ฝุ่น PM2.5 กทม. แนวโน้มเพิ่มขึ้น “หนองจอก” สูงสุดแตะ 39.2 มคก./ลบ.ม. คุณภาพอากาศยังระดับปานกลาง

109

ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 เช้าวันที่ 16 มี.ค. 2569 ค่าเฉลี่ยทั้งเมืองอยู่ที่ 31.6 มคก./ลบ.ม. แม้ยังไม่เกินมาตรฐาน แต่แนวโน้มเพิ่มขึ้น หลายพื้นที่เริ่มเข้าใกล้ระดับกระทบสุขภาพ แนะประชาชนป้องกันตัวเองอย่างเคร่งครัด

ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ประจำวันที่ 16 มีนาคม 2569 เวลา 07.00 น. พบว่า ค่าเฉลี่ยของทั้งกรุงเทพมหานครอยู่ที่ 31.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งยังไม่เกินค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ไม่เกิน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร แต่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยภาพรวมคุณภาพอากาศยังอยู่ในระดับ ปานกลาง

สำหรับพื้นที่ที่ตรวจวัดค่าฝุ่น PM2.5 สูงสุด 12 อันดับแรก ได้แก่ เขตหนองจอก 39.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เขตหลักสี่ 38.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เขตลาดกระบัง 38 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เขตหนองแขม และเขตประเวศ 37.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เขตบางรัก 37.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เขตราชเทวี 37.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เขตปทุมวัน 36.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร สวนทวีวนารมย์ เขตทวีวัฒนา 36.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เขตทวีวัฒนา 36.4 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เขตบางคอแหลม 36.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และเขตบางพลัด 35 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

ขณะที่ภาพรวมรายโซนของกรุงเทพมหานคร พบว่า กรุงเทพเหนือ มีค่าฝุ่นอยู่ที่ 30.4 – 38.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร กรุงเทพตะวันออก 27.1 – 39.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร กรุงเทพกลาง 24.7 – 37.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร กรุงเทพใต้ 24 – 37.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร กรุงธนเหนือ 25.5 – 36.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และ กรุงธนใต้ 26.9 – 37.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยทุกพื้นที่ยังอยู่ในเกณฑ์คุณภาพอากาศระดับปานกลาง

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่เตือนว่าค่าฝุ่นละอองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และอาจเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพในบางช่วงเวลา จึงแนะนำให้ประชาชน สวมหน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งเมื่อออกนอกอาคาร ลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือการออกกำลังกายหนัก และสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก หรือระคายเคืองดวงตา

ส่วนประชาชนกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด และหากมีอาการผิดปกติควรรีบไปพบแพทย์ทันที.