หน้าแรกกระบวนการยุติธรรมACSC เผยสแกมยังพุ่งไม่หยุด สัปดาห์เดียวสูญ 488 ลบ. “แอบอ้าง-หลอกลงทุน” มิจฉาชีพอัปสกิล หลอกเนียนขึ้น-เงินต่อรายสูงขึ้น ช่วยสกัดทัน 9.3 ลบ.

ACSC เผยสแกมยังพุ่งไม่หยุด สัปดาห์เดียวสูญ 488 ลบ. “แอบอ้าง-หลอกลงทุน” มิจฉาชีพอัปสกิล หลอกเนียนขึ้น-เงินต่อรายสูงขึ้น ช่วยสกัดทัน 9.3 ลบ.

วันที่ 23 มี.ค. 2569 ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รองฃฃผบ.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร.เปิดเผยสถิติคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ระหว่างวันที่ 15-21 มี.ค. 2569 พบมีคดีแจ้งผ่านระบบ Thaipoliceonline รวม 7,231 คดี มูลค่าความเสียหายสูงถึง 488,765,704 บาท แม้จำนวนคดีจะลดลงจากสัปดาห์ก่อน 551 คดี แต่กลับพบว่ามูลค่าความเสียหายเพิ่มขึ้นกว่า 1.19 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่ามิจฉาชีพมีการพัฒนารูปแบบการหลอกลวงให้แนบเนียนมากขึ้น และมุ่งเป้าไปยังเหยื่อรายใหญ่

จากการวิเคราะห์ข้อมูล พบว่า “คดีแอบอ้างบุคคลอื่น” เป็นจุดที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากแม้จำนวนผู้เสียหายจะลดลง แต่ความเสียหายเพิ่มขึ้นถึง 67.5% ขณะที่ “คดีหลอกลงทุน” ยังคงครองอันดับ 1 ที่มีมูลค่าความเสียหายสูงสุด และมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น

ส่วนคดีหลอกซื้อขายสินค้าและบริการ ทั้งจำนวนคดีและมูลค่าความเสียหายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คาดว่าเป็นผลจากการประชาสัมพันธ์เตือนภัยอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนระมัดระวังมากขึ้น

เมื่อพิจารณาแนวโน้มรายวัน พบว่า จำนวนคดีเริ่มต่ำในช่วงต้นสัปดาห์ (15 มี.ค.) ก่อนจะเพิ่มสูงและทรงตัวต่อเนื่องจนถึงปลายสัปดาห์ (21 มี.ค.) ขณะที่มูลค่าความเสียหายมีความผันผวนสูง โดยพุ่งขึ้นอย่างชัดเจนในวันที่ 19 มี.ค. ซึ่งคาดว่าเกี่ยวข้องกับคดีหลอกลงทุนหรือไฮบริดสแกมที่สร้างความเสียหายสูงต่อราย

ด้านกลุ่มผู้เสียหาย ยังพบว่า ผู้หญิงยังคงตกเป็นเหยื่อมากกว่าผู้ชาย และกลุ่มอายุ 31-40 ปี ยังคงเป็นกลุ่มที่ถูกหลอกมากที่สุด โดย
•   อันดับ 1 คดีหลอกซื้อขายสินค้า/บริการ อยู่ในกลุ่มอายุ 31-40 ปี
•   อันดับ 2 คดีหลอกให้โอนเงินทำงานเสริม อยู่ในกลุ่มอายุ 31-40 ปี
  •   อันดับ 3 คดีข่มขู่ทางโทรศัพท์ อยู่ในกลุ่มอายุ 18-25 ปี

ภายในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ศูนย์ ACSC ได้รับแจ้งเหตุและเข้าช่วยเหลือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวม 22 เคส สามารถระงับการโอนเงินได้ทัน 28 ราย คิดเป็นเงินกว่า 9,367,721 บาท และจับกุมผู้ต้องหาได้ 8 คดี

สำหรับเคสที่น่าสนใจ พบความเสียหายจำนวนมาก อาทิเคสหญิงวัย 73 ปี ถูกหลอกลงทุนผ่านแพลตฟอร์มปลอม สูญเงินรวมกว่า 30 ล้านบาท โดยช่วงแรกปฏิเสธความช่วยเหลือ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะประสานนักจิตวิทยาเข้าช่วยเจรจาจนยอมแจ้งความ

ส่วนอีกเคสเป็นหญิงวัย 70 ปี ถูกหลอกลงทุนหุ้นทองคำ สูญเงินกว่า 1.5 ล้านบาท ขณะที่อินฟลูเอนเซอร์รายหนึ่งถูกหลอกรีวิวสินค้า เสียหายกว่า 5 แสนบาท

นอกจากนี้ ยังมีผู้เสียหายหญิงวัย 56 ปี ถูกหลอกทำภารกิจออนไลน์ สูญเงินกว่า 2 ล้านบาท และอีกกรณีหญิงวัย 73 ปี โอนเงินถึง 6.9 ล้านบาท แต่ยังไม่เชื่อว่าเป็นการหลอกลวง แม้เจ้าหน้าที่พยายามให้ข้อมูลเตือนแล้วก็ตาม

เจ้าหน้าที่เตือนประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวัง โดยเฉพาะการลงทุนออนไลน์ หรือข้อเสนอที่ให้ผลตอบแทนสูงผิดปกติ รวมถึงการโอนเงินไปยังบัญชีที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงที่จะตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพด้วย

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img