จับแล้ว 6 คนร้ายบุกงัดตู้คอนเทนเนอร์รถไฟหาดใหญ่ ขโมยเบียร์กว่า 60 ลัง

698

ตำรวจภูธรภาค 9 ร่วมกับตำรวจหาดใหญ่ ล่าตัว 6 ผู้ต้องหาก่อเหตุงัดตู้คอนเทนเนอร์ขบวนรถไฟ พบของกลางเบียร์กว่า 65 ลัง ผู้ต้องหาสารภาพยังมีผู้ร่วมก่อเหตุอีกหลายคน

มีรายงานว่า​ จากกรณีเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เวลาประมาณ 10.00 น. เกิดเหตุกลุ่มคนร้ายร่วมกันงัดตู้คอนเทนเนอร์ขบวนรถไฟภายในสถานีรถไฟหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งภายในตู้มีเบียร์ยี่ห้อหนึ่ง จำนวน 4 ตู้คอนเทนเนอร์ รวม 7,560 กล่อง มูลค่าความเสียหายกว่า 4 ล้านบาท​ และพล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนตำรวจภูธรภาค 9 ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา และตำรวจภูธรหาดใหญ่ ลงพื้นที่ตรวจสอบทันทีนั้น

ล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุได้แล้ว 6 คน ประกอบด้วย​ นายจรูญ, นายประศิลป์, นายมงคล, นายวรินทร, นายสุชาติ และนายปิยพงษ์ หนูแดง​ พร้อมยึดของกลางเป็นเบียร์จำนวนกว่า 65 ลัง

จากการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพ และยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า มีผู้ร่วมก่อเหตุอีกหลายคน ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสืบสวนติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป

เบื้องต้นผู้ต้องหาถูกแจ้งข้อหา “ลักทรัพย์โดยร่วมกระทำความผิดตั้งแต่สองคนขึ้นไป ในบริเวณที่มีเหตุอุทกภัย โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้น หรือรับของโจร”

เหตุการณ์นี้สร้างความเสียหายและความไม่ปลอดภัยให้กับการขนส่งสินค้าทางรถไฟในพื้นที่จังหวัดสงขลา โดยเจ้าหน้าที่เตือนประชาชนและผู้ประกอบการเพิ่มความระมัดระวังต่อเหตุลักทรัพย์ในช่วงนี้

ทีมข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุปล้นเบียร์ในตู้คอนเทนเนอร์ขบวนรถไฟสถานีหาดใหญ่ หลังน้ำลด พบขวดเบียร์กระจัดกระจายและตู้ว่างเปล่า พยานชี้คนร้ายเป็นผู้มีอิทธิพลในตลาดคอมแพค พร้อมลูกน้องกว่า 100 คน ตำรวจภูธรภาค 9 เร่งติดตามตัว หลังถูก ตร. และนายกฯ ตำหนิซ้ำเหตุเกิดช่วงน้ำท่วม

ทีมข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุกลุ่มบุคคลเข้าไปก่อเหตุปล้นเบียร์ ในตู้คอนเทนเนอร์ บนขบวนรถไฟ ภายในสถานีรถไฟหาดใหญ่ ก่อนที่จะถูกถ่ายคลิป วิดีโอ และโพสต์ลงโซเชียล จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ ถึงพฤติกรรมของผู้ก่อเหตุ ที่อาศัยจังหวะซ้ำเติมผู้ประกอบการ ในช่วงมหาอุทกภัย น้ำท่วมหาดใหญ่

โดยเมื่อกลางดึก ทีมข่าวพยายามเดินลัดเลาะไปตามเส้นทางรถไฟ ตั้งแต่ทางเข้าสถานี ลัดเลาะไป เป็นระยะทางกว่า 200 เมตร พบว่า มีขวดเบียร์ช้าง ตกแตกกระจัดกระจาย รวมทั้งขวดที่ยังมีเบียร์บรรจุเต็มขวด กระจัดกระจายเต็มพื้นที่ ที่เดินสำรวจ จนกระทั่งถึงตู้คอนเทนเนอร์ ที่ด้านข้างระบุชื่อบริษัท ไทย เบเวอร์เรจ โลจิสติกส์ ตู้สีน้ำเงินฟ้า โดยขบวนรถที่อยู่บนรางรถไฟ ห่างจากสถานีรถไฟหาดใหญ่ ประมาณ 200 เมตร

