กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 (บก.ตม.1) โดย พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผบก.ตม.1 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ระพีพัฒน์ อุตสาหะ รอง ผบก.ฯ และ พ.ต.อ.พลสิทธิ์ สุทธิอาจ ผกก.สืบสวน บก.ตม.1 แถลงผลการจับกุมคนต่างด้าวสัญชาติเกาหลีใต้ อายุ 66 ปี อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุดนานกว่า 6 ปี และมีหมายจับตำรวจสากลในคดีร่วมขบวนการตบทรัพย์มูลค่ากว่า 6 ล้านบาท
ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. ที่เน้นยกระดับการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะกลุ่มต่างชาติที่อยู่เกินกำหนดอนุญาตหรือมีพฤติการณ์เป็นอาชญากร
เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2568 เวลา 11.00 น. ชุดสืบสวน บก.ตม.1 ได้รับข้อมูลจากสายลับว่ามีชายชาวเกาหลีใต้ต้องสงสัยอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ โดยมักปรากฏตัวในย่านการค้าใกล้เซ็นทรัลบางนา จนกระทั่งเวลา 16.00 น. เจ้าหน้าที่พบชายลักษณะตรงตามเบาะแส จึงแสดงตัวและขอตรวจสอบเอกสาร พบว่าคือ MR.JI HOON (นามสมมติ) เดินทางเข้าประเทศไทยครั้งล่าสุดเมื่อปี 2561 ด้วยวีซ่าเกษียณซึ่งหมดอายุกลางปี 2562 แต่ยังพำนักอยู่จนถึงปัจจุบัน
เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” และควบคุมตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย
สำหรับพฤติการณ์ในคดีอาญา มีรายงานว่าเมื่อปลายปี 2565 ผู้ต้องหาร่วมกับพวกในเกาหลีใต้วางแผนแบล็กเมล์เหยื่อ โดยจัดหาเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 18 ปีไปที่พูลวิลล่าในพัทยา แล้วลวงถ่ายภาพ-หลักฐาน ก่อนข่มขู่ว่าจะนำส่งให้ตำรวจไทย หากไม่โอนเงินจำนวน 170,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6 ล้านบาท) เข้าบัญชีในเกาหลีใต้
ทางการเกาหลีใต้จึงออกหมายจับ และยื่นคำร้องผ่านตำรวจสากล (Interpol) จนมีการออก “หมายแดง” (Red Notice) ก่อนเจ้าหน้าที่ไทยจะจับกุมตัวได้ในที่สุด
ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินคดีและเตรียมประสานส่งตัวกลับประเทศเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

