วันที่ 26 ก.พ.2569 หลังประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต เมื่อวานนี้ 396 คน โดยวันนี้ ณ ห้อง 201 ชั้น 2 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ นายศุภชัย นพขำ สส.เขต 2 ปทุมธานี พรรคเพื่อไทย เดินทางมารับหนังสือรับรองด้วยตัวเองจากนั้นเดินทางต่อไปเพื่อรายงานตัว สส.ชุดที่ 27 ที่อาคารรัฐสภา
วันนี้เรามาทำความรู้จัก นักการเมืองหนุ่มวิสัยทัศน์ดี โปรไฟล์แน่น บุคลิกมุ่งมั่น หลักแหลม มีไหวพริบแห่งเมืองปทุมธานี สังกัดพรรคเพื่อไทย “นายศุภชัย นพขำ” (ลูกเต๋า) เกิดเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2529 ปัจจุบันอายุ 40 ปี จบการศึกษา ระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ (บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาการบริหารการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์) และระดับปริญญาโท (รัฐศาสตร์มหาบัณฑิต) มหาวิทยาลัยปทุมธานี
เส้นทางทางการเมือง จาก สส.แล้ว ยังเป็น อดีตผู้ช่วยเลขานุการรมว.มหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รมช.มหาดไทย)และอดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย(นายภูมิธรรม เวชยชัย) เป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ นายสายัณ นพขำ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี มีพี่ชาย 1 คน คือ นายปัญญา นพขำ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านกลาง นายศุภชัย เป็นนักการเมืองเลือดใหม่ไฟแรงเป็นดาวรุ่งจากพรรคเพื่อไทย ที่ครั้งนี้ฝ่ากระแสพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทย เข้ามาเป็น สส.หนึ่งเดียวของพรรคเพื่อไทย ในเขตภาคกลางตอนล่าง รวมทั้ง กรุงเทพฯ และปริมณฑล
นายศุภชัย นพขำ เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นเส้นทางการเมือง คือตนเองเติบโตมาจากครอบครัวนักการเมือง จึงมีความผูกพันกับชาวบ้านตั้งแต่เด็ก ๆ พออายุ 25 ปีอายุครบในการสมัครสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ก็ลงสมัครรับเลือกตั้ง ก็ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนก็ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานีในการลงสมัครเลือกตั้งครั้งแรก เป็นสมาชิกครบวาระ 1 สมัยก็ผันตัวมาสู้ศึกสนามเลือกตั้งใหญ่คือการสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี ในนามพรรคเพื่อไทยก็ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน ได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขตเลือกตั้งที่ 2 ในการลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งแรกเช่นเดียวกัน แต่ศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีคำวินิจฉัยชี้ขาดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นโมฆะ ในวันที่ 21 มี.ค.2557 ก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในขณะนั้นจะทำการรัฐประหาร ภายใต้ชื่อ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อวันที่ 22 พ.ค.2557 ต่อมาปี 2562 ศุภชัย นพขำ ก็ผงาดกลับมาเป็น สส.ปทุมธานีเขต 2 อีกสมัย จากนั้นปี 2566 ด้วยกระแสะพิธาฟีเวอร์ ก็พลาดท่าเสียแชมป์ให้กับพรรคก้าวไกล(ในขณะนั้น) มาเลือกตั้งครั้งล่าสุดนี้ ศุภชัย ก็ฝ่าด่านที่หินที่สุดเข้ามาเป็น สส.หนึ่งเดียวในนามพรรคเพื่อไทยของจังหวัดปทุมธานีได้
