เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 24 ก.พ. ที่ ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร.พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. สั่งกาคให้ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผบก.ป. พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผกก.4 บก.ป. พ.ต.ท.เจษฏา แก้วจาเครือ รองผกก.4 บก ป. พ.ต.ท.ณรงค์ หาญสันเทียะ สว.กก.4 บก.ป นำกำลังเปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้นพร้อมกัน 8 จุด ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และ จ.เชียงราย ทลายขบวนการลอบซื้อขายซิมการ์ดโทรศัพท์ข้ามชาติ ส่งต่อให้แก๊งสแกมเมอร์ใช้ก่อเหตุหลอกลวงประชาชน โดยเฉพาะเด็กนักเรียนในพื้นที่ภาคเหนือ
ผลการตรวจค้นเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย ได้แก่น.ส.จิราภรณ์ ใจน่าน อายุ 36 ปี ถูกจับตามหมายจับศาลจังหวัดฝาง ได้ที่บ้านเช่าใน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ พร้อมของกลางซิมการ์ดหลายร้อยหมายเลข บรรจุในกล่องพัสดุ น.ส.เบญจมาศ ศิริสิงห์ อายุ 29 ปี ถูกจับได้ที่บ้านพัก อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ และนายปรัชญา แสงศรีจันทร์ อายุ 36 ปี พนักงานขายบริษัทเครือข่ายโทรศัพท์แห่งหนึ่ง ถูกจับที่บ้านพัก อ.เมือง จ.เชียงราย
พร้อมกันนี้ ยังเข้าตรวจค้นบ้านพักเกี่ยวข้องอีก 5 จุด ใน อ.แม่สาย และ อ.เทิง จ.เชียงราย เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งหมดถูกแจ้งข้อหาร่วมกันจัดหาซื้อขายหมายเลขโทรศัพท์ที่ลงทะเบียนในนามผู้อื่น, ใช้ข้อมูลบุคคลอื่นกระทำความผิดทางเทคโนโลยี และครอบครองข้อมูลบุคคลเพื่อขายแสวงหาประโยชน์ โทษหนักสุดจำคุก 5 ปี ปรับสูงสุด 5 แสนบาท
สอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดยังให้การปฏิเสธ สำหรับคดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อ 4 ธ.ค. 2568 ก.พ. ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ตรวจพบความผิดปกติในระบบแจ้งความออนไลน์ พบ 7 หมายเลขโทรศัพท์ที่ถูกใช้ก่อเหตุหลอกลวง โดยลงทะเบียนในชื่อเด็กและเยาวชนอายุไม่เกิน 15 ปี ในพื้นที่ ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ โดยทราบคนร้ายใช้วิธีปลอมเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA THAILAND) หลอกเหยื่อโอนเงินอ้างเปลี่ยนมิเตอร์ไฟฟ้า
เมื่อลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่าเมื่อวันที่ 17 และ 24 พ.ย. 2568 มีกลุ่มชายหญิง 4 คน อ้างตัวเป็นพนักงานบริษัทเครือข่ายมือถือรายใหญ่ เดินสายเข้าโรงเรียนใน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ อ้างจัดกิจกรรมให้ความรู้เรื่องสแกมเมอร์ และแจกซิมอินเทอร์เน็ตฟรีเพื่อการศึกษา แต่เบื้องหลังกลับสแกนบัตรประชาชนและใบหน้าเด็กนักเรียนอายุ 8-10 ปี คนละหลายครั้ง เปิดหลายซิมต่อ 1 คน ก่อนมอบให้เด็กกลับบ้านเพียง 1 ซิมเท่านั้นภายหลังพบว่าซิมส่วนที่เหลือถูกนำไปใช้ก่อเหตุหลอกลวงดังกล่าว
ด้านนายนิรันดร์ อวรรณา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยศาลา เปิดเผยว่า ตอนแรกตนเห็นว่าเป็นกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อการศึกษา จึงอนุญาตให้จัดกิจกรรม “เป็นการกระทำที่แย่มาก เด็กบริสุทธิ์กลายเป็นเครื่องมือของแก๊งสแกมเมอร์โดยไม่รู้ตัว ผู้ปกครองและครูเป็นกังวลอย่างมาก” ขณะนี้พบเด็กนักเรียนจาก 2 โรงเรียนตกเป็นเหยื่อมากกว่า 200 คน และอาจมีโรงเรียนอื่นในพื้นที่ภาคเหนือได้รับผลกระทบเพิ่ม
จากแนวทางการสืบสวนเชื่อว่าซิมบางส่วนถูกขายข้ามแดนไปยังเครือข่ายสแกมเมอร์ฝั่งท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ซึ่งติดกับ อ.แม่สาย จ.เชียงราย
ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างประสานบริษัทเครือข่ายโทรศัพท์เพื่อระงับหมายเลขทั้งหมดโดยเร่งด่วน และขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการรายอื่นต่อไป

