ตำรวจตามรวบสาววัย 24 คาคอนโดนนทบุรี เอี่ยวขบวนการปล่อยกู้ผ่านแอป ดอกเบี้ยพุ่งเกิน 3,000% ต่อปี หลอกเหยื่อกู้เงินแต่ถูกหักล่วงหน้า ซ้ำขู่ประจาน-บีบกู้ซ้อนจนหนี้พอกทะลุล้าน เจ้าตัวยังปฏิเสธ อ้างบัญชีหาย ไม่เกี่ยวข้อง แต่พบประวัติเคยโดนคดีลักษณะเดียวกันมาก่อน
วันที่ 23 มี.ค. พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น รอง ผบก.ปพ.พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผู้กำกับการ 4 บก.ปพ. พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สารวัตร กก.4 บก.ปพ.
ร่วมกันจับกุมน.ส.ดารารัตน์ หรือแอน อายุ 24 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดแม่สะเรียง ที่ จ.26/2568 ลงวันที่ 24 เม.ย. 2568 ในข้อหา “ร่วมกันประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันปล่อยเงินกู้โดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด” ได้ภายในคอนโดแห่งหนึ่ง ซอยศรีพรสวรรค์ 7 ต.สวนใหญ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี
ทั้งนี้ ทราบว่าเมื่อเดือนตุลาคม 2565 ผู้เสียหายรายหนึ่งพบโฆษณาแอปเงินกู้ผ่านช่องทางออนไลน์ จึงลองสมัครขอสินเชื่อ พร้อมให้ข้อมูลส่วนตัว เบอร์โทรศัพท์ และบัญชีธนาคาร ปรากฏว่าเมื่อกู้เงินจริง กลับถูกหักดอกเบี้ยล่วงหน้าในอัตราสูง เช่น กู้ 3,000 บาท ได้เงินจริงเพียง 1,800 บาท แต่ต้องชำระคืนเต็มจำนวน 3,000 บาท ภายใน 7 วัน หากผิดนัดต้องจ่ายเพิ่มอีก 1,200 บาทหรือกรณีกู้ 5,000 บาท ได้เงินจริงเพียง 3,000 บาท แต่ต้องคืน 5,000 บาท ภายใน 7 วัน และหากไม่จ่ายจะถูกเรียกเก็บเพิ่มอีก 2,000 บาท
นอกจากนี้ หากผู้กู้ไม่สามารถชำระเงินได้ตามกำหนด แอดมินจะชักชวนให้ไปกู้แอปอื่นเพื่อนำเงินมาหมุนเวียน จนผู้เสียหายต้องทนแบกรับภาระหนี้สะสมสูงถึง1,056,761.69 บาท และยังคงค้างชำระอีก 185,000 บาทนอกจากนี้เมื่อไม่สามารถหาเงินมาชำระได้ ผู้เสียหายถูกข่มขู่คุกคามทางโทรศัพท์ ว่าจะนำข้อมูลไปประจานและขึ้นบัญชีดำ จึงตัดสินใจแจ้งเบาะแสผ่านสายด่วน 1599 และเข้าแจ้งความดำเนินคดี จากการตรวจสอบพบว่า ลักษณะการคิดดอกเบี้ยของขบวนการดังกล่าวสูงถึงประมาณ 3,466% ต่อปีอีกด้วย
ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบสวนทราบว่า น.ส.ดารารัตน์ หลบหนีมาอยู่ในพื้นที่ จ.นนทบุรี จึงเข้าตรวจสอบและจับกุมตัวได้ดังกล่าว สอบสวน ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา อ้างว่าตนเคยทำสมุดบัญชีธนาคารหายตั้งแต่ปี 2565 และได้เข้าแจ้งความไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้อายัดบัญชี อีกทั้งยืนยันว่าไม่เคยเกี่ยวข้องกับธุรกิจเงินกู้หรือแอปเงินกู้แต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบประวัติพบว่า ผู้ต้องหาเคยถูกดำเนินคดีในลักษณะเดียวกันที่ จ.สงขลา ซึ่งเจ้าตัวระบุว่าศาลได้มีคำพิพากษาไปแล้วด้วย เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่ลาหลวง ดำเนินคดีต่อไป