จากนั้นยังพบว่าบริเวณตู้คอนเทนเนอร์ ยังพบขวดเบียร์ช้าง ทั้งขวดที่ยังมีเบียร์ และขวดที่แตก และ กล่องเศษลังกระดาษ ตกเกลื่อนกระจายจำนวนมาก

ส่วนประตูของตู้คอนเทนเนอร์ บริเวณด้านหลังของตู้ ทั้ง 4 ตู้ พบว่า ถูกเปิดออก ทั้งหมด และเมื่อสำรวจภายในตู้คอนเทนเนอร์ ไม่เหลือเบียร์แม้แต่ขวดเดียว พบแต่ความว่างเปล่า

โดยมีบุคคลที่มีความรู้เล่าให้ฟังว่า ช่วงเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ ปริมาณน้ำท่วมตู้คอนเทนเนอร์ จนมิดมองไม่เห็น และบริเวณรางรถไฟ มีประชาชนนำรถมาจอดจนเต็มพื้นที่ เมื่อน้ำแห้งก็จะมาเคลื่อนย้ายรถออก จากนั้น จะมีกลุ่มคนในพื้นที่ อำเภอหาดใหญ่ ที่รู้ว่าเห็นว่า บริเวณ ตู้รถไฟจะเป็นจุดขึ้นลงของ เพื่อขนส่งไปจำหน่าย ให้กับพวกยี่ปั๊ว ซาปั๊ว ในพื้นที่ภาคใต้ เชื่อว่า คนที่มาก่อเหตุน่าจะเป็นคนในพื้นที่ โดยพบว่า มีการบุกรุกเข้ามา 2 คืนติดต่อกัน หลังจากที่น้ำลด โดยเข้ามาเป็น 100 คน เพราะหากมาแค่ 2 คน หนึ่งสัปดาห์ก็ยังขนไม่หมด มองว่าเหตุการณ์นี้เป็นแดนสวรรค์ สำหรับคนรัก (เบียร์) ช้าง

ขณะเดียวกัน ทีมข่าวยังได้พบพยานปากเอก ระบุว่าเหตุการณ์นี้ ชี้ชัดว่า คนที่ก่อเหตุ เป็นผู้มีอิทธิพล อยู่ในตลาดคอมแพค หาดใหญ่ ที่รู้ว่าตู้คอนเทนเนอร์นี้มีการขนส่งเบียร์มา จากนั้นได้ว่าจ้างพวกลูกน้องให้มาปล้นแล้วเอาเบียร์ทั้งหมดเอาไปซุกซ่อนที่บ้านของผว่าู้มีอิทธิพล ที่มีอยู่หลายหลัง ตนสามารถไปชี้ได้ว่า บ้านของผู้มีอิทธิพล ว่ามีอยู่ตรงไหนบ้าง

ขณะที่ตำรวจภูธรภาค 9 ได้เรียกชุดสืบสวนภาค สืบสวนจังหวัด และโรงพักหาดใหญ่ ประชุมกลางดึก ที่ สภ.คอหงส์ เพื่อเร่งรัดติดตามตัว กลุ่มผู้ก่อเหตุ หลังถูก นายกรัฐมนตรี และ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตำหนิ ว่า ทำไมจึงปล่อยให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นบ่อยครั้งในช่วงน้ำท่วม เนื่องจากสถานีรถไฟอยู่ติดกับเขต 8 เมืองหาดใหญ่ ที่มีเรื่องอื้อฉาว ทั้งยิงปืนใส่เจ็ตสกี ปล้นร้านสะดวก และปล้นร้านของเล่นโมเดล และทุบกระจกรถ เป็นการซ้ำเติมผู้ประกอบการและชาวบ้านในพื้นที่น้ำท่วมจนเป็นที่หวาดผวาของสังคมภายนอก

ส่วนกรณีชาวบ้านที่ก่อเหตุยิงเจ๊ตสกี ขณะเข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมเขต 8 หาดใหญ่ ล่าสุด ตำรวจสามารถพิสูจน์ทราบตัวบุคคลได้แล้ว เป็นชาย อายุประมาณ 30 ปี และรู้ว่าเป็นลูกเขยเจ้าของบ้าน ที่อยู่ในพื้นที่เขต 8 ตำรวจเตรียมขอศาลออกหมายจับต่อไป