หน้าแรกการเมือง'สิริพงศ์' เผย คมนาคมดัน GOV Top Up เปลี่ยนรถขนส่ง 8 หมื่นคันเป็น EV ตรึงค่าโดยสาร

‘สิริพงศ์’ เผย คมนาคมดัน GOV Top Up เปลี่ยนรถขนส่ง 8 หมื่นคันเป็น EV ตรึงค่าโดยสาร

“สิริพงศ์”เผยคมนาคมเตรียมเสนอ โครงการ GOV Top Up ให้คณะกรรมการกลั่นกรองเงินกู้ 4 แสนล้านบาท ช่วย 7 กลุ่มรถโดยสาร เปลี่ยนผ่านเป็นไฟฟ้า เล็งได้รถใหม่-ไม่เพิ่มค่าโดยสาร แต่ไม่ใช่การช่วยเหลือผู้ประกอบการ แต่เป็นการช่วยเหลือประชาชนในภาพรวม

รัฐสภา วันนี้ ( 29 มิ.ย.) นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่าวันนี้ กระทรวงคมนาคมโดย กรมการขนส่งทางบก ได้มีการหารือกับ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ถึงกรณีที่กระทรวงคมนาคมจะขอให้รัฐบาลใช้งบประมาณในวงเงินกู้ 4 แสนล้านบาท ในการเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานไฟฟ้าในภาคขนส่ง โดยโครงการมุ่งเน้นช่วยเหลือลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชนในภาคขนส่งสาธารณะ

ดังนั้นจึงมี 7 กลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย 1.แท็กซี่ 2.มอเตอร์ไซค์รับจ้าง 3.ตุ๊กตุ๊ก 4.รถโดยสารไม่ประจำทาง 5.รถโดยสารประจำทาง 6.รถบรรทุก และ 7.รถนักเรียน ที่จะได้รับการช่วยเหลือเพราะถึงเกณฑ์ที่จะต้องมีการเปลี่ยนผ่านรถจากพลังงานฟอสซิลเป็นพลังงานไฟฟ้า

การออกมาตรการที่จะสนับสนุนเปลี่ยนมาใช้พลังงานไฟฟ้า จะช่วยให้เพิ่มความมั่นใจในเรื่องของความปลอดภัย เพราะผู้บริการจะมีรถใหม่มาให้ประชาชนได้ใช้บริการ และเป็นการลดค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ประกอบการ เพื่อจะสามารถไปช่วยประชาชนโดยการไม่ขึ้นค่าโดยสาร และเป็นการเปลี่ยนผ่านการพึ่งพาการใช้พลังงานน้ำมันเป็นไฟฟ้า กรมการขนส่งทางบกจึงมุ่งเน้นไป 7 กลุ่ม ซึ่งกลุ่มเป้าหมายมีทั้งหมด 80,000 คัน จะใช้งบประมาณ 24,000 ล้านบาท และจะสามารถลดปริมาณการปล่อยมลพิษถึง 200,000 ตันต่อปี เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ปีละ 11 ล้านต้น หากเทียบกับปริมาณการใช้พลังงาน จะลดการใช้น้ำมันมูลค่าปีละ 2 พันล้านบาท

โดยเตรียมจะเสนอโครงการนี้ภายใต้ชื่อ GOV Top Up (ก๊อว์ฟ-ท๊อป-อัพ) ซึ่งการช่วยเหลือก็จะมีรูปแบบที่แตกต่างกัน เช่น รถบางประเภท รถขนส่งประจำทาง อาจจะช่วยเหลือเป็นเงินก้อนแรกนำไปใช้ได้เลย สำหรับคนที่เปลี่ยนรถเก่าไปเป็นรถ EV แบบแท็กซี่ อาจจะเป็นลักษณะที่ว่ารัฐไปช่วยในเรื่องของค่าใช้จ่ายต่อวัน เช่น หากแท็กซี่มีค่าใช้จ่ายเช่าวันละ 700 บาท รัฐอาจจะให้เงินช่วยเหลือวันละ 500 บาท ในระยะเวลา 5 ปี เป็นต้น

นายสิริพงศ์ ย้ำว่า มีความจำเป็นที่จะต้องเร่งเสนอโครงการ จะไปรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับเรื่องพ.ร.บกู้เงิน 4 แสนล้านฯ อาจไม่ได้ เพราะถือว่ามีความจำเป็นที่จะต้องรองรับวิกฤตพลังงาน เนื่องจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางอาจจะยืดเยื้อ อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวเชื่อว่ามีหลายโครงการที่จะเสนอมายังคณะกรรมการกลั่นกรองเงินกู้ เช่น การเปลี่ยนผ่านเป็นระบบโซล่าเซลล์ในภาคครัวเรือน แต่กระทรวงคมนาคมก็จะเสนออีก 2-3 โครงการ นอกเหนือจากโครงการนี้ เช่น โครงการสถานีชาร์จรถไฟฟ้าที่ขณะนี้ยังมีจำนวนน้อย โดยอาจจะช่วยเหลือในลักษณะการให้ดอกเบี้ยต่ำ (soft loan) หรืออาจจะขยายโครงการช่วยเหลือผู้ประกอบการภาคขนส่ง.ในการตรึงราคาค่าโดยสารในช่วงสงกรานต์ที่.ได้มีการทยอยโอนเงินให้ผู้ประกอบการแล้ว ซึ่งอาจจะพิจารณาในเฟส 2 ต่อไป โดยจะใช้วงเงินกู้ในการดำเนินการ

สำหรับการช่วยเหลือประชาชนทั่วไปที่อยากเปลี่ยนรถเก่าเป็นรถ EV นายสิริพงศ์ กล่าวว่า จะมีมาตรการออกมาแน่นอน แต่ขณะนี้ขอพูดถึงการช่วยเหลือผู้ประกอบการก่อน ซึ่งเป็นภาคขนส่งมวลชนที่ประชาชนมีภาระในการจ่ายค่าโดยสาร ดังนั้นขออย่าเข้าใจผิดและหรือกล่าวหารัฐบาลว่า “ไปช่วยผู้ประกอบการอีกแล้ว” จะพูดเช่นนี้ไม่ได้ เพราะสิ่งที่รัฐบาลทำ คือการเพิ่มโอกาสให้ประชาชนได้รับบริการที่ดีขึ้นขณะที่ราคาค่าโดยสารไม่สูงขึ้น เพราะรัฐมีหน้าที่ในการกำกับดูแล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าโดยสารหรือคุณภาพรถ ดังนั้นสิ่งที่รัฐบาลทำไม่ได้ทำเพื่อผู้ประกอบการ แต่เป็นการเชิญชวนให้ผู้ประกอบการมาเปลี่ยนผ่านไปใช้พลังงานสะอาด และได้รถใหม่ เพื่อให้ประชาชนได้ใช้บริการที่ดีขึ้น ประชาชนจะได้ไม่ต้องพูดว่าเปลี่ยนรถใหม่แล้วค่าโดยสารเพิ่มขึ้น

ขณะที่กรณีรถส่วนบุคคล ยอมรับว่าวงเงินมีจำกัด ดังนั้นรัฐบาลจึงเลือกนโยบายที่ช่วยเหลือประชาชนในภาพใหญ่ จึงต้องเริ่มจากระบบขนส่ง ไม่ใช่รถยนต์ส่วนบุคคล แต่ยืนยันว่ารัฐบาลก็จะช่วยเหลือในส่วนของรถยนต์ส่วนบุคคลอย่างแน่นอน เช่น การลดภาษีป้ายวงกลมสำหรับรถไฟฟ้าและรถไฮบริด ร้อยละ 80 เป็นเวลา 3 ปีซ้อน ซึ่งประชาชนได้ประโยชน์โดยตรง เพราะการลดภาษีถือว่าเป็นเงินจำนวนมาก

ส่วนนโยบายรถไฟฟ้าคันแรก นายสิริพงศ์ ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มี เพราะเตรียมที่จะลดภาษีป้ายวงกลมแล้ว

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img