ผบ.ตร.สั่งยกระดับล่าปืนเถื่อน กวาดล้างทั้งออนไลน์-ทั่วประเทศ

99

ผบ.ตร. สั่งยกระดับการปราบปรามและบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับอาวุธปืน เครื่องกระสุน อาวุธสงคราม ให้สกัดกั้นและระดมกวาดล้าง โดยเฉพาะจุดเสี่ยงทั้งออนไลน์และในพื้นที่ทั่วประเทศ

พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

วันนี้ (24 กุมภาพันธ์ 2569) พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้มีคำสั่งไปยังผู้บัญชาการหน่วยต่าง ๆ ยกระดับการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม และการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับอาวุธปืน เครื่องกระสุน อาวุธสงคราม ด้วยสถานการณ์อาชญากรรมปรากฏแนวโน้มในการก่อเหตุรุนแรงสะเทือนขวัญ โดยคนร้ายมีการใช้อาวุธปืนในการก่อเหตุต่าง ๆ ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกายส่งผลกระทบต่อประชาชนและความสงบเรียบร้อยของประเทศ ประกอบกับคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงมหาดไทย ที่ 429/2569 ลงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 เรื่องห้ามการออกใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว แบบป 12 เป็นการชั่วคราว โดยมีผลบังคับใช้มีกำหนดระยะเวลา 1 ปี

ผบ.ตร.มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร.(ด้านการสืบสวน) และ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร.(ด้านการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม) ควบคุม กำกับดูแลในภาพรวมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และให้ทุกหน่วยถือปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ และการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ดูแลความปลอดภัยของประชาชน โดยให้ยึดหลักยุทธวิธีตำรวจ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมกำชับให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น อำนวยการ บริหารจัดการเหตุ และลงพื้นที่ร่วมกับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด อย่าให้เกิดข้อบกพร่องขึ้นได้

นอกจากนี้ ผบ.ตร. สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 1-9 และหน่วยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง สืบสวนหาข่าวเชิงลึกในพื้นที่รับผิดชอบ รวมถึงพื้นที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ เพื่อกำหนดเป้าหมายและปิดล้อมตรวจค้น กำหนดระดมกวาดล้างอาชญากรรมที่เกี่ยวกับการผลิต จำหน่าย วงจรการใช้อาวุธปืนผิดกฎหมาย เครื่องกระสุน อาวุธสงคราม ทั้งในทางออนไลน์และในพื้นที่รับผิดชอบ พร้อมกำหนดแผนการตั้งจุดตรวจจุดสกัด ตรวจค้นบุคคล ยานพาหนะ ในพื้นที่รับผิดชอบ ให้ครอบคลุมลักษณะเป็นเครือข่ายใยแมงมุม โดยเฉพาะการนำพาหรือพกพาอาวุธเส้นทางเข้า-ออก จุดล่อแหลม จุดเสี่ยง บริเวณสถานบริการหรือสถานประกอบการที่มีความเสี่ยง

รวมทั้งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยสถานที่สำคัญ สถานที่สาธารณะ โดยประสานความร่วมมือกับพนักงานรักษาความปลอดภัยและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และเพิ่มความเข้ม/ความถี่ วงรอบในการตรวจตราสถานที่ของเจ้าหน้าที่สายตรวจ เจ้าหน้าที่จราจร และเจ้าหน้าที่สืบสวน และจัดเตรียมแผนเผชิญเหตุ ชุดปฏิบัติการ พิเศษทางยุทธวิธี และกำหนดวงรอบการตรวจของสายตรวจในการ หยุดตรวจ เดินตรวจ และพูดคุยพบปะประชาชน (Stop Walk and Talk) กำหนดจุดแสดงกำลังและจุดตรวจสัมพันธ์ให้มีความครอบคลุมพื้นที่ พร้อมตรวจสอบระบบการแจ้งเหตุของภาคเอกชน กล้องวงจรปิด (CCTV) และการตรวจตราสิ่งของบริเวณทางเข้า-ออกอาคารสถานที่ต่าง ๆ ให้เป็นปัจจุบัน เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการกำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัย

พร้อมสั่งการให้กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เป็นหน่วยรับผิดชอบหลักด้านการข่าวทางสื่อสังคมออนไลน์ สืบสวนหาข่าวและตรวจสอบการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนผิดกฎหมาย เครื่องกระสุน อาวุธสงคราม ในทางออนไลน์ โดยประสานกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล ตำรวจภูธรภาค 1-9 และหน่วยที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด รวมทั้งติดตามตรวจสอบเฝ้าระวังการก่อเหตุร้ายแรงสะเทือนขวัญ ข้อมูลทางสื่อสังคมออนไลน์ และให้ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมติดตามและเฝ้าระวังโซเชียลมีเดียในทุกช่องทางอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันข่าวปลอมหรือการบิดเบือนข้อมูล (Fake News) ซึ่งอาจก่อให้เกิดความตื่นตระหนก การแพร่กระจายของความหวาดกลัวภัย หรือการกระทำที่เข้าข่ายผิดกฎหมายอาญา หรือความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ตลอดจนบังคับใช้กฎหมายและปิดกั้นข้อมูลที่ผิดกฎหมาย