วันนี้ (6 มี.ค.) เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลได้นัดสืบพยานฝ่ายโจทก์เป็นนัดแรก ในคดีที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ ร่วมกับ น.ส.จตุพร อุบลเลิศ หรือ “เจ๊อ้อย” ในฐานะโจทก์ร่วม ยื่นฟ้อง นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม”, นางปทิตตา เบี้ยบังเกิด หรือ “เดือน” ภรรยาของทนายตั้ม และ น.ส.ปิณฑิรา การิวัลย์ หรือ “ดาว” พี่สาวของภรรยาทนายตั้ม พร้อมพวกรวม 7 คน เป็นจำเลย ในความผิดฐานฉ้อโกง ฉ้อโกงอันเป็นปกติธุระ ฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และสมคบกันฟอกเงิน
นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน เปิดเผยว่า การสืบพยานในคดีดังกล่าว ขณะนี้เป็นวันที่สามของการเบิกความของ น.ส.จตุพร โดยวันแรกใช้เวลาตลอดทั้งวันในการเบิกความตอบคำถามจากพนักงานอัยการ ส่วนวันที่สองเป็นการถามค้านจากฝ่ายจำเลย ซึ่งนายษิทราเป็นผู้ถามด้วยตนเองตลอดทั้งวัน ทำให้พยานอีกปากยังไม่ได้ขึ้นเบิกความสำหรับวันนี้ ซึ่งเป็นวันที่ 3 ศาลเปิดโอกาสให้ทนายฝ่ายจำเลยอีกคนซักถาม น.ส.จตุพร ต่อจนแล้วเสร็จ หลังจากนั้นพนักงานอัยการและทนายฝ่ายโจทก์ร่วมจะซักถามเพิ่มเติมในประเด็นที่ฝ่ายจำเลยถามไว้ ก่อนจะถือว่าเสร็จสิ้นภารกิจการเบิกความของ น.ส.จตุพร ซึ่งใช้เวลารวมประมาณ 3 วัน
นายปานเทพ กล่าวว่า หากการซักถามแล้วเสร็จภายในช่วงครึ่งวันเช้า พยานปากถัดไปคือ “พี่น้อย” ซึ่งเป็นเลขานุการของ น.ส.จตุพร จะขึ้นเบิกความต่อทันที อย่างไรก็ตาม จากระยะเวลาการสืบพยานที่ยาวนานกว่าที่คาดการณ์ไว้ อาจทำให้กำหนดการของพยานรายอื่นต้องปรับเลื่อนออกไป
เมื่อถามถึงการเตรียมตัวของพยานในแต่ละครั้ง นายปานเทพ กล่าวว่า ในรายละเอียดของคดีไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากอาจเข้าข่ายละเมิดอำนาจศาล แต่โดยภาพรวม น.ส.จตุพร มีการเตรียมตัวมาอย่างดี แม้อาจมีความสับสนในบางช่วง เนื่องจากเอกสารมีจำนวนมาก แต่สามารถชี้แจงและอธิบายได้เมื่อมีการซักถาม ทั้งจากฝ่ายจำเลยและฝ่ายอัยการ
จากการติดตามการเบิกความตลอดสองวันที่ผ่านมา นายปานเทพ ระบุว่า การซักค้านของนายษิทราทำได้อย่างเต็มที่ แต่ยังมีบางประเด็นที่ฝ่ายโจทก์เตรียมซักถามเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยทั้ง น.ส.จตุพร และพยานรายอื่นยังคงมีความมั่นใจในข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน
นายปานเทพ ยังกล่าวว่า ก่อนเข้าศาล น.ส.จตุพรได้เดินทางไปสักการะศาลหลักเมืองและพระสยามเทวาธิราช เพื่อขอพรให้การให้การต่อศาลเป็นไปด้วยความเรียบร้อย พร้อมยืนยันว่าจะพูดความจริงทั้งหมด โดยเชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะคุ้มครองให้ได้รับความเป็นธรรม
สำหรับประเด็นที่ถูกตั้งคำถามว่าพยานหลักฐานจะทำให้ฝ่ายจำเลย “ดิ้นไม่หลุด” หรือไม่นั้น นายปานเทพกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล โดยพยานหลักฐานทั้งหมดได้ถูกส่งต่อให้พนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการตั้งแต่ในชั้นสอบสวนแล้ว ทั้งฝ่ายโจทก์และฝ่ายจำเลยต่างได้รับทราบข้อมูลทั้งหมด ไม่มีสิ่งใดเป็นความลับหรือ “ไม้เด็ด” แต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม นายปานเทพ ยอมรับว่า ในคดีแพ่งก่อนหน้านี้ ศาลมีคำพิพากษายกคำร้อง เนื่องจากเห็นว่าการนำสืบพยานของฝ่ายอัยการยังไม่เพียงพอ แต่ปัจจุบันทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องยังคงถูกอายัดไว้ จึงยังมีโอกาสต่อสู้ในคดีอาญา และหากคดีอาญามีข้อยุติ ก็สามารถนำผลคำพิพากษาไปประกอบการพิจารณาในคดีแพ่งหรือในชั้นอุทธรณ์ได้นายปานเทพ กล่าวด้วยว่า ในชั้นศาลอาญาไม่อาจกล่าวได้ว่าฝ่ายใดได้เปรียบหรือเสียเปรียบ เพราะเป็นดุลพินิจของศาลในการพิจารณาพิพากษา โดยทั้งฝ่ายโจทก์และฝ่ายจำเลยต่างทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่
ทั้งนี้ จากการติดตามการเบิกความที่ผ่านมา น.ส.จตุพรมีสมาธิและความมั่นใจในการตอบคำถาม ไม่แสดงความกังวล และเชื่อมั่นในข้อเท็จจริงที่ตนเองนำเสนอต่อศาล
ขณะเดียวกัน นายปานเทพ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตของนักแสดงสาว “แตงโม” หรือ น.ส.นิดา พัชรวีระพงษ์ ว่า ขณะนี้ตนและคณะยังคงเดินทางไปพบเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) อย่างต่อเนื่อง พร้อมยื่นพยานหลักฐานเพิ่มเติมอยู่เป็นระยะโดยเฉพาะคำพิพากษาในคดีที่นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหลายรายฟ้องร้อง แต่ศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง ซึ่งในคำเบิกความของพยานบางส่วนมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในคดีดังกล่าว จึงได้นำไปมอบให้ดีเอสไอพิจารณาเพิ่มเติม
นายปานเทพ ระบุว่า หลักฐานที่รวบรวมได้มีจำนวนมาก หลายแฟ้มเอกสาร รวมแล้วหลายร้อยหน้า โดยมีการวิเคราะห์พฤติการณ์และลำดับเหตุการณ์อย่างละเอียด ซึ่งทำให้ทีมงานมีความเชื่อมั่นว่า การเสียชีวิตของ น.ส.นิดา ไม่ได้เกิดจากการไปปัสสาวะบริเวณท้ายเรือก่อนพลัดตกน้ำตามที่มีการระบุไว้ในสำนวนเดิม
ทั้งนี้ ทีมงานยังตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการทำคดีในชั้นพนักงานสอบสวน ว่าอาจมีประเด็นเรื่องการบิดเบือนข้อเท็จจริงหรือไม่ ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของดีเอสไอ โดยยืนยันว่าจะยังคงรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมต่อไป และหากมีหน่วยงานใดไม่ให้ความร่วมมือ อาจมีการดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมต่อไป

