ปคบ. จับมือ อย. บุกทลาย เครือข่ายกลุ่มไลน์ลับ ลักลอบขาย เปปไทด์เถื่อน ยึดของกลางมูลค่ารวมเกือบ 18 ล้าน

94

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 18 ก.พ. พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.อนุวัฒน์ รักษ์เจริญ รอง ผบก.ปคบ.
พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผกก.4 บก.ปคบ. ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ร่วมกันแถลงผลการเปิดปฏิบัติการทลายแหล่งผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาฉีดกลุ่มเปปไทด์เถื่อน ในพื้นที่ จ.กรุงเทพมหานคร จ.นครปฐม และ จ.ราชบุรี หลังสามารถตรวจยึดของกลาง 389 รายการ รวม 119,383 ชิ้น มูลค่ารวม 17,938,000 บาท

พ.ต.อ.วีระพงษ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ อย. ได้ตรวจพบการโฆษณาขายผลิตภัณฑ์ยาฉีดกลุ่มเปปไทด์ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยาหลายรายการ ผ่านรหัสลับคำว่า ดินสอสี หรือของเล่น ในกลุ่มแชตไลน์ ที่ใช้ชื่อว่า “เปปไทด์พลัส+ peptide plus +” และ กลุ่ม “WellViva PEPTIDE” ซึ่งทั้ง 2 กลุ่ม มีสมาชิกรวมกว่า 2,600 คน อีกทั้งในกลุ่มดังกล่าว จะมีแอดมิน คอยให้คำแนะนำวิธีการใช้สำหรับควบคุมน้ำหนัก หนือ เพื่อให้ผิวสวย พร้อมตั้งราคาซื้อขายกันตั้งแต่ 990-5,999 บาท

เจ้าหน้าที่จึงเร่งแกะรอยสืบหาเบาะแส จนทราบถึงสถานที่ผลิตและจัดเก็บ ตั้งอยู่ในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร นครปฐม และ ราชบุรี จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลเข้าตรวจค้นสถานที่ทั้ง 3 ตุดดังกล่าว ก่อนนำมาสู่การตรวจยึดของกลางทั้งหมดมูลค่ารวมเกือบ 18 ล้านบาท

ทั้งนี้จากการสอบปากคำ น.ส.ยุพาวรรณ (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี เจ้าของจุดเก็บสินค้าในพื้นที่ จ.ราชบุรี ให้การยอมรับว่า ของกลางที่ตรวจพบในบ้านพักเป็นของตนจริง รวมถึงยังยอมรับว่า ไม่มีความรู้เกี่ยวกับยาหรือเภสัชกรรม แต่อาศัยการเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านช่องทางออนไลน์ และทดลองนำยามาฉีดตัวเอง ก่อนเห็นว่าน้ำหนักลดลงจริง จึงสั่งซื้อยาและอุปกรณ์จากแพลตฟอร์มออนไลน์ แล้วนำมาแปะฉลากยี่ห้อของตนเอง จัดเซ็ตขายพร้อมอุปกรณ์ที่ใช้ฉีดและโฆษณาขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์เฉพาะกลุ่มผู้สนใจ มียอดขายเดือน 300 – 600 ออเดอร์ โดยทำมาแล้วเป็นเวลา 5 เดือน

เช่นเดียวกับในส่วนของ น.ส.รศรินทร์ (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี เจ้าของบ้านพักที่ตรวตพบของกลางในพื้นที่ย่านบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ที่ยอมรับว่า ไม่มีความรู้เกี่ยวกับยาหรือเภสัชกรรม แต่อาศัยการเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านช่องทางออนไลน์ ก่อนสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ยาและอุปกรณ์ จากแพลตฟอร์มออนไลน์ และนำเข้าจากประเทศจีน แล้วนำมาแปะฉลากยี่ห้อของตนเอง จัดเซ็ตขายพร้อมอุปกรณ์ที่ใช้ฉีด และโฆษณาขายผ่านช่องทางออนไลน์ ราคาชุดละ 990-3,800 บาท โดยมียอดขายเดือนละ 200-300 ชุด โดยทำมาแล้วเป็นเวลา 3 เดือน

ขณะที่ น.ส.พัชราพรรณ ผู้ดูแลสถานที่ตรวจพบของกลางในพื้นที่ จ.นครปฐม ยอมรับว่า เข้ามาทำงานที่สถานที่ดังกล่าว ผ่านการชักชวนจาก น.ส.แองจี้ เพื่อนสมัยเรียนให้มาทำหน้าที่แพ็คบรรจุยาฉีดลดน้ำหนักให้กับบริษัทของนายบาส แฟนหนุ่มของ น.ส.แองจี้ โดยตนจะทำหน้าที่แพ็คตามคำสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ กระทั่งภายหลังเริ่มมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับธุรกิจดังกล่าว จึงสั่งซื้อและนำตัวยามาแปะฉลากยี่ห้อของตนเอง แล้วจัดเป็นเซ็ตขายพร้อมอุปกรณ์ที่ใช้ฉีด ชุดละ 1,890 บาท ทำมาแล้วเป็นเวลา 3 เดือน ได้เงินรวมกว่า 1 ล้านบาท

ด้าน พล.ต.ต.คงกฤช กล่าวจากการกระทำของผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย เข้าข่ายความผิด ตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ. 2510 ฐาน “ผลิตและขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต” และ “ขายยาที่ไม่ขึ้นทะเบียนตำรับยา” เบื้องต้นจึงนำตังพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ. ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป