ถ้าประชาชนไม่เห็นชอบกับประชามติ ไม่แก้รัฐธรรมนูญ “ประเทศไทยจะติดกับดักอำนาจเดิมไปอีกกี่ทศวรรษ..?

437

คำถามเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ไม่ใช่การถกเถียงทางอุดมการณ์ ไม่ใช่เกมการเมืองของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่คือคำถามชี้เป็นชี้ตายว่า ประเทศไทยจะเดินหน้า หรือจะย่ำอยู่กับที่ภายใต้กติกาเดิม

หากรัฐธรรมนูญ 2560 ยังดำรงอยู่โดยไม่ถูกแก้ไข ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นไม่ได้เป็นเรื่องสมมติ แต่เป็นสิ่งที่ปรากฏให้เห็นแล้วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การเมืองไร้เสถียรภาพอย่างถาวร รัฐธรรมนูญที่ออกแบบมาเพื่อไม่ให้ฝ่ายการเมืองมีอำนาจเต็ม ย่อมผลิตรัฐบาลที่อ่อนแอโดยโครงสร้าง รัฐบาลที่ต้องพะวงกับวุฒิสภา องค์กรอิสระ และมาตรฐานจริยธรรม จะไม่มีพลังพอในการตัดสินใจเชิงนโยบายระยะยาว

ผลคือรัฐบาลผสมเปราะบาง การต่อรองใต้โต๊ะมากกว่านโยบายบนโต๊ะ การยุบสภา เปลี่ยนขั้ว ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ประเทศจึงไม่อาจก้าวข้ามการเมืองเฉพาะหน้า เศรษฐกิจติดหล่ม ความเหลื่อมล้ำฝังราก การเมืองที่ไม่มั่นคง ทำให้นโยบายเศรษฐกิจไร้ทิศทาง นักลงทุนไม่เชื่อมั่น การปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจทำไม่ได้จริง ขณะที่ประชาชนเผชิญค่าครองชีพสูง รายได้ไม่พอรายจ่าย สวัสดิการไม่ทั่วถึง

รัฐธรรมนูญที่ไม่เปิดทางให้รัฐบาลกล้าคิด กล้าทำ จึงกลายเป็นต้นตอของปัญหาปากท้องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สิทธิเสรีภาพถูกบีบจนเป็นเรื่องปกติ เมื่อรัฐธรรมนูญเปิดช่องให้รัฐจำกัดสิทธิได้ง่าย การควบคุมการแสดงออก การชุมนุม และการตรวจสอบอำนาจ จะค่อย ๆ กลายเป็น “เรื่องธรรมดา” สังคมจะชินกับการเงียบ ชินกับการไม่ตั้งคำถาม ชินกับการถูกกำหนดกรอบความคิด และเมื่อประชาชนชินกับการไม่มีเสียง ประชาธิปไตยก็หมดความหมายในทางปฏิบัติ

คนรุ่นใหม่หมดศรัทธา เลือกเดินออกจากระบบ รัฐธรรมนูญที่ไม่สะท้อนเสียงคนรุ่นใหม่ ทำให้พวกเขามองไม่เห็นอนาคตในระบบการเมือง ผลที่เกิดขึ้นคือการเมืองกลายเป็นพื้นที่ของคนกลุ่มเดิม สมองไหล คนเก่งมองหาอนาคตนอกประเทศ ความขัดแย้งข้ามรุ่นทวีความรุนแรง ประเทศที่คนหนุ่มสาวไม่เชื่อว่า “เสียงของตนมีค่า” ย่อมไม่อาจแข่งขันกับโลกในระยะยาว

วงจรรัฐประหารไม่เคยจบ รัฐธรรมนูญ 2560 ถูกสร้างขึ้นบนตรรกะว่าประชาชนต้องถูกควบคุม นักการเมืองต้องถูกจำกัด ประเทศต้องมีผู้คุมเกม ตรรกะเช่นนี้คือรากของรัฐประหารทุกครั้งในประวัติศาสตร์การเมืองไทย หากไม่รื้อกติกานี้ รัฐประหารจะไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่จะถูกมองว่าเป็น “ทางออกสุดท้าย” ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ประเทศสูญเสียความชอบธรรมบนเวทีโลก โลกยุคใหม่ให้ความสำคัญกับหลักนิติรัฐ สิทธิมนุษยชน และประชาธิปไตยที่ประชาชนมีส่วนร่วมจริง รัฐธรรมนูญที่เปิดทางให้อำนาจนอกระบบ ย่อมบั่นทอนภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นในระดับนานาชาติ ผลกระทบไม่ได้หยุดแค่การเมือง แต่ลามไปถึงการค้า การลงทุน และโอกาสของประเทศทั้งระบบ

ที่สำคัญ นั่นคือต้องพูดให้ชัดว่า การไม่แก้รัฐธรรมนูญไม่ใช่การรักษาความมั่นคง แต่คือการยอมจำนนต่อกติกาที่ทำให้ประเทศอ่อนแอ ประเทศที่ไม่กล้าปรับกติกา คือประเทศที่ยอมให้อนาคตถูกกำหนดโดยอดีต วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ประชาชนไม่ได้ถูกถามเพียงว่า “จะเลือกใคร” แต่กำลังถูกถามว่า จะยอมอยู่ใต้รัฐธรรมนูญนี้ต่อไป หรือจะเริ่มต้นเขียนอนาคตใหม่ด้วยมือของตนเอง หากวันนี้ยังนิ่งเฉย วันหน้าจะไม่มีสิทธิ์บ่นว่า ประเทศไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง