ร.อ.รชฏ พิสิษฐบรรณกร ประธานยุทธศาสตร์พรรคภราดรภาพ กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้มีการยกร่างระเบียบ กกต.ที่กำหนดเกี่ยวกับการควบคุมค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ส.ส. และร่างระเบียบ กกต.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสนับสนุนการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส.

โดยมีสาระสำคัญของร่างระเบียบทั้งสองฉบับ เพื่อใช้ควบคุมในการเลือกตั้งครั้งนี้ อาทิ ค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งของผู้สมัครแบบแบ่งเขตคนละไม่เกิน 2 ล้านบาท ส่วนค่าใช้จ่ายของพรรคการเมืองคิดจากจำนวนการส่งผู้สมัคร 1-50 คน ไม่เกิน 10 ล้านบาท 51-100 คน ไม่เกิน 20 ล้านบาท 101-150 คน ไม่เกิน 30 ล้านบาท 201-250 คน ไม่เกิน 50 ล้านบาท 251-300 คน ไม่เกิน 60 ล้านบาท และ 301-350 คน ไม่เกิน 70 ล้านบาท เป็นสิ่งที่ดี ผู้สมัครพรรคเล็กๆและผู้ที่ตั้งใจจะเข้ามาทำประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน นำความขยัน ความตั้งใจ ที่มีความจริงใจ มานำเสนอให้พี่น้องประชาชนพิจารณาและเพื่อทำให้ผู้ที่จะมาเป็นผู้แทนราษฎรมาจากพี่น้องประชาชนที่ตั้งใจเลือกมาให้ทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงแทนพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง​ ไม่ใช่เลือกนายทุนให้ได้เข้าไปเป็นส.ส.อย่างที่ผ่านมา

นอกจากนี้กกต.ยังมีกำหนดเรื่อง โทรทัศน์ของรัฐฯจะต้องจัดสรรเวลาให้ทุกพรรคออกอากาศโฆษณาข้อความสั้นๆ เกี่ยวกับนโยบายพรรคอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 30 วินาที และออกอากาศเพื่อแถลงนโยบายของพรรค 3 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 10 นาที ขณะที่สถานีวิทยุและโทรทัศน์สามารถเชิญพรรคการเมืองออกรายการแสดงวิสัยทัศน์ อภิปรายเชิงนโยบายได้ รวมถึงเสนอรายการข่าว บทวิเคราะห์ได้ตามหลักวิชาชีพด้วยความเป็นกลาง แต่ห้ามกระทำการอันเป็นคุณหรือโทษต่อผู้สมัครและพรรคการเมือง

ส่วนการโฆษณาหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ หัวหน้าพรรคต้องยื่นความประสงค์ต่อ กกต.ก่อน ไม่แจ้งถือว่าสละสิทธิ์​ และใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์​ หาเสียงของพรรคได้จนถึงเวลา 18.00 น.ก่อนวันเลือกตั้ง 1 วัน ส่วนการจัดเวทีดีเบตกำหนดเป็น 3 กลุ่ม กลุ่ม 1 พรรคที่ส่งผู้สมัครตั้งแต่ 300-350 เขต กลุ่ม 2 พรรคที่ส่งผู้สมัครตั้งแต่ 200-299 เขต และกลุ่ม 3 พรรคที่ส่งผู้สมัครน้อยกว่า 200 เขต

ร.อ.รชฎ กล่าวว่า เรื่องนี้อยากให้กกต.เข้มงวดให้เกิดความเท่าเทียม ไม่อยากเห็นความเลื่อมล้ำให้พรรคใดพรรคหนึ่งได้เปรียบกว่าโดยเฉพาะพรรคใหญ่ทั้งหลาย