ปอศ.ทลายขบวนการหลอกลงทุน “หุ้นกู้ปลอม” อ้างชื่อธนาคาร ชวนลูกค้าไฮเอนด์ร่วมลงทุนหุ้นกู้พิเศษ ก่อนเชิดเงินไปกว่า 78 ล้าน สอบพบเป็นบริษัทร้าง แต่มีเงินหมุนเวียนกว่า 350 ล้าน

เมื่อวันที่ 10 ก.ค. พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. สั่งการให้ พ.ต.อ.กริช วรทัต ผกก.5 บก.ปอศ.พ.ต.ท.ภาคิน สุขพรหม รอง ผกก.5 บก.ปอศ. พ.ต.ต.พิชญากร แตงรอด สว.กก.5 บก.ปอศ. นำกำลังเปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้น 3 จุด ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จ.ปทุมธานี และ จ.นครสวรรค์ ก่อนจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา รวม 4 ราย ได้แก่ น.ส.ศะศิพิมพ์ อายุ 40 ปี, น.ส.แสงจันทร์ อายุ 37 ปี, นายพรชัย อายุ 57 ปี และนายฐตศิษฏ์ อายุ 45 ปี ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกง และเป็นพนักงานของสถาบันการเงินกระทำการหรือไม่กระทำการเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายแก่ตนเองหรือผู้อื่น อันเป็นเหตุให้สถาบันการเงินได้รับความเสียหาย”พร้อมกันนี้ได้ตรวจยึดเอกสารบริษัท 8 ชุด เอกสารเกี่ยวกับคดี 4 ชุด สมุดเช็คธนาคาร 5 เล่ม เช็คเงินสด 32 ฉบับ บัตรกดเงินสด 2 ใบ และสมุดบัญชีธนาคาร 11 เล่ม ไว้เป็นของกลาง
ทั้งนี้คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากลูกค้าหลายรายว่า ถูก น.ส.ศะศิพิมพ์ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการเขตและเจ้าหน้าที่บริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (Relationship Manager : RM) ชักชวนให้ร่วมลงทุนใน “หุ้นกู้พิเศษ” โดยอ้างว่าเป็นผลิตภัณฑ์การลงทุนของธนาคาร พร้อมเสนอผลตอบแทนสูงกว่าปกติ ทำให้ลูกค้าหลงเชื่อและนำเงินมาร่วมลงทุนจำนวนมาก
ผลการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหาอาศัยความน่าเชื่อถือจากการเป็นพนักงานธนาคารและดูแลพอร์ตการเงินของลูกค้า โดยมุ่งเป้าไปยังลูกค้าเงินฝากระดับเฟิร์ส ซึ่งมีสินทรัพย์มากกว่า 10 ล้านบาท ก่อนอ้างว่าธนาคารมอบหมายให้บริษัท คลีนแลนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เป็นผู้ดำเนินการออกหุ้นกู้พิเศษ เสนอผลตอบแทนร้อยละ 2 ต่อ 3 เดือน หรือประมาณร้อยละ 6-7 ภายใน 3-6 เดือน
อย่างไรก็ตาม เงินลงทุนทั้งหมดกลับถูกโอนเข้าบัญชีของบริษัทดังกล่าว ซึ่งประกอบธุรกิจบริหารจัดการและกำจัดขยะ และไม่มีความเกี่ยวข้องกับธนาคารแต่อย่างใด โดยช่วงแรกมีการนำเงินบางส่วนมาจ่ายผลตอบแทนเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนจะเริ่มผิดนัดชำระตั้งแต่ปี 2568 ส่งผลให้มีผู้เสียหายมากกว่า 5 ราย มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 78 ล้านบาท
จากแนวทางการสืบสวนยังพบว่า ระหว่างปี 2563-2568 มีเงินหมุนเวียนในเครือข่ายประมาณ 350 ล้านบาท โดยเงินที่ได้รับจากผู้เสียหายไม่ได้ถูกนำไปลงทุนจริง แต่ถูกแบ่งผลประโยชน์ระหว่างกลุ่มผู้ต้องหา และบางส่วนถูกนำไปหมุนเวียนจ่ายผลตอบแทนให้ผู้ลงทุนรายอื่นในลักษณะคล้ายแชร์ลูกโซ่
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจสอบที่ตั้งของบริษัท คลีนแลนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ภายในซอยรามคำแหง 24/3 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร พบว่าเป็นสำนักงานร้าง ไม่มีการประกอบกิจการจริงตามที่กล่าวอ้าง
จากการรวบรวมพยานหลักฐาน พบผู้เกี่ยวข้องกับขบวนการทั้งหมด โดย น.ส.ศะศิพิมพ์ ทำหน้าที่ชักชวนผู้เสียหายลงทุน นายพรชัยทำหน้าที่สร้างความน่าเชื่อถือ แนะนำการลงทุน จัดเตรียมเอกสารและรับรองเอกสาร ขณะที่นายฐตศิษฏ์มีหน้าที่รับโอนเงินจากผู้ลงทุน ก่อนที่พนักงานสอบสวนจะขออนุมัติศาลออกหมายจับ และนำกำลังเข้าตรวจค้นจนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้
ทั้งหมดยังให้การปฏิเสธ จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

