พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.(มค.) พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช รอง ผบช.ส. พล.ต.ต.ชาติชาย เอี่ยมแสง ผบก.ประจำ บช.ก.และคณะ เดินทางไปยังศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนหน้า หรือ ศปก.ตร.สน. ในจังหวัดยะลา เพื่อรับมอบตัว นายอะหะมะ มะตาเห อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาที่เจ้าหน้าที่ทหารคุมตัวไว้ หลังร่วมกับพวกก่อเหตุตัดต้นไม้ ขวางถนน ในพื้นที่หมู่ 9 บ้านเจาะปันตัง และสาย 410 ยะลา-เบตง พร้อมวางตะปูเรือใบ ก่อนจะร่วมกันเผารถทัวร์ บริษัทสยามเดินรถ สายเบตง-กรุงเทพฯ ได้รับความเสียหายเหตุเกิดในพื้นที่จังหวัดยะลา เมื่อช่วงเย็นวันที่ 17 ธันวาคม 2560 ที่ผ่านมา เหตุเกิดในพื้นที่ สภ.บันนังสตา

ซึ่งในวันที่ 4 มกราคม 2561 เจ้าหน้าที่ความมั่นคง ทหารตำรวจได้ใช้ พรก.ฉุกเฉิน เข้าควบคุมตัว นายอะหะมะ จากพื้นที่อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา ก่อนจะมีการสอบสวนจนรับสารภาพ ทำให้เจ้าหน้าที่ทราบรายชื่อผู้ร่วมกระบวนการทั้งหมด และในคดีนี้มีการรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับไปแล้วก่อนหน้านี้ 4 ราย และในวันนี้ พนักงานสอบสวนมีการขยายผลจากคำให้การ ขออนุมัติหมายจับเพิ่มอีก 14 ราย รวมทั้งตัวของนายอะหะมะ ในข้อหา ร่วมกันก่อการร้าย ,อั้งยี่,ซ่องโจร,วางเพลิงเผาทรัพย์,ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต , ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยผิดกฏหมาย และร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต

จากการสอบสวนนายอะหะมะ ให้การรับสารภาพว่าทำหน้าที่จุดไฟเผายางรถยนต์ของรถทัวร์คันที่เกิดเหตุ โดยทำตามคำสั่งของนายอัลดุลเลาะ ตาเปาะโต๊ะ 1 ในผู้ต้องหาที่เจ้าหน้าที่ดำเนินการออกหมายจับไปแล้วก่อนหน้านี้ ซึ่งขณะก่อเหตุ นายอับดุลเลาะ ผู้สั่งการไม่ได้ให้เหตุผลว่าเหตุใดต้องมาเผารถทัวร์คันดังกล่าว และตนเองปฏิบัติตามคำสั่งเพียงเท่านั้น โดยไม่ได้มีการยิงปืนหรือใช้อาวุธปืนแต่อย่างใด

พล.อ.ต.ศรีวราห์ ระบุว่า การก่อเหตุลักษณะนี้ถือเป็นคดีความมั่นคง ซึ่งขณะนี้มีการออกหมายจับในคดีนี้แล้ว 14 หมาย ได้รับมอบตัวจากเจ้าหน้าที่ความมั่นคง 1 ราย ยังเหลือ อีก 3 ราย ที่อยู่ระหว่างถูกคุมตัวตาม พรก.ฉุกเฉิน ซึ่งต่อจากนี้ได้มีการกำชับให้พนักงานสอบสวนขยายผลติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการทั้งหมดมาดำเนินคดี รวมถึงขยายผลถึงสาเหตุที่มาก่อเหตุในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน

พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ยังมีการคุมตัวผู้ต้องหา มาให้พยานในคดีทำการชี้ตัว นายอะหะมะ เพื่อยืนยันตัวบุคคลใช้ในการประกอบสำนวนในคดี โดยมีผู้นำศาสนา และทนายความร่วมเป็นสักขีพยาน ซึ่งพยานในคดีสามารถชี้ตัวผู้ต้องหาทั้งสองครั้งได้อย่างถูกต้อง ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะแจ้งข้อหาและส่งมอบตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามขั้นตอนต่อไป
โดยพล.ต.อ.ศรีวราห์ยังได้สั่งการให้เร่งรัดจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับมาดำเนินคดีต่อไปโดยเร็ว

 

Royal Thai Police

Royal Thai Police

Royal Thai Police