หน้าแรกการศึกษา วิทยาการก้าวสู่ 60 ปี อย่างยิ่งใหญ่!! มอ.ติดอันดับ 6 มหาวิทยาลัยดีที่สุดของประเทศ นักวิจัยติดท้อป 2% ของโลก

ก้าวสู่ 60 ปี อย่างยิ่งใหญ่!! มอ.ติดอันดับ 6 มหาวิทยาลัยดีที่สุดของประเทศ นักวิจัยติดท้อป 2% ของโลก

​สุราษฎร์ธานี, 14 มกราคม – ศูนย์กิจการนานาชาติและสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) แถลงผลการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยในโครงการเครือข่ายสัมพันธ์สงขลานครินทร์ ครั้งที่ 5 ที่โรงแรมแก้วสมุยรีสอร์ท จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมี ผศ.ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดี ผศ.ดร.เถกิง วงศ์ศิริโชติ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ และวิเทศสัมพันธ์ และ รศ.สุชาดา ทิพย์มนตรี รองอธิการบดีวิทยาเขตสุราษฎร์ธานี ร่วมแถลง พร้อมมอบรางวัลแก่ นายอธิคม ขัติยศ ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวดออกแบบตราสัญลักษณ์ เนื่องในโอกาสก้าวเข้าสู่ปีที่ 60 ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

​ผศ.ดร.นิวัติ กล่าวว่า มอ. เป็นเครือข่าย 5 วิทยาเขต ที่มีจุดเน้นการพัฒนาสอดคล้องกับศักยภาพพื้นที่ ครอบคลุมด้านการแพทย์และสุขภาพ อาหารและเกษตรยั่งยืน การศึกษา สังคมพหุวัฒนธรรม การท่องเที่ยว นวัตกรรม และสิ่งแวดล้อม ภายใต้แผนพัฒนา พ.ศ. 2566–2570 มหาวิทยาลัยมุ่งขับเคลื่อน 5 ประเด็นหลัก ได้แก่ ความมั่นคงอาหารและเกษตรยั่งยืน สุขภาพและการแพทย์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สังคมพหุวัฒนธรรม และเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมและสร้างสรรค์ เพื่อสร้างคุณค่าให้กับสังคมอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยยังแสดงบทบาทชัดเจนในการรับมืออุทกภัยครั้งใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ โดยระดมพลังจากทั้ง 5 วิทยาเขต เปิดศูนย์พักพิง ดูแลด้านอาหาร การแพทย์ และฟื้นฟูชุมชน ผ่านโครงการ PSU Volunteer x Hatyai Rise Up และ Hatyai Rise Up ซึ่ง มอ.กำลังก้าวเข้าสู่วาระครบรอบ 60 ปี ในปี 2571 โดยเตรียมจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองตลอดช่วงวาระ เพื่อสะท้อนบทบาทและต่อยอดภารกิจสู่อนาคตในฐานะมหาวิทยาลัยที่สร้างคุณค่าและความยั่งยืนให้กับสังคม

​ด้าน ผศ.ดร.เถกิง กล่าวว่า จากผลการจัดอันดับ QS World University Rankings 2026 มอ. อยู่ในอันดับที่ 6 ของประเทศ และอันดับ 851–900 ของโลก พร้อมได้รับการประเมิน QS Stars ระดับ 4 ดาว สะท้อนคุณภาพและมาตรฐานสากล ผลงานเด่นของมหาวิทยาลัย ได้แก่ สาขา Hospitality & Leisure Management ที่ติดอันดับ 1 ของประเทศ และ Top 101–150 ของโลก การรับรองมาตรฐาน UN Tourism TedQual ใน 2 หลักสูตรด้านการท่องเที่ยวและการโรงแรม งานวิจัยด้าน Food Science และ Life Sciences & Medicine ที่มีนักวิจัยติดอันดับ Top 2% ของโลก และนักวิจัยที่ได้รับรางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2569 รวมถึงการพัฒนาหลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์สู่การรับรองมาตรฐาน ABETและยังมีลักสูตรเด่นที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ทั้งหลักสูตรจากคณะวิศวกรรมศาตร์ และวิทยาลัยการคอมพิวเตอร์

​นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยเป็นหนึ่งใน 10 มหาวิทยาลัยวิจัยแนวหน้าของประเทศ ภายใต้โครงการ Reinventing University ขับเคลื่อนความเป็นนานาชาติผ่านการพัฒนาหลักสูตร Double Degree และ Non-Degree การรับรองมาตรฐานสากล เช่น AUN-QA และ AACSB การวิจัยร่วมกับนักวิจัยต่างประเทศ และการสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ระดับโลกให้กับนักศึกษา และยังขับเคลื่อนโครงการเพื่อสังคม เช่น การวิจัยพัฒนาเชิงพื้นที่เพื่อการลดความยากจนและการพัฒนาความเท่าเทียมในประเทศไทย กรณีศึกษาจังหวัดปัตตานี

ควบคู่กันนี้ มหาวิทยาลัยได้ขับเคลื่อนการสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์ผ่านศูนย์กิจการนานาชาติและสื่อสารองค์กร (GACC) ภายใต้ 3 แบรนด์หลัก ได้แก่ PSU Connext, PSU Broadcast และ PSU Global เพื่อเสริมภาพลักษณ์ ความเป็นสากล และการรับรู้ในระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน โดยมหาวิทยาลัยยังคงให้ความสำคัญกับเครือข่ายสื่อมวลชนในฐานะพันธมิตรหลัก พร้อมเดินหน้าสร้างความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนภารกิจของมหาวิทยาลัยสู่สังคมอย่างต่อเนื่อง

​ขณะที่ รศ.สุชาดา กล่าวว่า วิทยาเขตสุราษฎร์ธานีมุ่งพัฒนาระบบบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืน ควบคู่การผลิตกำลังคนคุณภาพสูงที่ตอบโจทย์ความต้องการของพื้นที่และประเทศ โดยเปิดการเรียนการสอนครอบคลุม 3 คณะ ในทุกระดับการศึกษา ตั้งแต่ระดับปริญญาตรี บัณฑิตศึกษา หลักสูตร Pre-Degree, Pre-College และ Non-Degree เน้นการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบ CWIE และการพัฒนานักศึกษาภายใต้แนวคิด I-WISE + DNA เพื่อเสริมสร้างทักษะวิชาชีพ การคิดวิเคราะห์ และการทำงานจริงในสถานประกอบการ

ในด้านการวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับการบูรณาการองค์ความรู้สู่การใช้ประโยชน์จริง โดยขับเคลื่อนงานตาม 3 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ การพัฒนานวัตกรรมด้านการเกษตร ประมง และอาหารสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงด้วย BCG Model การบูรณาการดิจิทัลเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมฐานชีวภาพและการพัฒนาอย่างยั่งยืน และการบูรณาการด้านการจัดการและภาษาเพื่อยกระดับการท่องเที่ยวมูลค่าสูงของภาคใต้ ซึ่งก่อให้เกิดผลงานลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร และอนุสิทธิบัตรจำนวนมาก

นอกจากนี้ มอ.สุราษฎร์ธานี ยังทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการพัฒนาเชิงพื้นที่ สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับสถานศึกษา ชุมชน ผู้ประกอบการ และหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน พร้อมทั้งจัดและสนับสนุนเวทีวิชาการระดับชาติและนานาชาติ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และผลักดันงานวิจัยสู่การพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม “ในระยะต่อไป วิทยาเขตสุราษฎร์ธานีจะเร่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ อาหาร สุขภาพ กีฬา และศูนย์ประชุมมาตรฐานสากล ตลอดจนการจัดตั้งสถาบันและศูนย์วิจัยขั้นสูง เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันของพื้นที่และสนับสนุนการพัฒนาภาคใต้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต”

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img