ณ ลานแถลงข่าว ชั้น 1 อาคาร บช.น.​ พล​ตำรวจ​โท​ สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้​บัญชาการ​ตำรวจ​นครบาล​ (ผบช.น.) พร้อมด้วย​ พลตำรวจ​ตรี​ นิตินันท์ เพชรบรม รองผู้บัญชาการ​ตำรวจ​นครบาล​ (รอง​ผบช.น.),พลตำรวจ​ตรี​ ธีระพงษ์ วงศ์รัฐพิทักษ์ ผู้บังคับการ​ตำรวจ​นครบาล​ 4​ (ผบก.น.4),พัน​ตำรวจ​เอก​ มานพ น่วมลิวงศ์,พัน​ตำรวจ​เอก​ ธวัช วงศ์สง่า รองผู้บังคับการ​ตำรวจ​นครบาล​ 4 (รองผบก.น.4),พัน​ตำรวจ​เอก​ สุพล ค้ำชู ผู้กำกับ​การ​สถานี​ตำรวจ​นครบาล​โชคชัย​ (ผกก.สน.โชคชัย)​,พัน​ตำรวจ​เอก​ วรพจน์ รุ่งกระจ่าง ผู้กำกับ​การ​สืบสวน​ กอง​บังคับการ​ตำรวจ​นครบาล​ 4​ (ผกก.สส.บก.น.4)​

แถลงข่าวผลการจับกุมของ ฝ่ายสืบสวน สถานีตำรวจ​นครบาล​โชคชัย​ (สน.โชคชัย)​ และ เจ้าหน้าที่​ตำรวจ​จาก​ กองกำกับการ​สืบสวนสอบสวน​ กอง​บังคับการ​ตำรวจ​นครบาล​ 4​ (กก.สส.บก.น.4) ร่วมกันจับกุมนายสุรศักดิ์ หรือตั้มบุญอินทร์ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1 ถนนสุวรรณศร ตำบลอรัญประเทศ อำเภออรัญ-ประเทศ จ.สระแก้ว คนร้ายชิงทรัพย์และก่อเหตุลักทรัพย์​ หลายคดี พร้อมของกลางจำนวนมาก​ ด้วยฐาน​ความผิด​ “ชิงทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืน” ตามหมายจับศาลอาญาที่ 2756/2561 ลงวันที่ 11​ ธันวาคม 2561​

ด้วยเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2560 เวลาประมาณ 04.00 น.ได้มีคนร้ายไม่ทราบว่าเป็นผู้ใดได้เข้าไปก่อเหตุลักทรัพย์ที่บ้านเลขที่ 108 ซอยโชคชัย 4 ซอย 76 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯปรากฏว่าผู้เสียหายเจ้าของบ้านได้ตื่นขึ้นมาพบคนร้ายกำลังเดินอยู่ภายในบ้าน คนร้ายจึงได้ออกคำสั่งให้ผู้เสียหายอย่าขยับและ​ เอาหมอนปิดบังใบหน้าผู้เสียหายไว้ จากนั้นคนร้ายได้หลบหนีไปพร้อมกับเงินสด 3,000 บาท ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานมาตรวจสถานที่เกิดเหตุพบลายนิ้วมือแฝง ซึ่งเมื่อตรวจเทียบกับสาระบบ AFIS พบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุคือ นายสุรศักดิ์ฯ พนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับผู้ต้องหาดังกล่าวไว้

พล​ตำรวจ​โท​ สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น

จนกระทั่งเมื่อเดือนธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา พื้นที่ สน.โชคชัย ได้รับแจ้งเหตุลักทรัพย์ในเคหสถานเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.โชคชัย จึงได้นำแผนประทุษกรรมของคนร้ายมาวิเคราะห์อย่างละเอียดทุกคดีรวมถึงไล่กล้องวงจรปิดตามเส้นทางหลบหนีของคนร้าย พบว่าหลายคดีที่เกิดขึ้น คนร้ายใช้รถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์เงิน คันหมายเลขทะเบียน กฉ 1367 สระแก้ว เป็นยานพาหนะหลบหนีหลังก่อเหตุ และเมื่อตรวจสอบชื่อผู้ครอบครองรถยนต์กระบะคันดังกล่าว ปรากฏชื่อน.ส.บุญช่วย พรมภักดี​ ภูมิลำเนาอยู่ จังหวัดสระแก้ว ซึ่งจากการสืบสวนน.ส.บุญช่วยฯ คือ มารดาของนายสุรศักดิ์ฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับของ สน.โชคชัย

ต่อมาเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2562 เวลาประมาณ 21.00 น.เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สืบทราบว่า นายสุรศักดิ์ฯ จะเดินทางมายังวัดพนมรอก หมู่ 1 ต.พนมรอก อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์ จึงได้เดินทางไปตรวจสอบและสามารถจับกุมตัว นายสุรศักดิ์ฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับได้ในเวลาต่อมา จากการสอบถามพร้อมได้แสดงหมายจับให้ผู้ถูกจับดู ซึ่งผู้ถูกจับให้การยอมรับว่าตนเองเป็นบุคคลตามหมายจับจริงและไม่เคยถูกดำเนินคดีมาก่อนแต่อย่างใดสาเหตุที่ลงมือก่อเหตุดังกล่าวนั้น

เนื่องจากตนเองเคยค้าขายเสื้อผ้าแล้วล้มละลาย ไม่ได้มีงานทำประจำเป็นหลักแหล่ง นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังสามารถติดตามจับกุมตัว นายพิษณุ หรือนุ เข้มแข็ง อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 366 ถ.พระพายัพ ต.แก่งคอย อ.แก่งคอย จ.สระบุรี คนรับซื้อของกลาง โดยสามารถตรวจยึดทรัพย์สินบางรายการกลับมาได้เป็นจำนวนมาก​

พล​ตำรวจ​โท​ สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น

จากการสืบสวน​สอบสวนขยายผล นายสุรศักดิ์ฯ ถึงสถานที่ก่อเหตุลักทรัพย์ในพื้นที่ สน.โชคชัย รับว่าก่อเหตุทั้งหมด 8 ครั้ง​ ประวัติการถูกจับกุมของ นายสุรศักดิ์ฯ​ เมื่อปี 2555 ถูกจับกุม ข้อหาลักทรัพย์โทรศัพท์มือถือสภ.เมืองสระแก้ว​ การถูกออกหมายจับของ นายสุรศักดิ์ฯ​ หมายจับที่ 40/2559 ศาลจังหวัดสระแก้ว ข้อหา ลักทรัพย์ในเวลากลางคืนสภ.เมือง​ ​จ.สระแก้ว,หมายจับที่ 68/2559 ศาลจังหวัดสระแก้ว ข้อหา ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน สภ.เมือง​ จ.สระแก้ว​ และหมายจับที่ 561/2560 ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ข้อหา ลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืนฯ สภ.พระนครศรีอยุธยา​ จ.พระนคร​ศรี​อยุธยา​

สำหรับท้องที่ใด ที่มีเหตุลักทรัพย์หลังก่อเหตุคนร้ายใช้รถยนต์กระบะแต่งซิ่งล้อแมกซ์สีดำขับหลบหนี หรือมีตำหนิรูปพรรณคนร้ายตามกล้องวงจรปิดคล้ายกับผู้ต้องหารายนี้ สามารถตรวจสอบทรัพย์สินที่สามารถตรวจยึดได้ที่ห้องสืบสวน สน.โชคชัย

Cr.ทีมงานประชาสัมพันธ์ บช.น.