โต้จริง และรถปิคอัพคันดังกล่าวก็ไม่มีประกันภัยด้วย ตนรู้สึกข้องใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างมากที่แจ้งตนเองว่าได้ตรวจวัดแอลกอฮอล์แล้วคนขับไม่เมา ตนเองจึงแย้งไปว่าเวลามันผ่านไปเนิ่นนานแล้วทำไมไม่เจาะเลือดตรวจด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจก็บอกว่ามีค่าเท่ากัน ตนรู้สึกว่าการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจเหมือนทำให้ตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรม

น.ส.เมย์ ญาติของน้องดีเจ เผยว่า ตอนนี้แม่ของน้องดีเจเองทำใจไม่ได้อยู่ในระหว่างโศกเศร้า เพราะได้รับแจ้งจากทางโรงพยาบาลว่าต้องทำการตัดขาน้องข้างหนึ่งเนื่องจากถูก รถปิคอัพลากไปไกลจนกระดูกแตกละเอียด โชคยังดีที่น้องทั้งสองคนกระเด็นออกมาจากตัวรถได้ไม่อย่างนั้นคงถูกไฟคลอกเสียชีวิต ” น้องดีเจ มีแม่เป็นคนไทยมีสามีเป็นชาวต่างชาติสัญชาติแคนาดา ตอนนี้ผู้เป็นแม่อยู่ระหว่างทำใจไม่ได้เสียใจที่ลูกชายต้องกลายเป็นคนพิการ” เรื่องที่เกิดขึ้นตนก็อยากให้เจ้านึกที่ตำรวจให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวเราทั้งสองครอบครัวด้วย

นายวชิรศักย์ อายุ 26 ปี ผู้เสียหายและเป็นพยานในคดีนี้เผยว่า คืนเกิดเหตุตนกับภรรยาขับรถเก๋ง Nissan Note สีดำ โดยตนนั่งหน้าภรรยาเป็นคนขับ ตนเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกอย่าง เพราะว่าเศษกันชนของรถยนต์ปิคอัพกระเด็นมาชนรถภรรยาตนได้รับความเสียหายแต่ไม่มาก ตนรู้สึกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นคนขับปิคอัพรายนี้จิตใจช่างใจดำเหลือเกิน เพราะขณะเกิดเหตุเขาไม่รู้ร้อนรู้หนาวไม่คิดที่จะมาดูเด็กทั้งสองคนที่นอนบาดเจ็บร้องโอดโอยอยู่กลางถนน แต่อาศัยความชุลมุนวุ่นวายหนีขึ้นรถเก๋งที่มีหญิงสาวขับมารับหลบหนีออกไปจากที่เกิดเหตุ ตนอยากให้เขาออกมาแสดงความรับผิดชอบขอโทษกับครอบครัวของคนเจ็บในครั้งนี้ด้วย

ด้านทนายรณณรงค์กล่าวว่า เรื่องนี้ตนจะติดตามคดีไปที่ผู้กำกับสภ.เมืองปทุมธานี เพื่อให้เด็กได้รับความเป็นธรรม ส่วนความเสียหายนั้นถ้าบวกลบคูณหารแล้วทั้งสองคนยังเป็นเยาวชนของชาติเรียนจบมาแล้ว สามารถทำงานดีๆหาเงินได้อีกเยอะช่วยเหลือครอบครัว ความเสียหายในครั้งนี้คนขับรถปิคอัพต้องรับผิดชอบอย่างเต็มที่ตามกฎหมายอยู่แล้ว ก็อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำคดีอย่าง ตรงไปตรงมาไม่เข้าข้างคนผิดเพราะจาก ภาพวงจรปิดที่เห็นก็เป็นหลักฐานเพียงพอ ที่จะเอาผิดคนขับรายนี้ได้อยู่แล้ว