เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 18 ก.พ. พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.อนุวัฒน์ รักษ์เจริญ รอง ผบก.ปคบ.
พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผกก.4 บก.ปคบ. ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ร่วมกันแถลงผลการเปิดปฏิบัติการทลายแหล่งผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาฉีดกลุ่มเปปไทด์เถื่อน ในพื้นที่ จ.กรุงเทพมหานคร จ.นครปฐม และ จ.ราชบุรี หลังสามารถตรวจยึดของกลาง 389 รายการ รวม 119,383 ชิ้น มูลค่ารวม 17,938,000 บาท

พ.ต.อ.วีระพงษ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ อย. ได้ตรวจพบการโฆษณาขายผลิตภัณฑ์ยาฉีดกลุ่มเปปไทด์ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยาหลายรายการ ผ่านรหัสลับคำว่า ดินสอสี หรือของเล่น ในกลุ่มแชตไลน์ ที่ใช้ชื่อว่า “เปปไทด์พลัส+ peptide plus +” และ กลุ่ม “WellViva PEPTIDE” ซึ่งทั้ง 2 กลุ่ม มีสมาชิกรวมกว่า 2,600 คน อีกทั้งในกลุ่มดังกล่าว จะมีแอดมิน คอยให้คำแนะนำวิธีการใช้สำหรับควบคุมน้ำหนัก หนือ เพื่อให้ผิวสวย พร้อมตั้งราคาซื้อขายกันตั้งแต่ 990-5,999 บาท
เจ้าหน้าที่จึงเร่งแกะรอยสืบหาเบาะแส จนทราบถึงสถานที่ผลิตและจัดเก็บ ตั้งอยู่ในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร นครปฐม และ ราชบุรี จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลเข้าตรวจค้นสถานที่ทั้ง 3 ตุดดังกล่าว ก่อนนำมาสู่การตรวจยึดของกลางทั้งหมดมูลค่ารวมเกือบ 18 ล้านบาท

ทั้งนี้จากการสอบปากคำ น.ส.ยุพาวรรณ (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี เจ้าของจุดเก็บสินค้าในพื้นที่ จ.ราชบุรี ให้การยอมรับว่า ของกลางที่ตรวจพบในบ้านพักเป็นของตนจริง รวมถึงยังยอมรับว่า ไม่มีความรู้เกี่ยวกับยาหรือเภสัชกรรม แต่อาศัยการเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านช่องทางออนไลน์ และทดลองนำยามาฉีดตัวเอง ก่อนเห็นว่าน้ำหนักลดลงจริง จึงสั่งซื้อยาและอุปกรณ์จากแพลตฟอร์มออนไลน์ แล้วนำมาแปะฉลากยี่ห้อของตนเอง จัดเซ็ตขายพร้อมอุปกรณ์ที่ใช้ฉีดและโฆษณาขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์เฉพาะกลุ่มผู้สนใจ มียอดขายเดือน 300 – 600 ออเดอร์ โดยทำมาแล้วเป็นเวลา 5 เดือน

เช่นเดียวกับในส่วนของ น.ส.รศรินทร์ (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี เจ้าของบ้านพักที่ตรวตพบของกลางในพื้นที่ย่านบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ที่ยอมรับว่า ไม่มีความรู้เกี่ยวกับยาหรือเภสัชกรรม แต่อาศัยการเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านช่องทางออนไลน์ ก่อนสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ยาและอุปกรณ์ จากแพลตฟอร์มออนไลน์ และนำเข้าจากประเทศจีน แล้วนำมาแปะฉลากยี่ห้อของตนเอง จัดเซ็ตขายพร้อมอุปกรณ์ที่ใช้ฉีด และโฆษณาขายผ่านช่องทางออนไลน์ ราคาชุดละ 990-3,800 บาท โดยมียอดขายเดือนละ 200-300 ชุด โดยทำมาแล้วเป็นเวลา 3 เดือน

ขณะที่ น.ส.พัชราพรรณ ผู้ดูแลสถานที่ตรวจพบของกลางในพื้นที่ จ.นครปฐม ยอมรับว่า เข้ามาทำงานที่สถานที่ดังกล่าว ผ่านการชักชวนจาก น.ส.แองจี้ เพื่อนสมัยเรียนให้มาทำหน้าที่แพ็คบรรจุยาฉีดลดน้ำหนักให้กับบริษัทของนายบาส แฟนหนุ่มของ น.ส.แองจี้ โดยตนจะทำหน้าที่แพ็คตามคำสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ กระทั่งภายหลังเริ่มมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับธุรกิจดังกล่าว จึงสั่งซื้อและนำตัวยามาแปะฉลากยี่ห้อของตนเอง แล้วจัดเป็นเซ็ตขายพร้อมอุปกรณ์ที่ใช้ฉีด ชุดละ 1,890 บาท ทำมาแล้วเป็นเวลา 3 เดือน ได้เงินรวมกว่า 1 ล้านบาท
ด้าน พล.ต.ต.คงกฤช กล่าวจากการกระทำของผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย เข้าข่ายความผิด ตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ. 2510 ฐาน “ผลิตและขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต” และ “ขายยาที่ไม่ขึ้นทะเบียนตำรับยา” เบื้องต้นจึงนำตังพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ. ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