ศุภชัย เปิดใจว่า ที่ผ่านมาตนเองได้ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด จิตใจเราเรานึกเสมอว่าเราเป็นตัวแทนพี่น้องประชาชนในพื้นที่ พี่น้องประชาชนมีปัญหาเดือดร้อน อย่างไร เราต้องไปช่วยประสานงานแก้ไข แล้วก็ทำอย่างนี้มาโดยตลอด เราอยากพัฒนาให้เมืองปทุมธานีของเราเจริญ มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน การเป็น สส.สามารถนำปัญหาความเดือนร้อนของประชาชนเข้าไปในสภา เพื่อขอการช่วยเหลือมันเป็นผลประโยชน์ของประชาชน รวมถึงเอกสิทธิ์ที่เข้าถึงหน่วยงานของรัฐโดยตรง มันเป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส. ที่จะกระทำได้เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนแท้จริง
ที่ผ่านมาตนเองผลักดันให้ประชาชนตื่นตัวเรื่องการเมืองยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยคือพรรคเศรษฐกิจ “เพื่อไทย ทำได้” ทำให้ประเทศเดินหน้าได้ในภาพใหญ่ โดยตนเองจะเดินหน้าผลักดัน นโยบายต่างๆของพรรคเพื่อความอยู่ดีกินดีของพี่น้องประชาชนเป็นเรื่องสำคัญ และที่สำคัญ เรื่องการกีฬาเรื่องสุขภาพ เพราะตนเองเคยเป็นคณะกรรมาธิการกีฬา สภาผู้แทนราษฎร ตนเองอยากเห็นจังหวัดปทุมธานี เป็นเมืองกีฬา มีสถานที่ออกกำลังกายใหญ่ๆครบวงจรให้ประชาชนได้มาออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดี เป็นศูนย์กีฬาครบวงจรที่ทันสมัยของจังหวัดปทุมธานี หลายจังหวัดเขามีแล้วแต่ปทุมธานีเรายังไม่มี
จังหวัดปทุมธานี เป็นจังหวัดที่มีครบทุกมิติ เป็นจังหวัดอุตสาหกรรม มีตลาดค้า ปลีก-ส่งที่ใหญ่ มีพื้นที่เกษตรกรรม มีวัฒนธรรมประเพณีที่เก่าแก่ เรามีความพร้อม ตนเองพร้อมที่จะประสานงานหางบกลางลงมาพัฒนาให้มันดียิ่งขึ้น เอามาใช้ตามความต้องการของประชาน พรรคเพื่อไทย มีนโยบาย สร้างเขตธุรกิจใหม่ เราจะต้องผลักดันให้จังหวัดปทุมธานี เป็นเขตธุรกิจใหม่ที่ใกล้เมืองหลวง ด้วยความพร้อมในหลายๆด้าน เรามี 13 มหาวิทยาลัยในพื้นที่ พื้นที่เราใกล้สนามบินดอนเมือง และโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมเพื่อขับเคลื่อน Start-ups และ SMEs สู่การสร้างรายได้ใหม่ให้แก่ประชาชน เพราะจังหวัดปทุมธานี พร้อมพรั่งด้วยทุกปัจจัยที่อำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการและนักลงทุนอีกทั้งประชากรในจังหวัดปทุมธานีจะมีทางเลือกในการทำงานที่ใกล้บ้านมากยิ่งขึ้น จะไม่กระจุกอยู่แค่ในกรุงเทพฯ อีกต่อไป นอกจากนี้ ธุรกิจห้างร้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นที่พัก ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว ล้วนจะมีรายได้เพิ่มขึ้นตามอุปสงค์ของคนที่หลั่งไหลเข้ามา คนปทุมธานีก็จะได้รับประโยชน์อย่างถ้วนหน้า
“ตนเองมีความมุ่งมั่นที่จะรับใช้ประชาชนทุก ๆ คนอย่างแท้จริง ปัญหาของพ่อแม่พี่น้องประชาชน มันก็เหมือนปัญหาของตนเอง แล้วตนเองจะนำปัญหาต่าง ๆ เข้าไปแก้ไขเพื่อให้ประชาชนชาวปทุมธานีมีสุขภาพชีวิตที่ดีขึ้น”

