เมื่อวันที่ 12 พ.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ผู้สื่อข่าวไทยแทบลอยด์ รายงานว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่11/2561 ที่ห้องศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 ตร. โดยมี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) รองผบ.ตร. และเลขาธิการ ก.พ. เข้าร่วม โดยใช้เวลาประชุมเกือบ 2 ชั่วโมง

พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ผลสรุปการประชุม ก.ตร.ในครั้งนี้ มีประเด็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอถอนเรื่องการปรับลดตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษ โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ถอนเรื่องกลับไป เพื่อนำเข้าที่ประชุมบริหาร ตร.เสียก่อน ส่วนเรื่องปรับตำแหน่ง ผบช.ประจำสำนักงาน ผบ.ตร.จำนวน 3 ตำแหน่ง ประกอบด้วย ตำแหน่งประสานงานรัฐสภา ตำแหน่งประสานงานศาลยุติธรรม และตำแหน่งประสานงานอัยการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ถอนกลับไปเช่นกัน เพื่อเข้าบอร์ดบริหารตร.เสียก่อน เป็นเหตุให้ในที่ประชุม ก.ตร. ไม่ได้มีการพิจารณาในเรื่องนี้ และในที่ประชุมยังได้มีการขออนุมัติยกเว้นกฎ ก.ตร. ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ เฉพาะ บก.ถปพ. เนื่องจากเป็น บก.ปฏิบัติการพิเศษ ต้องอาศัยความไว้วางใจเป็นพิเศษ จึงจำเป็นต้องยกเว้นกฎ ก.ตร.เรื่องการแต่งตั้ง โดยให้เป็นการใช้อำนาจของ ผบ.ตร.พิจารณาร่วมกับผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้อง ส่วนตำแหน่งว่างอยู่นั้น ไม่ต้องมาคำนวนเป็นอัตราว่างรวมกับ บช. และบก.อื่นๆ ซึ่งทั้ง 2 เรื่องนี้จะต้องนำกลับไปพิจารณาในการประชุมบอร์ดบริหาร โดยมี พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. ในฐานะอาวุโสสูงสุดเป็นประธาน เพื่อหาข้อสรุปก่อนจะนำเสนอกลับเข้ามาที่ประชุม ก.ตร. อีกครั้ง

รองโฆษ กตร. กล่าวว่า ในที่ประชุมครั้งนี้ได้มีการกำหนดตำแหน่งตั้ง บก.ใหม่ขึ้นมา เป็นการปรับโอนตำแหน่งในหน่วยงานสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ เรียกว่ากองแผนงานกิจการพิเศษ เป็น บก.ใหม่ที่ให้ดูแลภาระกิจพิเศษ เช่น ภาระกิจจิตอาสาทั้งหมด ร่วมทั้งเรื่องการถวายความปลอดภัยโดยเฉพาะ โดยกำหนดให้มี ผบก. 1 ตำแหน่ง รอง ผบก.2 ตำแหน่ง ผกก.6 ตำแหน่ง รอง ผบก.12 ตำแหน่ง สว.17 ตำแหน่ง รอง สว.35 ตำแหน่ง รวมชั้นประทวน จะมีทั้ง 112 ตำแหน่ง ซึ่งจะเป็นการปรับโอนและปรับระดับบางส่วน อีกส่วนในระดับกองกำกับ เป็นการปรับในสำนักงานงบประมาณ ตร.เรียกว่าฝ่ายงบประมาณ 6 ดูแลเรื่องงบประมาณสำหรับภาระกิจถวายความปลอดภัยโดยตรง ทั้ง 3 เรื่อง เป็นเรื่องสำคัญ เป็นเรื่องการสนองนโยบายเรื่องจิตอาสาโดยตรง ส่วนอีกวาระเป็นเรื่องของโรงพยาบาลตำรวจ เนื่องจากมีการปรับแผนงาน กรณีการจัดสร้างอาคารใหม่ 20 ชั้น เพื่อขยายภาระกิจต่างๆ โดยในปี 2562 จะจัดตั้งวิทยาลัยโรงพยาบาลตำรวจ ร่วมผลิตนักศึกษาแพทย์กับสถาบันวิทยาจุฬาภรณ์ จึงมีการเปลี่ยนแปลงการกำหนดตำแหน่งเดิมจากมติการประชุม ก.ตร.ครั้งที่ 5 พ.ศ.2560 ที่เคยกำหนดตำแหน่งตั้งแต่ระดับนายแพทย์ (สบ1) จนถึงระดับพล.ต.ท.จำนวน 268 ตำแหน่ง คราวนี้ที่ประชุมก.ตร.มีมติให้ปรับลดลง โดยให้มีการจัดสรรใหม่ โดยให้เป็นนายแพทย์ สบ1-สบ5 คือระดับ รองสว.-ระดับรองผบก. จำนวน 242 ตำแหน่ง ส่วนที่เหลืออีก 26 ตำแหน่ง ให้เป็นนายแพทย์ (สบ6) จำนวน 20 ตำแหน่ง นายแทพย์ (สบ7) จำนวน 4 ตำแหน่ง นายแพทย์ (สบ8) จำนวน 2 ตำแหน่ง รวททั้งมีการกำหนดตำแหน่งอื่นๆ จำนวน 240 ตำแหน่ง เพื่อรองรับภาระต่างๆ

พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวอีกว่า จากกรณีก.ตร.ได้มีการแต่งตั้งผู้แทนก.ตร.ไปเป็นคณะกรรมการสวัสดิการ มีมติแต่งตั้ง พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผบ.ตร.เป็นตัวแทนหลัก ส่วนเรื่องสุดท้ายกรณีให้ความเป็นธรรมและเป็นขวัญกำลังใจแก่ข้าราชการตำรวจ หลังมีเจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวน ระดับผกก. จำนวน 10 ท่าน ได้ยื่นขอสิทธิ์นับวันทวีคูณ แต่ด้วยเหตุผลทางธุระการ ไม่ทันตามกำหนดเวลา เมื่อมีการตรวจสอบได้มีการคืนสิทธิ์คืนให้กับข้าราชตำรวจเหล่านั้น ตามสิทธิที่ควรมีควรได้

ส่วนการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับรองผบก.-สว. ประจำปี 2561 เชื่อว่ายังคงเป็นไปตามกำหนดเวลาเดิม คือไม่เกิน 31 ธ.ค. ซึ่งเป็นไปตามกฎก.ตร.